เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูที่สั่นครืดคราดอยู่บนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง ทำลายความเงียบงันภายในร้านหนังสือ "กลิ่นกระดาษ" ให้แตกกระจาย รินจ้องมองหน้าจอที่ปรากฏชื่อ "พาย" เป็นสายที่สิบสองของวัน ทว่าปลายนิ้วเรียวกลับไม่ยอมแตะเพื่อกดรับ ราวกับกลัวว่าเสียงปลายสายจะทำลายความจริงอันเปราะบางที่เธอกำลังประกอบเข้าด้วยกัน
ห้าปี... ห้าปีเต็มๆ ที่เงาแห่งความสูญเสียในอดีตคอยตามหลอกหลอน รินสูญเสียพ่อและแม่ไปในคืนฝนตกพร่ำด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ตำรวจสรุปว่าเป็นความประมาท แต่วินาทีที่พายเอ่ยประโยคสุดท้ายก่อนจะหายลับไปจากร้าน—ประโยคที่บอกว่า "นั่นไม่ใช่พ่อแม่ของพาย... แต่เป็นคนที่ฆ่าครอบครัวของรินเมื่อห้าปีก่อน!"—โลกทั้งใบของรินก็พังทลายลงอีกครั้ง
รินสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของกระดาษเก่าและกาแฟลาเต้อุ่นๆ ที่เคยเยียวยาจิตใจในยามนี้กลับไร้ความหมาย เธอตัดสินใจแล้วค่ะ ความจริงไม่ได้รอให้ใครมาเสิร์ฟ และความกลัวก็ไม่ใช่เกราะคุ้มกันที่ดีพออีกต่อไป กระเป๋าเดินทางใบย่อมถูกรูดซิปปิดอย่างแน่นหนา รินกวาดสายตามองไปรอบร้านหนังสือที่เปรียบเสมือนบ้านหลังสุดท้าย ก่อนจะก้าวเดินออกไปเผชิญหน้ากับความจริงที่ซุกซ่อนอยู่ ณ ปลายทางอันหนเหน็บ—บ้านเกิดของพาย เมืองเล็กๆ ทางภาคเหนือที่โอบล้อมด้วยหมอกหนาและอดีตอันดำมืด
รถตู้โดยสารสาธารณะพา
รินลัดเลาะผ่านภูเขาสลับซับซ้อน บรรยากาศสองข้างทางเปลี่ยนจากตึกรามบ้านช่องเป็นทิวสนและสายหมอกที่เริ่มลงจัดเมื่อยยามบ่ายแก่ๆ หัวใจของรินเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ผสม The ปนเป ทั้งความโกรธ ความหวาดระแวง และความเป็นห่วงพายจับใจ หญิงสาวบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าพายอาจจะเป็นเพียงเหยื่อของเรื่องราวทั้งหมด หรืออาจจะเป็นส่วนหนึ่งของความลับที่เธอคาดไม่ถึง แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น รินต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อห้าปีก่อนกันแน่
เมื่อรถจอดสนิทที่สถานีปลายทาง รินก้าวลงมาสัมผัสกับไอเย็นที่ปะทะผิวหน้า เมืองนี้เงียบสงบจนน่าขนลุก บ้านเรือนไม้โบราณสลับกับตึกปูนเก่าๆ ตั้งเรียงรายท่ามกลางสายหมอกจางๆ รินเปิดสมาร์ทโฟนขึ้นมาเพื่อดูแผนที่ที่เธอแอบบันทึกที่อยู่บ้านเกิดของพายไว้จากสมุดบันทึกในห้องนอนของคนรัก ทว่าสัญญาณโทรศัพท์มือถือกลับค่อยๆ ลดระดับลงจนกลายเป็น "ไม่มีสัญญาณ"
รินกัดริมฝีปากแน่นอย่างใช้ความคิด เธอถามทางชาวบ้านแถวนั้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ แม้สีหน้าของคนท้องถิ่นจะดูแปลกใจเมื่อได้ยินชื่อสกุลของครอบครัวพาย แววตาของหญิงสูงวัยเจ้าของร้านชำถึงกับสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะโบกไม้โบกมือไล่
"หนู... ถ้าไม่อยากเดือดร้อน กลับกรุงเทพฯ ไปเสียเถอะค่ะ ที่นั่น... มันไม่ใช่ที่ที่คนนอกควรจะเข้าไปยุ่มย่าม โดยเฉพาะบ้านหลังนั้น" คำเตือนนั้นไม่ได้ทำให้รินถอดใจ กลับยิ่งทำให้ฝེเท้าของเธอมุ่งมั่นมากขึ้น
รินเดินเท้าต่อเข้ามาในเขตชนบท ห่างไกลจากตัวอำเภอเรื่อยๆ สองข้างทางเริ่มรกทึบด้วยต้นไม้ใหญ่และพงหญ้าที่ขึ้นสูง บ้านเรือนเริ่มบางตาลง จนกระทั่งมาหยุดอยู่เบื้องหน้าบ้านไม้สองชั้นหลังใหญ่สไตล์โคโลเนียลที่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ตัวบ้านทาสีขาวที่บัดนี้หลุดล่อนกลายเป็นสีเทามอมแมม หน้าต่างทุกบานปิดสนิทด้วยผ้าม่านทึบแสง มีเพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดแผ่ซ่านออกมาจากตัวอาคาร
รินผลักประตูรั้วไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดหูเข้าไป หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม กลิ่นอับชื้นและกลิ่นจางๆ ของกระดาษเผาไหม้ลอยมาแตะจมูก เท้าเรียวก้าวขึ้นบันไดทีละขั้นอย่างระมัดระวัง จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูไม้สักบานใหญ่
มือที่สั่นเทาของรินเอื้อมไปเคาะเบาๆ "พาย... พายคะ เปิดประตูให้รินเดี๋ยวนี้!"
ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านใน รินจึงลองบิดลูกบิดประตู ปรากฏว่ามันไม่ได้ล็อก! ประตูค่อยๆ แง้มเปิดออกด้วยแรงผลักเบาๆ เผยให้เห็นความมืดสลัวภายในบ้าน
รินก้าวเท้าเข้าไปข้างใน กลิ่นบางอย่างทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด มันคือกลิ่นของกระดาษและหมึกพิมพ์ชนิดเดียวกันกับที่พายใช้ทำงาน แต่มันกลับปะปนไปด้วยกลิ่นคาวสนิมบางเบาที่ลอยมาจากโถงทางเดินชั้นสอง
"พาย อยู่แถวนี้ไหมคะ?" รินเอ่ยเรียกเสียงสั่น ความเงียบโอบล้อมเธอไว้ จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบดังมาจากห้องทำงานริมสุดทางเดิน
รินตัดสินใจเดินตามเสียงนั้นไป มือผลักประตูห้องทำงานบานเก่าให้เปิดออก ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เลือดในกายของเธอย็นเฉียบจนชาไปทั้งร่าง
กลางห้อง พายกำลังนั่งคุกเข่าอยู่หน้ากองเอกสารที่ถูกเผาไหม้ครึ่งๆ กลางๆ ใบหน้าของคนรักเปื้อนคราบน้ำตาและเขม่าควัน ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำและว่างเปล่า ทว่าข้างกายของพายกลับมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งยืนกอดอกมองรินด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
"ยินดีต้อนรับสู่บ้านหลังเดิมนะ... คุณริน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่ชายคนนั้นหันมาสบตาเธอ รินแทบหยุดหายใจเมื่อจำใบหน้านั้นได้ทันที—เขาคือคนที่อยู่ในรูปถ่ายเก่าๆ วันที่ครอบครัวของเธอประสบอุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อน!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความเงียบงันและไออุ่นนี้กับชากุหลาบอุ่นๆ นะคะ
กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 35
การออกตามหา
ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!