กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 2

รสชาติของกาแฟและถ้อยคำ

ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
“ปล่อยมือฉันเถอะค่ะ” เสียงของรินราบเรียบ ทว่าสั่นไหวเล็กน้อยในจังหวะสุดท้าย มือของเธอยังคงถูกพันธนาการไว้ด้วยฝ่ามืออุ่นจัดของพายที่สั่นเทาไม่แพ้กัน ความมืดมิดในร้านหนังสือหลังฝนตกหนักดูจะโอบรัดทั้งคู่ไว้ในพื้นที่ส่วนตัวที่คับแคบและเปราะบาง พายค่อยๆ คลายแรงบีบลง แต่ไม่ได้ถอยห่าง ดวงตาของศิลปินสาวที่มักจะมองหาความงามในรายละเอียด กลับกำลังฉายแววแตกสลายที่รินไม่อยากจะตีความ “ฉัน... ขอโทษค่ะ” พายพึมพำ น้ำเสียงขาดห้วงเหมือนเศษกระดาษที่ถูกฉีก “แค่รู้สึกเหมือนถ้าปล่อยไปตอนนี้ ฉันจะหายไปจากโลกใบนี้จริงๆ” รินนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ความเงียบในร้านถูกแทนที่ด้วยเสียงหยดน้ำที่เกาะอยู่บนกระจกหน้าร้านไหลรวมตัวกันจนกลายเป็นสาย รินถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้น กลิ่นกระดาษเก่าเคล้ากับความชื้นของฝนอบอวลไปทั่วพื้นที่ เธอตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง เพราะความเปราะบางที่พายแสดงออกมานั้น มากเกินกว่าที่คนแปลกหน้า(ที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน)อย่างเธอจะรับมือไหวโดยไม่สั่นคลอน “ไปล้างหน้าเถอะค่ะ แล้วมานั่งตรงเคาน์เตอร์ เดี๋ยวฉันชงกาแฟให้ ดึกแบบนี้มีแค่ดริปกาแฟคั่วกลางที่น่าจะช่วยให้ใจชื้นขึ้น” พายไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่พยักหน้าช้าๆ ก่อนจะเดินหายไปทางห้องน้ำหลังร้าน รินเดินไปที่มุมชงกาแฟ จังหวะการเคลื่อนไหวของเธอแม่นยำและเป็นระบบ เธอมักจะใช้การตระเตรียมเครื่องดื่มเป็นการบำบัดจิตใจเสมอ เสียงน้ำร้อนที่กระทบกับผงกาแฟบดละเอียดส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วร้าน—กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวังและความอบอุ่นในแบบที่เธอโปรดปราน เมื่อพายกลับมา เธอนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวสูงที่เคาน์เตอร์ ท่าทางของเธอผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย แต่สายตายังคงจดจ้องไปที่มือของรินที่กำลังสาละวนอยู่กับกาดริป “คุณชอบกาแฟแบบไหนคะ?” รินถามขึ้นโดยไม่เงยหน้า “อะไรก็ได้ค่ะ... ที่ไม่ขมจนต้องฝืนกลืนลงไป” พายตอบ สายตาเลื่อนไปหยุดที่ชั้นหนังสือด้านหลังเคาน์เตอร์ “คุณรินอ่านหนังสือแนวไหนเหรอคะ ถึงได้เปิดร้านหนังสือในซอยลึกขนาดนี้” รินเงยหน้าขึ้น สบตาคู่สนทนาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อครู่ “ฉันชอบหนังสือที่บอกว่า ‘ไม่เป็นไร’ ผ่านตัวอักษรค่ะ ประเภทที่ว่า ไม่ต้องเร่งรีบ ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แค่มีชีวิตอยู่ให้ผ่านพ้นวันไปได้ก็ถือว่าเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่แล้ว” พายชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ “ฟังดูเหงาจังเลยนะคะ แต่มันก็... จริงอย่างที่คุณว่า” รินส่งแก้วกาแฟอุ่นให้พาย ก่อนจะถือแก้วของตัวเองแล้วพิงขอบเคาน์เตอร์ “แล้วคุณล่ะ? เห็นถือสมุดสเก็ตช์ติดตัวตลอดเวลา หนังสือประเภทไหนที่ดึงคุณเข้าไปอยู่ในโลกของมันได้บ้าง?” “ฉันชอบบทกวีค่ะ” พายจิบกาแฟ กลิ่นหอมจางๆ ทำให้เธอหลับตาลงชั่วขณะ “โดยเฉพาะบทกวีที่พูดถึงความโดดเดี่ยวแต่ไม่ใช่ความอ้างว้าง มันเหมือนกับว่า... มีใครสักคนที่เข้าใจว่าการยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนแล้วรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวมันเป็นยังไง” บทสนทนาลื่นไหลไปพร้อมกับไออุ่นของกาแฟ รินพบว่าพายไม่ใช่คนที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจ เธอเป็นเพียงผู้หญิงที่แบกรับความคาดหวังของคนอื่นไว้จนบ่าล้า และการวาดรูปหรือการอ่านบทกวีคือวิธีเดียวที่เธอจะใช้หนีออกจากโลกความเป็นจริงได้ “คุณรู้ไหม พาย” รินเอ่ยขึ้นเบาๆ “บางทีการเปิดร้านหนังสือก็เหมือนการเปิดประตูรอให้คนที่หลงทางได้มาเจอที่พักใจ ฉันไม่ค่อยชอบลูกค้าที่เข้ามาถามหาหนังสือขายดีหรอกนะ ฉันชอบคนที่เข้ามาถามหา ‘ความหมาย’ ของการมีชีวิตอยู่มากกว่า” พายจ้องมองรินผ่านควันจางๆ ของกาแฟ แววตาของเธอเปลี่ยนไป มันมีความสงสัยและความสนใจใคร่รู้แฝงอยู่ “แล้วคุณล่ะริน... คุณเจอความหมายนั้นในหนังสือเล่มไหนหรือยัง?” รินยิ้มบางๆ ไม่ตอบคำถามนั้นทันที เธอหยิบหนังสือนิยายเล่มหนึ่งบนชั้นออกมา เป็นหนังสือปกสีเรียบที่ไม่มีชื่อเรื่องปรากฏชัดเจน เธอวางมันลงบนเคาน์เตอร์ตรงหน้าพาย “เล่มนี้ค่ะ” รินกล่าว “แต่มันยังอ่านไม่จบหรอกนะ เพราะฉันตั้งใจเก็บมันไว้ให้คนที่... เข้ามาเติมเต็มหน้ากระดาษที่ขาดหายไปของฉัน” พายเอื้อมมือไปแตะสันหนังสือ นิ้วเรียวของเธอสั่นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสกับมือของรินโดยไม่ได้ตั้งใจ กระแสไฟฟ้าบางอย่างวิ่งผ่านความเงียบงัน ทั้งคู่ต่างหยุดชะงัก กลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นกาแฟเข้มข้นดูเหมือนจะชัดเจนขึ้นจนน่าอึดอัด ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังก่อตัวเป็นความใกล้ชิดที่ลึกซึ้ง พายก็ชักมือกลับอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความตระหนกอย่างเห็นได้ชัด “เกิดอะไรขึ้นคะ?” รินถามด้วยความตกใจ พายไม่ได้ตอบ เธอรีบหันไปมองทางหน้าร้าน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวที่รินไม่เข้าใจ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินมุ่งตรงมาที่ร้าน ผ่านแอ่งน้ำฝนด้านนอกเข้ามาด้วยจังหวะที่เด็ดขาดและคุกคาม รินหันไปมองบานประตูไม้ที่เพิ่งลงกลอนไปเมื่อครู่ แต่จู่ๆ กลอนประตูก็ถูกกระชากจากภายนอกอย่างแรงจนไม้ตรงวงกบส่งเสียงลั่นดังเปรี๊ยะ “พาย... พวกเขาตามมา” พายกระซิบ เสียงของเธอสั่นจนแทบจะไม่ได้ยิน รินยังไม่ทันจะตั้งตัว ประตูก็ถูกผลักเข้ามาพร้อมกับร่างสูงของชายในชุดสูทสีเข้มที่ดูผิดที่ผิดทางในร้านหนังสือแห่งนี้ เขากวาดสายตามองไปรอบร้านก่อนจะหยุดลงที่พายด้วยแววตาวาวโรจน์ “กลับบ้านได้แล้ว พาย” ชายคนนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่ทำให้รินรู้สึกเย็นเยียบไปถึงไขสันหลัง “อย่าให้ผมต้องใช้กำลังพาคุณออกไปจากที่นี่ต่อหน้าเจ้าของร้านที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่คนนี้” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรินและพายในพื้นที่เล็กๆ แห่งนี้ แล้วพบกันตอนหน้าด้วยความอบอุ่นที่มากกว่าเดิมครับ - ชากุหลาบอุ่นๆ
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%