“คนเรามักจะคาดหวังให้หนังสือทำหน้าที่เป็นเพื่อนยามเหงา แต่น้อยคนนักที่จะเข้าใจว่า... จริงๆ แล้วเราอ่านหนังสือเพื่อหนีจากความจริงที่ว่า ไม่มีใครเข้าใจเราเลยต่างหาก”
รินพูดประโยคนี้ออกมาโดยไม่ได้ละสายตาจากรอยนิ้วมือที่ยังคงพร่ามัวบนกระจกใส เธอไม่ได้มองออกไปที่ถนนหนทาง หรือชายคนนั้นที่เพิ่งเดินลับตาไปเมื่อครู่ แต่มองลึกลงไปในเงาสะท้อนของตัวเองที่ดูจืดจางในร้านหนังสือที่เธอรักที่สุด
พายที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมถักสีเทาในมุมหนึ่งของร้าน วางพู่กันลงในแก้วน้ำจนน้ำใสเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขุ่นมัว เธอขยับตัวเข้ามาใกล้รินช้าๆ เหมือนกลัวว่าหากทำเร็วเกินไป ความเปราะบางที่รินเพิ่งเผยออกมาจะแตกสลายคามือ
“เขากลับไปแล้วนะริน” พายเอ่ยเสียงแผ่ว เป็นความพยายามที่จะดึงรินกลับมาจากห้วงความคิดที่ดำดิ่ง “ไม่ต้องกลัวแล้ว”
รินแค่นยิ้ม—ไม่ใช่ยิ้มที่สดใสเหมือนทุกวันที่พายคุ้นเคย แต่มันเป็นยิ้มที่มุมปากขยับเพียงนิดเดียวเหมือนคนที่พยายามจะประคองเศษแก้วไว้ในอุ้งมือ “กลัวเหรอ? ไม่หรอกพาย... ฉันแค่คิดว่าการที่คนคนหนึ่งจะรู้จักใครสักคนจริงๆ มันยากพอๆ กับการเขียนนิยายสักเล่มให้จบโดยไม่เหลือตัวละครไหนตายเลยนั่นแหละ”
รินเดินไปที่ชั้นหนังสือเก่าแก่หลังเคาน์เตอร์ เธอหยิบหนังสือปกแข็งสีซีดเล่มหนึ่งออกมา มันคือสมุดบันทึกที่รินใช้จดรายชื่อลูกค้าที่เธอไม่เคยรู้จัก ไม่ใช่รายชื่อการซื้อขาย แต่เป็นรายชื่อของความเงียบที่แต่ละคนทิ้งไว้ในร้าน
“เธอรู้ไหมพาย ทำไมฉันถึงรักหนังสือมากกว่าคน” รินหันมามองพาย ดวงตาของเธอไหวระริกเหมือนเปลวเทียนที่ถูกลมพัด “เพราะในหน้ากระดาษ... ถ้าเราไม่ชอบตอนจบ เราสามารถปิดมันลงได้ เราสามารถวางมันไว้ที่เดิม แล้วหันไปหาเล่มใหม่ที่อบอุ่นกว่า แต่กับคน... เราทิ้งพวกเขาไม่ได้โดยที่หัวใจเราไม่แหว่งวิ่นไปข้างหนึ่ง”
พายลุกขึ้นยืน ความสูงที่ใกล้เคียงกันทำให้เธอก้าวไปยืนซ้อนหลังรินโดยธรรมชาติ เธอสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กๆ ที่แผ่นหลังของคนรัก ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือรินไว้แน่น กลิ่นกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นชากุหลาบที่รินชงทิ้งไว้เมื่อบ่ายอบอวลอยู่ในอากาศ มันเป็นกลิ่นที่ปลอบประโลม แต่ในนาทีนี้ มันกลับรู้สึกเหมือนกรงขังที่รินขังตัวเองไว้เพื่อไม่ให้เจ็บปวดกับโลกภายนอก
“เธอกำลังบอกว่า... เธอวางฉันไม่ได้เหรอ?” พายถาม เสียงของเธอแหบพร่าและเต็มไปด้วยความคาดหวังที่ซ่อนอยู่ใต้ความกังวล
รินหันกลับมา แววตาของเธอเปลี่ยนไป มันมีความสับสนระคนความเศร้าที่ลึกเกินกว่าใครจะหยั่งถึง เธอใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าพายออกแผ่วเบา “พาย... ถ้าวันหนึ่งฉันเป็นเหมือนหนังสือที่อ่านไม่จบ หรือเป็นหนังสือที่ตอนจบมันขมขื่นเกินกว่าที่เธอจะรับไหว เธอจะทำยังไง?”
“ฉันจะอ่านมันซ้ำๆ จนกว่าจะเข้าใจสิ่งที่คนเขียนพยายามจะบอก” พายตอบหนักแน่น แม้ในใจจะเริ่มสั่นไหวกับคำถามที่ไม่มีคำตอบนั้น
รินถอนหายใจยาว เธอพาพายเดินไปที่หลังร้าน ตรงที่ที่มีประตูไม้บานเก่าที่ปกติจะถูกล็อคไว้ด้วยแม่กุญแจโบราณ เธอดึงกุญแจที่ห้อยคอออกมา มันเป็นกุญแจที่มีลวดลายเหมือนกิ่งกุหลาบพันเกี่ยวกัน
“ฉันเคยบอกเธอว่าฉันสูญเสียครอบครัวไป แต่ฉันไม่เคยบอกเธอว่า... ฉันเห็นอะไรในคืนที่บ้านหลังนั้นถูกรื้อค้น” รินหมุนกุญแจ เสียงกลไกเหล็กกระทบกันดังแกร๊กในความเงียบ “เหตุผลที่ฉันรักหนังสือ เพราะหนังสือไม่เคยโกหกฉัน... เหมือนที่เขาคนนั้นกำลังทำ”
ขณะที่ประตูไม้ค่อยๆ แง้มออก กลิ่นอายของเอกสารเก่าและหยดเลือดที่แห้งกรังจางๆ โชยออกมาพร้อมกับไอเย็นที่ผิดธรรมชาติ พายเบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังประตูบานนั้น มันไม่ใช่ห้องเก็บของ แต่มันคือผนังทั้งสี่ด้านที่เต็มไปด้วยรูปถ่ายของชายคนนั้น—คนที่เคาะกระจกเมื่อครู่—ในหลากหลายอิริยาบถ ทั้งตอนแอบมอง ตอนเดินตาม และตอนที่เขายืนยิ้มอยู่หน้าสุสานพ่อแม่ของรินเมื่อห้าปีก่อน
รินหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งที่เพิ่งถูกเสียบไว้ใต้ประตูเมื่อสักครู่ขึ้นมา มันเป็นรูปของพาย... ที่เพิ่งถ่ายเมื่อตอนบ่ายวันนี้เอง พร้อมข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า *"ฉันเลือกเล่มที่สวยที่สุดในร้านนี้แล้วนะ"*
ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะตั้งตัว เสียงกริ่งหน้าร้านที่พังไปนานแล้วกลับดังขึ้น... กริ๊ง... กริ๊ง... สองจังหวะสั้นๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เดินตรงมาหยุดอยู่หน้าประตูไม้บานที่พวกเธอยืนบังอยู่
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังอยู่ข้างๆ รินและพายในวินาทีที่ความมืดมิดคืบคลานเข้ามาครับ - ชากุหลาบอุ่นๆ
กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 5
ความลับที่ไม่มีใครรู้
ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!