กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 33

สิ่งที่หายไป

ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
ปลายนิ้วของรินสั่นระริกขณะแตะลงบนผิวหนังบริเวณเหนือกระดูกไหปลาร้า รอยตราประทับสีดำสนิทรูปดอกกุหลาบที่ดูเหมือนรอยสัก ทว่าสัมผัสกลับร้อนผ่าวและนูนเด่นราวกับมันกำลังมีชีวิต มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และมันก็ไม่ใช่เรื่องปกติที่คนทั่วไปจะเกิดขึ้นมาได้ในคืนที่พายจากไปโดยทิ้งเพียงความเงียบงันไว้เบื้องหลัง รินกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ในโพรงปาก เธอไม่ได้เพ้อฝัน เธอไม่ได้เสียสติ ภาพของพายในวันที่ทิ้งสมุดวาดภาพเล่มหนาไว้บนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวเก่าในมุมร้านหนังสือยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ แต่ทว่า... พายไม่อยู่แล้ว ร้านหนังสือปลายซอยยามดึกสงัดมีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะที่ส่องกระทบสันปกหนังสือเก่าๆ รินก้าวเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของพาย ที่นั่น... สมุดวาดภาพปกหนังสีน้ำตาลเข้มวางอยู่อย่างโดดเดี่ยว รินสูดลมหายใจลึก ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา น้ำหนักของสมุดในมือช่างหนักอึ้งราวกับแบกรับความลับของจักรวาลเอาไว้ "พาย... เธอทิ้งอะไรไว้ให้ฉันกันแน่" รินพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือหายไปในความมืด ทันทีที่เปิดหน้าแรกออก กลิ่นกระดาษเก่าๆ ผสมกับกลิ่นสีน้ำจางๆ ลอยแตะจมูก มันคือกลิ่นของพาย กลิ่นที่ทำให้รินรู้สึกปลอดภัยเสมอมา ทว่าภาพวาดในหน้าแรกกลับไม่ใช่ทิวทัศน์ที่แสนอบอุ่นเหมือนที่เคยเห็น มันคือภาพใบหน้าของริน... ทว่าดวงตาข้างหนึ่งถูกวาดทับด้วยเส้นสีดำหยักๆ ราวกับหนามกุหลาบที่กำลังกัดกิน และที่มุมกระดาษมีลายมือหวัดๆ ของพายเขียนไว้ว่า *‘อย่ามองกระจกตอนเที่ยงคืน’* รินใจเต้นรัว มือของเธอสั่นจนเกือบทำสมุดร่วง เธอรีบเปิดไปหน้าถัดไป ภาพที่ปรากฏคือรอยตราประทับแบบเดียวกับที่อยู่บนตัวเธอเป๊ะๆ แต่ในภาพนั้น มันไม่ได้อยู่บนผิวหนัง แต่มันอยู่บนหัวใจของร่างเงาที่เป็นตัวเธอเอง ขณะที่รินกำลังจะเปิดหน้าต่อไป เสียง ‘กริ๊ก’ ของกลอนประตูหน้าร้านก็ดังขึ้นในความเงียบ รินสะดุ้งสุดตัว เธอแน่ใจว่าเธอปิดร้านไปตั้งแต่สองทุ่มแล้ว ไฟในร้านมืดสนิทมีเพียงแสงจากโคมไฟที่เธอถืออยู่ รินค่อยๆ วางสมุดลงบนโต๊ะด้วยความระมัดระวัง เธอคว้าที่ทับกระดาษทองเหลืองรูปนกฮูกติดมือไว้แน่นแล้วค่อยๆ เดินย่องไปทางด้านหน้าร้าน หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำราวกับจะหลุดออกมาจากอก เงาร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่หน้าชั้นวางหนังสือหมวดปรัชญา แผ่นหลังนั้นคุ้นตาอย่างประหลาด เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งที่พายชอบใส่... รินหยุดหายใจไปชั่วขณะ ความหวังเล็กๆ ในใจปะทุขึ้นมา "พาย... ใช่เธอไหม?" รินถามออกไป เสียงของเธอเบาหวิวราวกับจะแตกสลาย ร่างนั้นนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมา แสงจันทร์ที่ลอดผ่านกระจกหน้าร้านเผยให้เห็นใบหน้าที่รินคุ้นเคยดีกว่าใคร... ใบหน้าที่ควรจะอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ไกลแสนไกล หรือไม่ก็ควรจะหายไปจากชีวิตของเธอตั้งแต่วันที่พายทิ้งรอยตราประทับนี้ไว้ แต่ทว่า... ใบหน้าของพายในตอนนี้กลับไร้ซึ่งแววตาอ่อนโยน รอยยิ้มที่ปรากฏบนมุมปากนั้นเย็นเยียบและแปลกแยกจนรินรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกสันหลัง "ริน... เธอยังไม่รู้สินะ" พายเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นราบเรียบแต่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "ว่ารอยกุหลาบที่เธอเห็น... มันไม่ได้มีไว้เพื่อเชื่อมโยงเรา แต่มีไว้เพื่อสังเวยสิ่งที่เธอรักที่สุด" รินก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ขาของเธออ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่พายที่เธอรู้จัก พายคนนี้ดูเหมือนเปลือกนอกที่ถูกครอบงำด้วยบางอย่างที่ดำมืดและเก่าแก่กว่าร้านหนังสือแห่งนี้หลายร้อยปี "ฉันไม่ได้ทิ้งสมุดไว้เพราะอยากให้เธอเก็บไว้" พายก้าวเข้ามาหาหนึ่งก้าว เงาของเธอทอดยาวไปบนพื้นไม้ ก่อตัวเป็นรูปร่างแปลกประหลาดที่ขยับเขยื้อนได้เองโดยไม่สัมพันธ์กับร่างจริง "ฉันทิ้งไว้เพื่อบอกว่า... เวลาของเธอหมดลงแล้ว" พายชูมือขึ้นเหนือหน้าอกตัวเอง เสื้อเชิ้ตสีขาวค่อยๆ ปริขาดออก เผยให้เห็นรอยตราประทับกุหลาบสีดำสนิทที่เต้นตุบๆ ตามจังหวะหัวใจที่ผิดปกติ มันไม่ได้เป็นแค่รอยสัก มันคือรอยแผลที่เปิดออกคล้ายดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานจากความตาย รินมองไปที่สมุดวาดภาพบนโต๊ะ แล้วหันกลับมามองพาย ความสับสนมึนงงถาโถมเข้ามา เมื่อสายตาของเธอเหลือบไปเห็นเงาในกระจกที่ตู้หนังสือ... เงาของพายไม่ได้สะท้อนอยู่ในนั้น มีเพียงเงาของรินที่กำลังถือที่ทับกระดาษอยู่เพียงลำพัง รินรีบหันขวับไปมองที่เดิมอีกครั้ง แต่คราวนี้... ร่างของพายหายไปแล้ว! ทว่าบนพื้นไม้ที่ว่างเปล่า มีเพียงรอยเท้าเปียกชื้นเป็นทางยาวมุ่งหน้าไปสู่ห้องเก็บหนังสือเก่าหลังร้าน ซึ่งรินจำได้แม่นว่าเธอเพิ่งล็อกกุญแจไว้อย่างแน่นหนาก่อนหน้านี้ และเสียงที่ดังก้องขึ้นมาจากด้านหลังประตูห้องเก็บหนังสือ คือเสียงฝีเท้าที่พายเคยเดิน... เสียงที่รินจำได้ว่ามันไม่มีวันเกิดขึ้นอีกต่อไปแล้ว รินสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ มือที่กำที่ทับกระดาษไว้แน่นสั่นจนควบคุมไม่อยู่ เธอต้องเลือก... จะเดินหนีไปจากที่นี่ หรือจะไขกุญแจประตูบานนั้นเพื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่อาจเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล แต่ในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวไปข้างหน้า เสียงกระซิบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างหูของเธอ... เป็นเสียงของตัวเธอเองจากสมุดวาดภาพ! "ถ้าเธอเปิดประตูนั้น... รอยกุหลาบของเธอ จะไม่มีวันจางหายไปอีกเลยตลอดกาล" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความลึกลับและกลิ่นอายของหนังสือเล่มนี้ไปด้วยกันนะคะ หวังว่าความอบอุ่นที่เจือความหนาวสั่นจะทำให้คุณรอคอยตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อค่ะ
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%