“คุณกล้าดียังไงถึงพาเธอไปที่นั่น!”
เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบดุจผิวน้ำยามไร้ลม บัดนี้กลับสั่นพร่าไปด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน รณกรกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานตัวหรูจนเกิดเสียงดังสนั่น ก่อนจะคว้าคอเสื้อของชายหนุ่มตรงหน้าขึ้นมาจนเท้าอีกฝ่ายแทบลอยพ้นพื้น สายตาของเขาดุดันราวกับพญาอินทรีที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้แหลกคามือ
“ผมไม่ได้ตั้งใจ... มันเป็นแผนงานที่ต้องไปตรวจหน้างาน ลลินเขาก็แค่ทำตามหน้าที่เลขาฯ คุณจะมาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแบบนี้มันไม่สมเหตุสมผลเลยนะกร” ธันวาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ทว่าแววตาที่ไหววูบไปชั่วขณะนั้นกลับเปิดเผยความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้
รณกรแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดจนดูน่ากลัว “อย่ามาใช้คำว่าหน้าที่กับผม! คุณรู้ดีว่าพื้นที่โซนนั้นมันอันตรายแค่ไหน และคุณก็รู้ดีว่าลลินไม่มีทางรู้อะไรเลย ถ้าเธอเป็นอะไรไปแม้แต่เส้นผมเดียว... ผมสาบานได้ว่าบริษัทคุณจะไม่เหลือแม้แต่เศษซากให้ใครได้จดจำ!”
เขาผลักร่างของธันวาจนเซไปกระแทกกับผนังห้องอย่างแรง ก่อนจะหมุนตัวคว้าสูทตัวนอกแล้วสาวเท้าออกจากห้องทำงานด้วยความเร็วเกินกว่าที่ใครจะรั้งไว้ ในใจของเขาร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา ภาพใบหน้าหวานละมุนที่ยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยนทุกเช้า วนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมหยุด ความหวาดกลัวที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนกำลังกัดกินหัวใจที่เคยแข็งแกร่ง
ท่ามกลางแสงไฟสลัวของย่านอุตสาหกรรมเก่าแก่ ลลินยืนตัวสั่นอยู่ในซอกตึกแคบๆ มือบางกำสายกระเป๋าแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ความเงียบรอบข้างชวนให้ขนลุกซู่ เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เดินวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ทำให้เธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว และที่แย่ไปกว่านั้นคือ โทรศัพท์มือถือของเธอถูกทำลายจนใช้งานไม่ได้ตั้งแต่ตอนที่ถูกผลักเข้ามา
“แกจะหนีไปไหนพ้น แม่สาวน้อย... คุณธันวาเขาก็แค่สั่งให้มาเก็บกวาดงานให้เรียบร้อย ไม่ต้องกลัวหรอก” เสียงแหบพร่าของชายฉกรรจ์ดังขึ้นใกล้หู ลลินกลั้นหายใจ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความกลัวจับขั้วหัวใจ แต่นึกถึงรณกรขึ้นมา... แววตาอบอุ่นของเขา ความห่วงใยที่เขามักจะแสดงออกผ่านการกระทำเงียบๆ กลายเป็นพลังเฮือกสุดท้ายที่ทำให้เธอตัดสินใจพุ่งตัวออกไปจากที่ซ่อน
*ผลัวะ!*
เสียงฝีเท้าวิ่งกระทบพื้นคอนกรีตดังสนั่นในความมืด ลลินวิ่งสุดกำลังไม่คิดชีวิต เธอไม่รู้ว่าทางข้างหน้าคืออะไร รู้เพียงแค่ว่าต้องรอดไปให้ได้ แต่ทว่า... แสงไฟหน้ารถคันหรูที่สาดเข้ามาตัดผ่านความมืดทำให้เธอต้องหยุดชะงัก ร่างสูงสง่าในชุดสูทที่ดูยุ่งเหยิงก้าวลงจากรถด้วยท่าทางที่น่าเกรงขามดุจปีศาจร้ายที่ออกมาล่าเหยื่อ
“ลลิน!”
เสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความโล่งใจปนเปไปกับโทสะทำให้ลลินชะงัก รณกรไม่รอช้า เขารีบก้าวเข้ามารวบตัวหญิงสาวเข้าไปในอ้อมกอดแน่นจนลลินแทบหายใจไม่ออก กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาที่คุ้นเคยแทรกซึมผ่านสัมผัสอบอุ่นนี้ทำให้น้ำตาของเธอไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ฉันอยู่นี่แล้ว... ไม่ต้องกลัวแล้วนะ” เขาพึมพำชิดกลุ่มผมนุ่ม มือหนาลูบแผ่นหลังบางเบาๆ ทว่าสัมผัสได้ถึงอาการสั่นสะท้านที่ยังไม่จางหาย “ใครทำอะไรเธอ... บอกฉันมา ลลิน”
“ฉัน... ฉันกลัวค่ะคุณกร เขา... เขาเหมือนจะมาทำร้ายฉัน” หญิงสาวสะอื้นไห้ซบหน้าลงกับอกแกร่ง ความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้ทำให้กำแพงที่เธอสร้างไว้พังทลายลงสิ้น
รณกรผละเธอออกเล็กน้อยเพื่อสำรวจใบหน้าหวาน แววตาคมกริบกวาดมองทั่วร่างของเธออย่างใส่ใจก่อนจะหยุดอยู่ที่รอยถลอกบนแก้มใส ความโกรธแค้นปะทุขึ้นในดวงตาจนดูมืดมน เขาเชิดคางมนขึ้น สัมผัสแผ่วเบาที่ปลายนิ้วโป้งไล้ผ่านรอยแผลนั้นทำให้ลลินลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ
“ไปอยู่ในรถ... เดี๋ยวนี้” คำสั่งนั้นเฉียบขาดแต่แฝงด้วยความเป็นห่วงอย่างชัดเจน
“คุณกรคะ... อย่าไปมีเรื่องกับเขานะคะ” ลลินคว้าแขนเสื้อเขาไว้ด้วยความกังวล
รณกรหยุดชะงัก หันกลับมามองใบหน้าที่เปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำตาของหญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดริมฝีปากบาง “สำหรับฉัน... ชีวิตของเธอมันมีค่ามากกว่าธุรกิจหรือเงินทองพวกนั้นหลายเท่า ถ้าฉันยอมให้ใครมาแตะต้องเธอได้ ฉันก็ไม่สมควรที่จะยืนอยู่ข้างๆ เธออีกต่อไป”
ทันใดนั้น แสงไฟจากรถอีกคันที่จอดซุ่มอยู่อีกฝั่งก็เปิดพรึ่บขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าของชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ที่ก้าวออกมาจากเงามืด แต่สิ่งที่ทำให้รณกรต้องชะงักงันคือเงาร่างของคนที่ก้าวออกมาจากรถคันนั้น... บุคคลที่เขาไม่อยากเจอที่สุดในเวลานี้
“ใจเย็นๆ สิรณกร... คนของฉันแค่พาเลขาสาวของคุณมาส่งให้ถึงที่เท่านั้นเอง” เสียงที่คุ้นเคยพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันจาก 'ธันวา' ที่ควงปืนในมืออย่างใจเย็น ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดจนถึงขีดสุด
รณกรหันไปหาศัตรู แววตาดุดันเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าที่แฝงไปด้วยอันตราย “แกคิดจริงๆ เหรอว่าทางหนีของแกจะยังว่างอยู่?”
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความเพียงหนึ่งประโยค ก่อนจะหันมามองลลินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นอ่อนโยนอย่างที่สุด “ลลิน... หลับตาซะ ไม่ว่าจะได้ยินอะไร ห้ามลืมตาเด็ดขาดนะ”
เสียงไซเรนของรถตำรวจจำนวนมากที่ดังมาจากทุกทิศทาง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของคนนับสิบที่โอบล้อมพื้นที่ทั้งหมดไว้ทำให้ธันวาหน้าถอดสี รณกรก้าวเข้าไปหาธันวาอย่างช้าๆ ในขณะที่ลลินยืนนิ่งด้วยความตระหนก แต่ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ ชายชุดดำคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาหาธันวาแล้วกระซิบข้างหูเขาด้วยสีหน้าซีดเผือด
ธันวาเบิกตากว้าง หันมามองรณกรที่ยืนยิ้มเย็นชาอยู่ “แก... แกทำอะไรลงไป!”
“ฉันก็แค่จัดการกับคนที่พยายามจะทำลายสิ่งที่ฉันรัก” รณกรตอบเสียงเรียบ ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับมาหาลลิน ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังสนั่นขึ้นจากทิศทางที่ไม่มีใครคาดคิด...
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรักที่ซ่อนอยู่ในเงามืดและหัวใจที่ปกป้องทุกสิ่งในบทนี้ไปพร้อมกับละอองดาวเดือนเก้านะคะ
พันธะรักละอองดาว•ตอนที่ 19
รณกรโกรธจัด
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละอองดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!