กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 3

ภาพวาดในสมุดบันทึก

ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
"ปล่อยมือจากเธอเดี๋ยวนี้" เสียงของรินนิ่งสนิท ทว่ามันกลับสั่นสะเทือนไปถึงเศษเสี้ยวความรู้สึกที่แตกสลายของพาย มือของหญิงสาวเจ้าของร้านหนังสือเอื้อมไปคว้าข้อมือของผู้ชายคนนั้นไว้แน่น แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความประหม่า แต่แววตาของเธอกลับแน่วแน่ราวกับปกป้องหนังสือเล่มโปรดไม่ให้ใครมาฉีกทำลาย ชายคนนั้นแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาเย็นชาของเขาตวัดมองรินตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะสะบัดมือออกด้วยท่าทีรังเกียจ "อย่าเอาตัวมาเปื้อนเรื่องของคนอื่นเลยแม่ค้าขายกระดาษ" เขาหันไปจ้องหน้าพายที่ซีดเผือดราวกับศพ "พรุ่งนี้ผมจะมารับใหม่ หวังว่าคราวนี้คุณจะฉลาดพอที่จะเก็บข้าวของรอไว้แต่เนิ่นๆ" เมื่อประตูร้านปิดลงพร้อมเสียงกระดิ่งที่ดังกังวานบาดหู ความเงียบงันก็เข้าครอบงำพื้นที่สี่เหลี่ยมเล็กๆ นี้ทันที กลิ่นกาแฟคั่วบดที่เคยให้ความรู้สึกอบอุ่นในตอนแรก กลับดูจางหายไปราวกับถูกดูดกลืนด้วยความกดดัน พายทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า มือทั้งสองข้างสั่นระริกจนต้องกำชายเสื้อของตัวเองแน่น รินไม่ได้เอ่ยถาม เธอนิ่งเงียบ ปล่อยให้พายมีเวลาเรียบเรียงลมหายใจ ก่อนจะเดินอ้อมเคาน์เตอร์ไปหยิบแก้วชาร้อนมาวางตรงหน้า "ดื่มหน่อยเถอะ" เสียงของรินแผ่วเบาและเต็มไปด้วยความห่วงใย พายเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยที่เคยสดใสกลับหม่นแสงลงราวกับภาพวาดสีน้ำที่ถูกน้ำตาชะล้าง "ฉันขอโทษที่ทำให้ร้านต้องวุ่นวาย... และขอโทษที่ต้องให้เธอเห็นอะไรแบบนี้" "ร้านเป็นของฉัน แต่คนที่อยู่ในร้านคือคนสำคัญ" รินตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินไปเก็บกวาดเศษความวุ่นวายที่ชายคนนั้นทิ้งไว้ พลางสายตาก็เหลือบไปเห็นสมุดบันทึกเล่มหนาที่ตกอยู่บนพื้นข้างเก้าอี้ของพาย รินก้มลงเก็บมันขึ้นมา ปกสมุดทำจากหนังเก่าสีน้ำตาลที่มีรอยขีดข่วนจางๆ เธอตั้งใจจะวางคืนให้พาย แต่จังหวะที่มือสัมผัส สมุดก็แง้มออก เผยให้เห็นลายเส้นดินสอที่ดูหนักแน่นแต่แฝงไว้ด้วยความทุกข์ระทม นั่นไม่ใช่บันทึกประจำวัน แต่มันคือสมุดรวมภาพร่าง รินชะงัก ลายเส้นในหน้ากระดาษนั้นดูคุ้นตาอย่างประหลาด มันไม่ใช่ภาพทิวทัศน์สวยหรูที่พายมักวาดในวันธรรมดา แต่มันคือภาพของ 'นกที่ถูกกักขังในกรงเหล็ก' โดยมีเงาดำทมิฬรูปร่างคล้ายชายคนเมื่อครู่ยืนกุมกุญแจไว้อยู่หน้ากรง รินพลิกหน้าถัดไป... ภาพเด็กสาวที่กำลังร้องไห้อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่มีหน้าต่าง แสงสว่างเดียวที่เธอเห็นคือช่องแคบๆ ที่ปลายเท้า ซึ่งดูเหมือนทางออกที่ไม่มีวันไปถึง ภาพสุดท้ายที่รินเปิดมาเจอ คือภาพของร้านหนังสือแห่งนี้ แต่ในภาพนั้น ไม่มีริน... พายวาดเพียงแค่ตัวเองที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา ในมือของเธอกุมกุญแจดอกหนึ่งไว้แน่น และกุญแจดอกนั้น... รินจำได้ดี มันคือสร้อยคอที่รินเคยให้พายเป็นของขวัญวันเกิดเมื่อเดือนก่อน รินรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบเข้าหากันจนแน่น เธอหันไปมองพายที่ยังคงก้มหน้าอยู่ หญิงสาวคนนี้แบกรับอะไรไว้มากมายเพียงใดในขณะที่ยังต้องมานั่งยิ้มให้เธอในทุกๆ วัน "พาย..." รินเรียกชื่อเบาๆ แต่พายกลับสะดุ้งสุดตัว เธอรีบคว้าสมุดจากมือรินไปกอดไว้แนบอก "อย่า... อย่ามองมัน ริน ได้โปรด" น้ำเสียงของพายสั่นเครือ หยดน้ำตาร่วงหล่นลงบนปกสมุด "ทำไมต้องซ่อนไว้ขนาดนั้นล่ะ" รินนั่งลงตรงหน้า เธอกุมมือพายไว้แน่น สัมผัสอุ่นๆ ของรินทำให้พายเริ่มสะอื้น "ทุกภาพที่เธอวาด มันไม่ได้แค่เล่าเรื่องความเจ็บปวด แต่มันเล่าว่าเธออยากไปที่ไหน... และเธอกำลังรออะไร" พายเงยหน้าขึ้น สายตาที่ประสานกันมีความหมายเกินกว่าถ้อยคำใดจะเอื้อนเอ่ย "ฉันไม่ได้แค่อยากไปที่อื่น ริน... ฉันแค่กลัวว่าถ้าเธอเห็นตัวตนที่พังทลายของฉันจริงๆ เธอจะไม่อยากให้คนแบบนี้อยู่ในร้านของเธอ" รินยิ้มบางๆ เป็นยิ้มที่ไม่ได้ปลอบประโลม แต่เป็นยิ้มที่ยืนยันความรู้สึก "ร้านนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อขายแค่หนังสือ แต่มันสร้างมาเพื่อรอคอยคนที่อยากจะพักผ่อนจริงๆ ไม่ว่าคนคนนั้นจะมีบาดแผลลึกแค่ไหนก็ตาม" บรรยากาศในร้านดูจะเบาบางลง แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น เสียงเคาะประตูหน้าร้านก็ดังขึ้นอีกครั้ง ทั้งที่ร้านปิดไปแล้วตามเวลา ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก ไม่ใช่เสียงเคาะประตูธรรมดา แต่มันดูจังหวะรุนแรงและเร่งเร้า รินลุกขึ้นยืน พายรีบคว้าแขนรินไว้ ใบหน้าของพายซีดเผือดกว่าเดิมเมื่อเห็นเงาคนยืนอยู่หน้าบานกระจก "ไม่ต้องออกไป..." พายกระซิบ เสียงของเธอแทบจะกลายเป็นเสียงหวีดหวิว "นั่นไม่ใช่เขา... แต่ฉันรู้ว่าใครส่งมา" รินขมวดคิ้วแน่น เธอเดินไปที่ประตูด้วยความระมัดระวัง แต่ทว่าก่อนที่มือจะสัมผัสถึงกลอนประตู เสียงโทรศัพท์มือถือของรินก็ดังขึ้นบนเคาน์เตอร์ เป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นตา รินรับสายด้วยความลังเล "ริน... ถ้าไม่อยากให้ร้านของเธอหายไปในกองเพลิงคืนนี้ ก็ปล่อยมือจากผู้หญิงคนนั้นซะ" เสียงปลายสายไม่ใช่ชายคนนั้น แต่เป็นเสียงของผู้หญิงที่คุ้นเคย... เสียงที่รินไม่ได้ยินมานานกว่าสิบปี "น้องสาวที่รัก... พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามายุ่งกับของที่ครอบครัวเราต้องการ" ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลังรินทันที เธอหันกลับไปมองพายที่นั่งตัวสั่นอยู่กับสมุดบันทึกเล่มเดิม ก่อนจะพบว่าที่หน้าต่างกระจกหน้าร้าน มีควันสีเทาจางๆ ลอยแทรกผ่านรอยแตกของขอบหน้าต่างเข้ามาทีละน้อย ชากุหลาบอุ่นๆ หวังว่าเรื่องราวในวันนี้จะยังคงอุ่นพอที่จะทำให้รี้ดเดอร์ก้าวผ่านค่ำคืนนี้ไปพร้อมกับรินและพายนะครับ
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%