“รินคะ... ปล่อยมือเถอะค่ะ เดี๋ยวลูกค้าที่หน้าร้านจะเห็นเอา”
พายกระซิบเบาหวิว มือที่ถูกอีกฝ่ายกุมไว้แน่นใต้โต๊ะไม้โอ๊คตัวเก่าสั่นเทาเล็กน้อย เธอพยายามดึงมือออก แต่รินกลับกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิม ดวงตาคู่สวยที่ปกติจะนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในยามเช้า บัดนี้กลับไหวระริกด้วยความสับสนและกังวลใจ
“พาย... บอกรินมาตรงๆ ได้ไหม ว่าซองจดหมายสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณเมื่อครู่ มันคืออะไร” รินถามเสียงต่ำ พยายามรักษาระดับเสียงไม่ให้คนในร้านได้ยิน “ทำไมต้องซ่อน? ทำไมพอรินเดินเข้าไป คุณถึงรีบคว่ำหน้ากระดาษแผ่นนั้นลงขนาดนั้น”
พายกลืนก้อนแข็งๆ ลงคอ ความรู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงใจแล่นผ่านเข้ามา เธอมองใบหน้าที่เธอกล้ารักและเทิดทูนที่สุดในชีวิต รินเปราะบางเกินกว่าจะมารับรู้เรื่อง ‘หนี้ก้อนโต’ ที่ครอบครัวของเธอทิ้งไว้ให้เป็นมรดกบาป หากรินรู้ รินจะต้องเอาเงินเก็บก้อนสุดท้ายจากร้านหนังสือนี้มาช่วยเธอแน่ๆ และนั่นคือสิ่งที่พายยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด
“มันไม่มีอะไรหรอกค่ะริน แค่เรื่องงานน่ะค่ะ... บรรณาธิการเขาทวงต้นฉบับโหดไปหน่อย พายก็เลยไม่อยากให้รินเห็นภาพร่างที่มันยังไม่สมบูรณ์”
พายโกหก พยายามฝืนยิ้มที่มุมปาก ทั้งที่ดวงตาของเธอไม่ได้ยิ้มตามไปเลยสักนิด เธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากมือนุ่มของรินที่ส่งผ่านมา แต่มันกลับทำให้เธอกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่
รินนิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาที่จ้องมองมานั้นราวกับจะสแกนลึกลงไปถึงความคิดที่ซ่อนอยู่ “โกหกไม่เก่งเลยนะคะพาย ตั้งแต่คบกันมา คุณไม่เคยปิดบังอะไรฉันได้สักเรื่อง... วันนี้มีอะไรเปลี่ยนไปงั้นเหรอ”
“ไม่มีค่ะ ไม่มีอะไรเลยจริงๆ” พายรีบตัดบท เธอดึงมือออกได้สำเร็จในจังหวะที่รินเผลอปล่อย “วันนี้รินมีนัดตรวจสต็อกหนังสือไม่ใช่เหรอคะ ไปเถอะค่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันเวลา พายจะขอตัวกลับไปวาดรูปต่อให้เสร็จ จะได้ไม่มีเรื่องให้รินต้องกังวลใจอีก”
รินมองตามหลังพายที่ลุกเดินเลี่ยงออกไปทางมุมหนังสือเงียบๆ หัวใจของคนเป็นเจ้าของร้านหนังสือรู้สึกถึงรอยร้าวที่กำลังขยายตัวเงียบๆ ในอากาศ เธออยากจะตามไปคว้าตัวคนรักมาซบลงที่อกแล้วถามทุกอย่างให้สิ้นเรื่อง แต่ความเชื่อใจที่เธอมีให้พายเสมอก็เป็นเหมือนโซ่ตรวนที่ทำให้เธอทำได้เพียงยืนมองแผ่นหลังนั้นสั่นเทาอย่างแผ่วเบา
พายเดินไปหยุดอยู่ที่มุมชั้นวางหนังสือวรรณกรรมแปลเล่มโปรด เธอพิงหลังกับชั้นวางไม้ที่เย็นเฉียบ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นก้อนสะอื้น ในกระเป๋าสะพายใบเก่งของเธอมีใบแจ้งหนี้ฉบับสุดท้ายที่ขู่จะฟ้องร้องหากเธอไม่ชำระเงินก้อนแรกภายในสัปดาห์หน้า ถ้าเธอไม่ยอมขายสิทธิ์ภาพวาดชิ้นล่าสุดที่เธอรักที่สุดให้กับบริษัทโฆษณาที่เธอเกลียดชังเพื่อแลกกับเงินก้อนนั้น เธอคงไม่มีทางรอด
*ขอโทษนะริน... ที่ต้องเลือกหนทางนี้*
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดส่งข้อความหาใครบางคนที่เธอไม่อยากติดต่อด้วยที่สุดในชีวิต เพื่อตกลงรับข้อเสนอที่เปรียบเสมือนการขังตัวเองไว้ในกรงทองที่ไร้อิสระ เธอไม่ได้กลัวความยากจน เธอเพียงแค่กลัวว่าถ้าวันหนึ่งรินรู้ว่าเธอคือภาระที่ฉุดรั้งร้านหนังสือปลายซอยแห่งนี้ให้จมลง รินจะยังคงมองเธอด้วยสายตาแบบเดิมอยู่ไหม
ขณะที่พายกำลังจะปิดหน้าจอ เสียงกริ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำของชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาในร้าน
“ขอโทษนะครับ พอดีผมมาหาคุณพาย... เห็นว่าติดต่อที่สตูดิโอเก่าแล้วเขาบอกว่าเธอย้ายมาอยู่ที่นี่ ผมมีเอกสารสำคัญเกี่ยวกับการโอนสิทธิ์ภาพวาดที่ค้างไว้มาให้เซ็นครับ”
พายตัวชาวาบ เธอหันกลับไปมองชายคนนั้นด้วยความตื่นตระหนก สายตาของรินที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์หนังสือจับจ้องมาที่เหตุการณ์นั้นทันที ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมคราม พายรู้ดีว่าวินาทีนี้ ความลับที่เธอพยายามปกป้องกำลังถูกเปิดเผยออกมาในที่แจ้ง
รินค่อยๆ วางสมุดตรวจสต็อกลงบนโต๊ะ ดวงตาของเธอนิ่งสนิทจนน่ากลัว ในขณะที่ก้าวเดินของเธอที่มุ่งหน้ามาหาพายและชายแปลกหน้านั้น เต็มไปด้วยคำถามที่รอการสะสาง
“โอนสิทธิ์ภาพวาด... แล้วทำไมต้องถึงกับต้องมาตามถึงที่ร้านของฉันด้วยคะพาย?”
หัวใจของชากุหลาบอุ่นๆ หวังว่าเรื่องราวในบทนี้จะทำให้หัวใจของทุกท่านเต้นแรงไปพร้อมกับรินและพายนะคะ
กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 28
การตัดสินใจของพาย
ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!