"อย่าเพิ่งขยับ... พาย อยู่เฉยๆ"
รินเอ่ยเสียงเบา แต่เด็ดขาด มือเรียวคว้าแขนคนข้างกายไว้แน่นขณะที่ดวงตาคู่สวยจ้องเขม็งไปยังกลุ่มควันสีเทาจางที่กำลังม้วนตัวเหมือนงูเงี้ยวเขี้ยวขอผ่านรอยแตกของหน้าต่างบานเก่า กลิ่นอับชื้นเหมือนกระดาษเปียกน้ำผสมกับไอเย็นจัดโชยปะทะใบหน้าจนรินต้องกลั้นหายใจ
พายตัวสั่นระริก สมุดบันทึกในมือตกลงบนพื้นพรม เสียง 'ตึก' แผ่วเบานั้นกลับดังก้องในความเงียบสงัดของร้านหนังสือ รินไม่รอช้า เธอคว้าเล่มหนังสือปกแข็งจากชั้นใกล้ที่สุดมาถือไว้แทนอาวุธ ก่อนจะขยับตัวไปบังหน้าต่างบานนั้นไว้ด้วยแผ่นหลัง ราวกับจะปกป้องคนข้างหลังด้วยร่างกายเพียงอย่างเดียว
ทว่าเมื่อลมหายใจของเธอขยับผ่านไปเพียงครู่ ควันสีเทานั้นก็สลายตัวไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง ทิ้งไว้เพียงไอเย็นที่เกาะตามกรอบกระจกจนกลายเป็นฝ้าขาว
"มัน... มันหายไปแล้ว" พายกระซิบ เสียงของเธอแหบพร่า ดวงตากลมโตสั่นไหวระริกจ้องมองไปยังจุดที่ควันเคยอยู่
รินผ่อนลมหายใจออกช้าๆ มือที่สั่นเทาของเธอขยับไปหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อบนหน้าผากให้พายอย่างลืมตัว กลิ่นหอมจางๆ ของชาเอิร์ลเกรย์จากตัวของรินเริ่มกลบกลิ่นอับชื้นที่ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศ ความเงียบปกคลุมพวกเขาทั้งสองไปครู่ใหญ่ ก่อนที่รินจะตัดสินใจทำลายมันลง
"วันนี้เราพอแค่นี้ก่อนเถอะ" รินพูดพลางเอื้อมมือไปเก็บสมุดบันทึกที่ตกพื้นขึ้นมาปัดฝุ่นให้อย่างเบามือ "จัดหนังสือไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน ตอนนี้... ฉันว่าเราต้องการอะไรอุ่นๆ ลงท้องมากกว่า"
พายเงยหน้าขึ้นมองริน สายตาของเธอมีความขอบคุณผสมกับความไม่เข้าใจ ความกังวลที่ขีดเส้นใต้ใบหน้าของเธอเริ่มจางหายไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาที่แน่วแน่และอบอุ่นของอีกฝ่าย
"คุณริน ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ..."
"อย่าดื้อสิ" รินยิ้มบางๆ แต่มันเป็นยิ้มที่สว่างไสวที่สุดในสายตาพาย "ร้านหนังสือปลายซอยไม่มีกฎว่าห้ามเจ้าของร้านแบ่งข้าวเย็นกับแขกประจำหรอกนะ ไปเถอะ ฉันมีซุปข้าวโพดกับขนมปังอบกรอบในครัว"
ครัวหลังร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเนยและเครื่องเทศ รินสาละวนอยู่กับการอุ่นซุป ขณะที่พายยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ตรงมุมห้อง เธอไม่อยากให้รินต้องมาเหนื่อยเพราะเธอ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็โหยหาบรรยากาศที่แสนจะธรรมดานี้เหลือเกิน—บรรยากาศที่ไม่มีใครมาสั่งให้เธอทำอะไร ไม่มีใครมาขีดเขียนอนาคตให้เธอเหมือนในสมุดบันทึกเล่มนั้น
"ช่วยจัดจานหน่อยได้ไหม?" รินยื่นจานกระเบื้องสีครีมให้ "ฉันหยิบไม่ถึงชั้นบนสุดน่ะ"
พายขยับเข้าไปใกล้ ความสูงของเธอทำให้การเอื้อมมือไปหยิบจานเป็นเรื่องง่าย ในจังหวะที่เธอลดจานลงมา ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากเสื้อผ้า รินชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเส้นผมของพายทำเอาหัวใจของคนอายุ 28 ปีเต้นผิดจังหวะ
พวกเขาตกลงนั่งทานมื้อค่ำกันที่โต๊ะไม้ตัวเล็กข้างกองหนังสือที่พายเพิ่งจัดค้างไว้ แสงจากโคมไฟตั้งโต๊ะสีวอร์มไวท์ทาบทับลงบนใบหน้าของคนทั้งสอง เกิดเป็นเงาที่นุ่มนวลและเป็นส่วนตัว
"ทำไมถึงเลือกเปิดร้านหนังสือที่นี่คะ?" พายถามขณะตักซุปเข้าปาก รสชาติละมุนลิ้นทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
"เพราะฉันอยากสร้างพื้นที่ที่มีแต่ความเงียบที่พร้อมจะโอบกอดทุกคน" รินตอบพลางจิบน้ำชา "เวลาเราอ่านหนังสือ เราไม่ได้แค่รับรู้เนื้อหา แต่เรากำลังเดินทางไปพร้อมกับตัวละคร... เหมือนกับที่ตอนนี้ ฉันกำลังดีใจที่ไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้อยู่คนเดียว"
พายชะงัก ช้อนในมือหยุดนิ่ง เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของริน เห็นความเหงาที่แฝงลึกอยู่หลังแววตาคู่นั้น ความรู้สึกผิดเริ่มก่อตัวขึ้นในอกของพาย เพราะเธอก็เป็นเพียงคนที่หนีความกดดันมาซุกซ่อนตัวในที่แห่งนี้เช่นกัน
"ฉัน... ฉันอาจจะนำเรื่องไม่ดีเข้ามาในร้านของคุณริน" พายยอมรับเสียงเบา
รินวางช้อนลง เอื้อมมือไปแตะหลังมือของพายเบาๆ สัมผัสที่เย็นชืดของนิ้วมือพายค่อยๆ อุ่นขึ้นจากการเกาะกุมของริน "ไม่มีใครนำเรื่องไม่ดีเข้ามาได้ หากที่นี่มีพื้นที่สำหรับความเข้าใจมากพอ พาย... ไม่ว่าควันนั่นคืออะไร หรือใครที่กำลังตามหาคุณ ฉันจะอยู่ที่นี่"
คำพูดของรินหนักแน่นราวกับคำสัญญา พายรู้สึกเหมือนมีก้อนจุกแน่นอยู่ในลำคอ ความอบอุ่นที่ได้รับทำให้ความเข้มแข็งที่เธอเคยสร้างขึ้นพังทลายลง เธอโหยหาความอบอุ่นนี้... อยากจะซบหน้าลงกับฝ่ามือคู่นี้แล้วร้องไห้ออกมาเสียให้พอ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างนุ่มนวล เสียง 'กริ๊ง' ของกระดิ่งหน้าร้านที่ควรจะดับไปแล้วหลังเวลาปิดร้าน กลับดังขึ้นอย่างแผ่วเบาและยาวนาน
ทั้งสองคนหันขวับไปมองยังทางเข้าด้านหน้า ร้านที่ควรจะว่างเปล่ากลับมีเงาร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลังกระจกเงาสะท้อน รินลุกขึ้นยืนทันทีด้วยสัญชาตญาณของการปกป้อง แต่เมื่อเงานั้นขยับเข้ามาใกล้ภายใต้แสงไฟสลัว เธอก็ต้องตัวแข็งทื่อ
ไม่ใช่ลูกค้า ไม่ใช่คนผ่านทาง... แต่เป็นชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบที่พายคุ้นตาดีจนลมหายใจกระตุกวูบ
"หนูพาย... พ่อบอกแล้วใช่ไหม ว่าการหนีไม่ช่วยให้สมุดเล่มนั้นจบลงได้หรอก"
ชายคนนั้นขยับยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ก่อนจะเอื้อมมือมาเคาะกระจกเบาๆ ราวกับจะเคาะเรียกขวัญของคนที่อยู่ข้างในให้แตกสลายเสียตรงนั้น
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "ชากุหลาบอุ่นๆ" ในบทนี้ หวังว่ารสชาติของมื้อค่ำนี้จะยังคงทิ้งความรู้สึกอุ่นปนสั่นไหวไว้ในหัวใจของทุกคนนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 4
มื้อค่ำใต้แสงโคมไฟ
ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!