เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารปกหนังแท้ราคาแพงดังขึ้นเบาๆ บนโต๊ะประชุมยาวทำจากไม้มะฮอกกานี แต่ในความเงียบสงัดของห้องประชุมใหญ่ชั้นห้าสิบ มันกลับดังก้องราวกับเสียงฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน
รณกรนั่งนิ่งหลังตรงอยู่ในตำแหน่งประธาน สีหน้าของเขาเรียบเฉยจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองร่างของธันวาที่กำลังนั่งยิ้มเยาะอย่างได้ใจอยู่ที่ฝั่งตรงข้าม
"ผมคิดว่าเอกสารชุดล่าสุดที่ผมเพิ่งแจกให้ทุกท่านในที่ประชุม ได้อธิบายเหตุผลทั้งหมดที่บริษัท 'ธนาภรณ์ กรุ๊ป' ของคุณธันวา พยายามจะเข้ามาซื้อหุ้นแบบไม่เปิดเผยตัวตนเรียบร้อยแล้วนะครับ"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เยียบเย็นของรณกรสะท้อนไปทั่วห้อง บรรดากรรมการบอร์ดบริหารต่างพากันก้มหน้าพลิกเอกสารในมือด้วยความตื่นตระหนก เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นระงมราวกับฝึกลูกนกในรัง
ธันวาชะงัก รอยยิ้มพึงพอใจบนใบหน้าคมคายแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ พยายามทำตัวให้ดูสบายที่สุด
"คุณรณกรกำลังพูดเรื่องอะไรครับ ผมเกรงว่าคุณอาจจะเข้าใจผิด... การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เป็นเรื่องปกติธรรมดา" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ปลายนิ้วที่ประสานกันบนตักกลับจิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
ลลินซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของรณกร เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว มือเรียวภายใต้สูทเข้ารูปกระชับแท็บเล็ตในมือแน่น หัวใจเธอกำลังเต้นรัวด้วยความลุ้นระทึก เธอดำเนินการประสานงานกับฝ่ายตรวจสอบบัญชีอย่างลับๆ มาหลายคืนติดต่อกัน เพื่อรวบรวมหลักฐานชิ้นนี้ การแก้เกมของรณกรในวันนี้ ไม่ใช่แค่การป้องกันตัว แต่มันคือการถอนรากถอนโคนคู่แข่งรายนี้ทีเดียว
"ปกติธรรมดาอย่างนั้นหรือครับ?" รณกรเลิกคิ้วเล็กน้อย เขายกมือขึ้นปลดกระดุมสูทเม็ดบนออกก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ท่าทีที่แสดงถึงความกดดันที่ถาโถมเข้าใส่ "การใช้ชื่อนอมินีจากบริษัทนอกอาณาเขต (Offshore) เพื่อกว้านซื้อหุ้นของบริษัทเราในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา พร้อมกับปล่อยข่าวลือเรื่องปัญหาสภาพคล่องเพื่อกดราคาหุ้น... คุณเรียกว่าเรื่องปกติหรือครับ คุณธันวา"
หน้าของธันวาซีดเผือดลงทันที เขารู้ดีว่าเอกสารในมือของบอร์ดบริหารไม่ใช่แค่ข่าวลือ แต่มันคือเส้นทางการเงินที่สาวมาถึงตัวเขาอย่างดิ้นไม่หลุด รณกรไม่ได้แค่เล่นเกมรับ แต่เขารู้แผนการทั้งหมดล่วงหน้ามานานแล้ว และจงใจปล่อยให้ธันวาเดินเข้ามาในกับดักนี้เอง
"หลักฐาน... หลักฐานพวกนี้อาจจะถูกปลอมแปลงขึ้นมาก็ได้!" ธันวาเริ่มเสียงดังขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความตระหนก
"คุณอยากฟังเสียงสนทนาระหว่างคุณกับตัวแทนบริษัทนอมินี ในห้องทำงานส่วนตัวของคุณเมื่อสัปดาห์ก่อนด้วยไหมล่ะครับ?"
รณกรเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวน้ำแข็ง พร้อมกับกดรีโมทคอนโทรลบนโต๊ะ หน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ด้านหลังห้องสว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงบันทึกการสนทนาที่ดังชัดเจนทุกถ้อยคำ ทุกคนในห้องต่างหันไปมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง
บรรยากาศในห้องประชุมกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ลลินมองแผ่นหลังกว้างของรณกรด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งชื่นชม ห่วงใย และระคนไปด้วยความอบอุ่นหัวใจ ผู้ชายคนนี้ไม่เคยปล่อยให้ใครมาทำร้ายสิ่งที่เขารัก ไม่ว่าจะเป็นบริษัท หรือ... คนรอบตัวเขา
รณกรหันกลับมามองเธอนิดหนึ่ง สายตาดุๆ คู่นั้นอ่อนแสงลงชั่วขณะเมื่อสบตากับเธอ มันเป็นความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสุขุม ซึ่งมีเพียงลลินเท่านั้นที่รับรู้และเข้าใจมันได้ดีที่สุด
ในขณะที่ธันวากำลังกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเตรียมจะลุกขึ้นโต้เถียง ประตูห้องประชุมบอร์ดบริหารก็ถูกผลเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต
ร่างสูงโปรดของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับผงะ และประโยคถัดมาที่เขาเอ่ยขึ้น ก็ทำให้รณกรต้องชะงักค้างไปทันที
"เสียใจด้วยนะรณกร... นายคิดว่านายจัดการธันวาได้คนเดียว แต่นายลืมไปหรือเปล่า ว่าฉันถือหุ้นใหญ่ในมืออีกสามสิบเปอร์เซ็นต์ที่นายยังไม่เคยเช็คชื่อ!"
ลลินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ชัดเจน... เกมนี้ดูเหมือนจะยังไม่จบลงง่ายๆ อย่างที่คิด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและโอบกอดตัวละครไปด้วยกันเสมอนะคะ
ละอองดาวเดือนเก้า
พันธะรักละอองดาว•ตอนที่ 44
การแก้เกม
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละอองดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!