“คุณรณกรคะ การที่บริษัทกำลังอยู่ในช่วงรอยต่อของการควบรวมกิจการแบบนี้... การแสดงออกต่อหน้าสาธารณะเป็นเรื่องที่ต้องระวังให้มากนะคะ”
น้ำเสียงของลลินราบเรียบ ทว่าสั่นไหวเล็กน้อยขณะเธอยืนอยู่ภายในลิฟต์ส่วนตัวที่กำลังเคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นผู้บริหาร เธอพยายามบังคับให้หัวใจที่เต้นรัวจังหวะผิดปกติกลับมาเป็นปกติ ในขณะที่รณกรยืนพิงผนังลิฟต์ กอดอกจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก
“คุณกำลังบอกว่า ผมไม่ควรแสดงออกว่า ‘หวง’ เลขาของตัวเองต่อหน้าศัตรูอย่างธันวาอย่างนั้นหรือ ลลิน?” เขาถามพลางขยับตัวเข้าใกล้ ระยะห่างที่ลดลงจนลลินสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากกายหนา
“ไม่ใช่เรื่องหวงค่ะ แต่มันคือเรื่องของภาพลักษณ์ ในฐานะ CEO คุณควรจะนิ่งให้มากกว่านี้...”
“ถ้าผมต้องนิ่งเฉยในตอนที่เห็นผู้ชายคนอื่นมองคุณด้วยสายตาแบบนั้น ผมคงเป็นหุ่นยนต์ ไม่ใช่คน” รณกรพูดแทรก แววตาคมกริบของเขาทำให้ลลินต้องเบือนหน้าหนี ความอึดอัดที่เขาทิ้งไว้เมื่อครู่ยังคงตกค้างอยู่ในอากาศ
ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ความเงียบงันที่ควรจะพบเจอในโซนหน้าห้องทำงานท่านประธานกลับกลายเป็นความผิดปกติที่สัมผัสได้ทันที เสียงพิมพ์ดีดที่ควรจะดังรัวสม่ำเสมอกลับเงียบกริบ พนักงานหลายคนรีบก้มหน้ามองจอคอมพิวเตอร์อย่างลุกลี้ลุกลน บางคนแอบชำเลืองมองมาทางพวกเขาด้วยสายตาที่เดาไม่ออกว่าคือความอยากรู้อยากเห็นหรือความหวาดกลัว
“คุณลลินคะ... มีเอกสารด่วนจากฝ่ายบัญชีส่งมาให้คุณเซ็นค่ะ” พนักงานสาวคนหนึ่งรีบเดินเข้ามาหาพร้อมยื่นแฟ้มให้ แต่สายตาของเธอกลับไม่ได้อยู่ที่เอกสาร แต่อยู่ที่ริมฝีปากที่บวมเจ่อเล็กน้อยของลลินและรอยยับบนเสื้อเชิ้ตของรณกร
ลลินรับแฟ้มมาด้วยมือที่เย็นเฉียบ เธอสัมผัสได้ถึงกระแสธารของข่าวลือที่กำลังไหลวนไปทั่วออฟฟิศเหมือนน้ำป่า มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่เจ้านายกับเลขาจะถูกจับตามอง แต่ครั้งนี้... มันมีกลิ่นอายของ ‘ความไม่หวังดี’ แทรกซึมอยู่
เธอก้าวเดินไปที่โต๊ะทำงาน พยายามตั้งสมาธิกับตัวเลขในรายงาน ทว่าเสียงกระซิบกระซาบจากแพนทรีด้านหลังก็ดังลอดออกมา
“จริงหรือที่ว่าสองคนนั้นแอบไปเจอกันที่ห้องประชุมเมื่อเช้า เห็นว่าท่านประธานโกรธมากที่ธันวาพยายามจะเข้ามาตีสนิทคุณลลิน”
“นี่มันไม่ใช่เรื่องงานแล้วนะ ถ้าท่านประธานใช้อำนาจส่วนตัวกับเลขาส่วนตัวแบบนี้ บริษัทจะรอดไหมเนี่ย”
ลลินกำปากกาในมือแน่น ความรู้สึกอับอายพุ่งขึ้นมาจับขั้วหัวใจ เธอไม่ได้ต้องการให้ใครมองเธอเป็นแค่ ‘ผู้หญิงของบอส’ เพราะงานทุกชิ้นที่เธอทำด้วยหยาดเหงื่อกำลังถูกด้อยค่าลงด้วยความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนนี้
รณกรที่นั่งอยู่ในห้องทำงานกระจกใสจ้องมองลลินผ่านบานกระจกมาตลอด เขาเห็นความสั่นไหวบนแผ่นหลังบางของเธอ เขาไม่ได้หงุดหงิดกับข่าวลือ แต่นั่นเป็นกลยุทธ์ที่ธันวาต้องการ... ธันวาต้องการให้ลลินรู้สึกไม่มั่นคง เพื่อที่เขาจะได้แทรกซึมเข้าหาเธอได้ง่ายขึ้น
เขาลุกขึ้น เดินออกมาจากห้องทำงานอย่างสง่างาม ท่ามกลางความเงียบกริบของพนักงานทั้งออฟฟิศ เขาหยุดยืนข้างโต๊ะลลินก่อนจะวางมือหนาลงบนไหล่บางของเธอเบาๆ แล้วกระซิบด้วยเสียงที่คนทั้งชั้นได้ยินชัดเจน
“เย็นนี้ผมมีดินเนอร์สำคัญ ถ้าคุณไม่อยากให้ข่าวลือเรื่องเรากลายเป็นเรื่องจริง... ก็เตรียมตัวให้พร้อม เพราะผมจะไม่ยอมให้คุณไปกับใครหน้าไหนทั้งนั้น”
ความเงียบที่เงียบกว่าเดิมเข้าปกคลุมทันที ลลินเงยหน้ามองเขาด้วยความตื่นตระหนก แต่ก่อนที่เธอจะทันได้คัดค้าน เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะของเธอก็ดังขึ้น เป็นสายจากแผนกต้อนรับด้านล่าง
“คุณลลินคะ มีแขกไม่ได้รับเชิญมาขอพบคุณค่ะ... เขาบอกว่าเขาชื่อ ‘ศศิวิมล’ ค่ะ”
ใบหน้าของลลินถอดสีทันที รณกรที่กำลังจะหันหลังกลับชะงักกึก ร่างสูงใหญ่ของเขาแข็งทื่อไปชั่วขณะเมื่อได้ยินชื่อนั้น ชื่อที่เขาพยายามลบออกจากชีวิตมาตลอดหลายปี... ชื่อของหญิงสาวที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นของแผลเป็นในใจเขา
ศศิวิมลเดินเข้ามาในออฟฟิศด้วยท่วงท่าที่มั่นใจ สายตาของเธอไม่ได้มองใครเลยนอกจากรณกร เธอเดินตรงมาหาเขาด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลใบหนาที่ดูเหมือนจะเป็นชนวนระเบิดลูกใหม่ของบริษัท
“ไม่ได้เจอกันนานนะคะ รณกร... หวังว่าเลขาคนใหม่ของคุณจะ ‘ดูแล’ คุณได้ดีกว่าที่ฉันเคยทำนะ”
ละอองดาวเดือนเก้าขอบคุณทุกกำลังใจและการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ อย่าลืมคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ลลินกันด้วยนะคะ!
พันธะรักละอองดาว•ตอนที่ 29
ข่าวลือในบริษัท
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละอองดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!