“ถ้าพายคิดว่าการหนีไปทำงานที่สตูดิโอในเมืองคือทางออก รินก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามพายหรอกค่ะ”
เสียงของรินราบเรียบ ทว่าความสั่นไหวในน้ำเสียงกลับบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในร้านหนังสือยามค่ำคืน กลิ่นกระดาษเก่าที่เคยเป็นดั่งไออุ่นปลอบประโลมหัวใจ บัดนี้กลับให้ความรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
พายชะงักมือที่กำลังเก็บพู่กันลงในกระบอกไม้ เสียงกระทบกันของอุปกรณ์วาดภาพดังก้องขึ้นในความเงียบ เธอไม่ได้หันกลับมามองหน้าคนรักที่ยืนกอดอกอยู่ตรงเคาน์เตอร์แคชเชียร์ แผ่นหลังบอบบางของพายสั่นไหวน้อยๆ เหมือนกิ่งไม้ที่กำลังจะหักโค่นในพายุ
“ริน... เราไม่ได้จะหนี” พายเอ่ยเสียงแผ่ว “เราแค่รู้สึกว่า ถ้าเราอยู่ที่นี่ต่อไป เราคงจะกลายเป็นคนที่ไม่มีอะไรเหลือเลย แม้แต่ความมั่นใจในงานของตัวเอง”
รินแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่มีความสุขเจือปนอยู่เลย “ไม่มีอะไรเหลือ? แล้วที่ผ่านมาพายคิดว่ารินเป็นอะไรสำหรับพายคะ? เป็นแค่ที่พักพิงในวันที่พายเบื่อหน่าย หรือเป็นแค่คนแปลกหน้าที่พายพร้อมจะทิ้งไว้ข้างหลังเมื่อโลกข้างนอกนั้นมันเรียกร้อง?”
“ทำไมต้องพูดให้มันฟังดูใจร้ายขนาดนั้นด้วยล่ะ!” พายหันกลับมา ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนโยนบัดนี้รื้นไปด้วยหยดน้ำใส เธอสะบัดพู่กันในมือลงบนโต๊ะอย่างแรงจนสีน้ำกระเด็นเปื้อนปกหนังสือเล่มโปรดที่รินวางทิ้งไว้
รินไม่ได้ขยับตัว เธอเพียงแต่มองรอยเปื้อนสีบนหน้ากระดาษนั้นนิ่งๆ ความทรงจำเกี่ยวกับความโดดเดี่ยวที่เธอพยายามลบมันทิ้งด้วยการเปิดร้านหนังสือแห่งนี้เริ่มย้อนกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง มันไม่ใช่แค่เรื่องพาย แต่มันคือปมในใจที่ว่า คนที่เธอรักที่สุด มักจะเดินจากไปเสมอเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
“ถ้าไม่เรียกว่าใจร้าย แล้วจะให้รินเรียกว่าอะไรดีคะ?” รินเดินก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟสีส้มจากโคมไฟวินเทจบนโต๊ะตกกระทบใบหน้าของเธอ เห็นเพียงครึ่งเสี้ยวที่ดูเย็นชา “รินพยายามสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้พาย พยายามเข้าใจว่าพายกดดันจากที่บ้านแค่ไหน แต่สิ่งที่รินได้รับกลับมา คือความพยายามที่จะตัดรินออกจากชีวิตพายทีละน้อย... พายคิดว่ารินโง่เหรอคะ?”
“เราเปล่า!” พายตะโกนลั่นร้าน ก่อนจะลดเสียงลงจนเหลือเพียงเสียงสะอื้น “รินนั่นแหละที่ไม่เคยเข้าใจ รินพยายามเอาความคาดหวังของตัวเองมาทับถมเรา บอกให้เราสู้ บอกให้เรายืนหยัด แต่รินไม่เคยรู้เลยว่าการต้องเป็น ‘พาย’ ในแบบที่ทุกคนต้องการมันหนักแค่ไหน... แม้แต่กับริน ที่เราคิดว่าเป็นที่เดียวที่เข้าใจเรา รินก็ยังมองว่าเราเป็นแค่คนขี้แพ้ที่ทำอะไรไม่สำเร็จ”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้งหลังจากประโยคนั้นจบลง มันเป็นความเงียบที่หนักอึ้งและน่ากลัว รินยืนนิ่งงัน คำว่า ‘คนขี้แพ้’ ที่พายพ่นออกมาเหมือนหยดน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิงในใจของเธอ รินไม่เคยคิดเช่นนั้น แต่เธอก็ยอมรับไม่ได้เหมือนกันว่าความหวังดีของเธอกำลังกลายเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดอีกฝ่ายไว้
“ถ้าการอยู่ที่นี่มันทำให้พายอึดอัดขนาดนั้น...” รินเว้นจังหวะ กลืนก้อนสะอื้นลงคอ “รินก็คงไม่มีเหตุผลที่จะรั้งพายไว้อีกต่อไป”
รินเดินหันหลังกลับไปหยิบกุญแจร้านที่แขวนไว้ข้างประตู มือที่สั่นเทาของเธอพยายามบังคับไม่ให้สั่นไปมากกว่านี้ เธอเดินผ่านพายไปโดยไม่แม้แต่จะเหลือบมอง ราวกับว่าเส้นขนานที่เคยบรรจบกันกำลังจะถูกพรากจากกันด้วยความเข้าใจผิดที่ก่อตัวเป็นกำแพงสูงชัน
พายยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้ม เธออยากจะรั้งรินไว้ อยากจะบอกว่าสิ่งที่พูดไปมันไม่ใช่ความจริง แต่มือของเธอกลับหนักอึ้งเกินกว่าจะขยับไปคว้าชายเสื้ออีกคนไว้ได้ ทิฐิในใจมันสูงชันเกินกว่าจะพังทลายลงในค่ำคืนนี้
รินเปิดประตูร้านออกไป ท่ามกลางความมืดมิดของซอยที่เงียบสงัด มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าที่เริ่มริบหรี่ราวกับจะดับวูบลงได้ทุกเมื่อ ความรู้สึกว่างเปล่าในอกมันกัดกินจนเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่ แต่ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าเดินออกไปให้ไกลจากร้านหนังสือที่เคยเป็นดั่งบ้านหลังที่สอง...
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากมุมมืดของตรอกฝั่งตรงข้าม ร่างสูงใหญ่ในชุดโค้ทสีเข้มก้าวออกมาเผยให้เห็นใบหน้าที่รินจำได้แม่นยำว่าเป็นใคร เขาคนนั้นถือซองจดหมายสีขาวที่ดูเก่าคร่ำคร่าในมือ และเมื่อเขายื่นมันให้ริน สายตาของเขาก็เหลือบมองเข้าไปในร้านที่พายยังคงยืนร้องไห้อยู่
“ผมคิดว่าคุณควรอ่านเรื่องนี้ก่อนที่จะตัดสินใจทิ้งทุกอย่างไปนะ คุณริน... พ่อของคุณไม่ได้จากไปโดยที่ไม่ได้ทิ้งอะไรไว้ให้คุณอย่างที่คุณเข้าใจ”
รินตัวแข็งทื่อ กุญแจร้านในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังเคร้ง หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบหยุดหายใจ เมื่อเห็นชื่อที่จ่าหน้าอยู่บนซองจดหมายนั้นคือชื่อของเธอ และลายมือที่เขียนกำกับไว้ที่มุมซอง... มันคือลายมือเดียวกับที่เธอเห็นในสมุดบันทึกที่แม่ของเธอซ่อนไว้ก่อนจากไปตลอดกาล
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงเดินทางไปพร้อมกับรินและพายนะคะ ชากุหลาบอุ่นๆ ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพและหัวใจของตัวเองให้ดีในวันนี้นะคะ
กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 29
แสงแดดที่เริ่มริบหรี่
ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!