กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 36

เมืองเล็กๆ ที่แปลกตา

ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
"คุณรู้จักเขาหรือคะ พาย?" รินถามออกไปโดยไม่ละสายตาจากชายวัยกลางคนตรงหน้า หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองที่ถูกรัวไม่เป็นจังหวะ บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายของบ้านไม้หลังเก่าที่เคยดูอบอุ่นในความทรงจำของพาย กลับกลายเป็นกลิ่นอับชื้นที่ชวนให้รู้สึกเหมือนกำลังถูกบีบคั้นด้วยกำแพงที่ขยับเข้ามาใกล้ พายชะงักไปครู่หนึ่ง มือเรียวบางที่กำสายกระเป๋าสะพายแน่นจนขึ้นข้อขาวสั่นเทาเล็กน้อย เธอไม่ตอบคำถามรินทันที แต่ก้าวไปยืนขวางหน้าชายคนนั้นไว้ด้วยท่าทีที่ดูแปลกไป ราวกับต้องการปกป้อง... หรืออาจจะต้องการปิดบังอะไรบางอย่าง "คุณพ่อคะ รินเขาเป็นแขกค่ะ" เสียงของพายแหบพร่าและเบาหวิว ชายคนนั้นแค่นหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคมกริบใต้คิ้วดกหนาจ้องมองรินอย่างประเมิน ก่อนจะเบนสายตากลับไปหาลูกสาว "แขกที่เธอพามา เพื่อให้มาดูความล้มเหลวของบ้านหลังนี้งั้นหรือ พาย? หรือคิดว่าการพาคนนอกเข้ามาจะช่วยให้เธอหนีจากสิ่งที่เธอต้องรับผิดชอบได้?" รินรู้สึกได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวชายคนนั้น ทุกย่างก้าวที่เขาสาวเข้ามาใกล้ รินเห็นภาพซ้อนทับของความทรงจำเมื่อห้าปีก่อน—รถยนต์ที่เสียหลัก ภาพกระจกที่แตกกระจาย และชายคนนี้ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง "หนูไม่ได้หนีค่ะ แต่หนูไม่ต้องการอยู่ในกรงที่พ่อสร้างขึ้นอีกแล้ว" พายสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่รินไม่เคยเห็นมาก่อน ในบ้านหลังนี้ ทุกมุมดูเหมือนจะมีสายตาจ้องมองออกมา รูปภาพบรรพบุรุษบนผนังดูเข้มงวด หนังสือเก่าแก่ที่วางเรียงรายอยู่ในตู้กระจกถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนา ไม่มีร่องรอยของความสบายใจหรือไออุ่นอย่างที่รินเคยคาดหวังไว้เมื่อตอนที่ตัดสินใจเดินทางมาพร้อมกับคนรัก รินขยับเข้าไปใกล้พาย แล้วใช้มือข้างหนึ่งกุมมือของพายไว้แน่น สัมผัสถึงความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากฝ่ามือของอีกฝ่าย "พายคะ... เราคุยกันได้นะคะ ไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองขนาดนี้" รินกระซิบเบาๆ "เธอยังไม่รู้อะไรอีกเยอะ ริน" พายหันมาสบตาริน แววตาของเธอดูลึกซึ้งและปวดร้าว "สิ่งที่เธอเห็นในรูปถ่ายวันนั้น... มันไม่ใช่แค่เรื่องอุบัติเหตุ มันคือจุดเริ่มต้นของการแลกเปลี่ยนที่น่ารังเกียจที่สุดในตระกูลของฉัน" ชายวัยกลางคนเดินเลี่ยงผ่านทั้งคู่ไปที่โต๊ะไม้ตัวใหญ่กลางห้อง เขาหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลปิดผนึกแน่นหนาขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบไม้ดัง 'ปึก' ราวกับเสียงฆ้อนที่ตัดสินชะตากรรม "ฉันไม่ได้เชิญเธอมาเพื่อความเห็นใจ" ชายคนนั้นกล่าวเสียงเรียบ "แต่ฉันเชิญเธอมาเพราะคนในรูปถ่ายนั่น... เขาฝากข้อความถึงเธอก่อนที่เขาจะหายตัวไปอย่างถาวรในวันนั้น" รินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เธอปล่อยมือจากพายแล้วก้าวเดินไปยังโต๊ะไม้ตัวนั้นทีละก้าวอย่างไม่มั่นใจ ความสงสัยพุ่งพล่านอยู่ในอก แต่สัญชาตญาณกลับร้องเตือนว่าสิ่งที่อยู่ในซองจดหมายนั้นอาจทำลายความสัมพันธ์ที่เธอและพายเพียรสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา รินหยิบซองจดหมายขึ้นมา มือของเธอสั่นเกินกว่าจะควบคุมได้ ในขณะที่พายทำท่าจะเอื้อมมือมาห้าม แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว รินฉีกซองจดหมายออกช้าๆ กระดาษแผ่นหนึ่งร่วงหล่นลงมาบนพื้น เป็นภาพถ่ายเก่าๆ อีกใบที่รินไม่เคยเห็นมาก่อน ในภาพนั้น... เป็นรูปของแม่เธอ ยืนคู่กับชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอในขณะนี้ พร้อมข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า 'ถึงเวลาทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของเรา' ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดๆ ด้านหลังห้องโถง พร้อมกับเสียงเปิดประตูไม้ที่ดังลั่นสนั่นไปทั่วทั้งบ้าน พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด ในขณะที่ชายผู้เป็นพ่อกลับยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น "ในที่สุด เธอก็มาจนได้นะ... แขกที่ไม่ได้รับเชิญอีกคน" บุคคลที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ใต้แสงไฟสลัว ร่างนั้นคุ้นตาจนรินแทบหยุดหายใจ รินหันไปมองคนมาใหม่ด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะหันกลับมามองพายที่ยืนน้ำตาคลออยู่ข้างๆ ความลับที่ถูกซ่อนไว้ในกลิ่นกระดาษและไออุ่นของบ้านหลังนี้ กำลังจะถูกเปิดเผยออกมาในวินาทีที่เธอไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่เข้มข้นนี้ไปพร้อมกับรินและพายนะคะ หวังว่าทุกคนจะติดตามและให้กำลังใจกันต่อไปจนถึงตอนจบนะคะ
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%