“ปล่อยให้มันเป็นความลับต่อไปไม่ได้แล้วเหรอคะ ริน”
เสียงของพายสั่นเครือ แต่มันไม่ใช่เสียงร้องไห้ฟูมฟาย เธอแค่ยืนอยู่ตรงนั้น มือเรียวบางที่เคยใช้ตวัดพู่กันวาดภาพแสนสวยกำลังกำชายเสื้อของตัวเองแน่นจนขึ้นข้อขาว พายจ้องมองรินผ่านชั้นวางหนังสือเก่าๆ ในมุมลับตาคนของร้าน กลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นหมึกพิมพ์ที่เคยเป็นความสบายใจ กลับกลายเป็นฉากหลังที่บีบคั้นหัวใจที่สุดในตอนนี้
รินวางหนังสือในมือลงช้าๆ เธอไม่ได้หันไปเผชิญหน้าทันที แต่เลือกที่จะสูดลมหายใจลึก กลิ่นดอกมะลิจางๆ ที่ติดตัวรินอยู่มักจะทำให้พายสงบลงได้เสมอ ทว่าในนาทีนี้ มันกลับทำให้หัวใจของคนตัวเล็กกว่าเต้นรัวด้วยความกังวล
“ถ้าความลับนั้นคือสิ่งที่ทำให้เธอต้องเจ็บปวด พาย... ฉันก็ไม่มีสิทธิ์จะเก็บมันไว้กับตัวอีกต่อไปแล้วค่ะ” รินหมุนตัวกลับมา สายตาของเธอไม่ได้นิ่งสงบเหมือนทุกที แต่มันวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่กำลังสู้กับลมพายุ
“คนที่หายไป... คนที่เขากำลังตามหา เขาไม่ใช่แค่คนแปลกหน้าสำหรับคุณใช่ไหมคะ” พายเค้นเสียงถาม คำถามนี้ค้างคาใจเธอมาตั้งแต่วันที่ชายคนนั้นก้าวเข้ามาในร้าน เขาไม่ได้มองหาหนังสือ แต่เขากำลังมองหา 'ใครบางคน' ที่รินปิดบังไว้ภายใต้ความเงียบงัน
รินก้าวเข้ามาใกล้ ระยะห่างที่เคยรักษาระดับไว้เพื่อไม่ให้ล้ำเส้นกันและกัน ถูกทำลายลงด้วยความตั้งใจ รินยกมือขึ้น สัมผัสเบาๆ ที่พวงแก้มของพาย ความอบอุ่นที่ส่งผ่านปลายนิ้วทำให้พายชะงัก ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานกันในความเงียบของร้านหนังสือปลายซอย
“พายคะ... สำหรับฉัน โลกนี้มันกว้างใหญ่และน่ากลัวเกินไปเสมอ ตั้งแต่ครอบครัวของฉันจากไป ร้านหนังสือแห่งนี้ก็เหมือนกรงที่ฉันสร้างขึ้นเพื่อขังตัวเองให้ปลอดภัย ฉันไม่เคยคิดจะเปิดประตูต้อนรับใคร จนกระทั่งวันหนึ่ง...” รินเว้นจังหวะ สายตาคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพาย “จนกระทั่งวันที่เธอเดินเข้ามาพร้อมกับสีน้ำที่เลอะปลายนิ้ว และรอยยิ้มที่ทำให้ฉันลืมวิธีป้องกันตัวเอง”
พายเม้มปากแน่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ “ริน...”
“คนคนนั้นที่เขาตามหา... เขาคือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของอดีตที่ฉันพยายามลืม แต่วันนี้ฉันรู้แล้วว่า ไม่ว่าอดีตจะโหดร้ายแค่ไหน มันก็ไม่มีค่าเลยถ้าเทียบกับอนาคตที่มีเธออยู่ตรงนี้” รินขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนหน้าผากของทั้งคู่ชิดกัน “ฉันไม่ได้ซ่อนเขาไว้เพื่อทำลายใคร แต่ฉันซ่อนเขาไว้เพื่อรอเวลา... เวลาที่จะบอกให้ทุกคนรู้ว่า ฉันจะไม่ยอมเสียเธอไปเพราะเรื่องของคนอื่นอีกแล้ว”
พายหลับตาลง ปล่อยให้น้ำตาเม็ดเล็กๆ ไหลผ่านแก้ม “คุณกำลังจะทำอะไรคะ”
“ปกป้องสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับฉันค่ะ” รินกระซิบ เสียงนั้นหนักแน่นจนพายใจสั่น
รินก้มลงประทับจุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผากของพาย มันไม่ใช่ความเร่าร้อน แต่เป็นคำสารภาพที่ไร้เสียง รินกอดพายไว้แน่น ราวกับจะบอกว่านี่คือเกราะป้องกันเดียวที่เธอมี และเธอจะไม่ยอมให้โลกภายนอกเข้ามาแตะต้อง 'พาย' ของเธอได้อีกต่อไป
ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่ดูเหมือนจะคลี่คลาย เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังกริ๊งขึ้น—ไม่ใช่เสียงที่แผ่วเบาเหมือนลูกค้าปกติ แต่มันเป็นเสียงที่หนักแน่นและคุกคามจนคนทั้งคู่ต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว
รินหันไปมองทางประตู ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลังเมื่อเห็นเงาร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น เขาไม่ได้มาคนเดียว ชายแปลกหน้าที่ตามหาคนหาย กำลังถือรูปถ่ายใบเก่าที่มุมหนึ่งขาดหายไป และเขากำลังมองมาที่รินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... ไม่ใช่สายตาของคนที่มาตามหาคน แต่เป็นสายตาของคนที่มาเพื่อ 'ทวงคืน'
เขาก้าวเข้ามาในร้านพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของรินเย็นเฉียบ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้พายถึงกับทรุดลงนั่งกับพื้น
“เจอตัวจนได้นะ... คุณหนูรินทร์รดา แต่เสียดายจังที่วันนี้ผมไม่ได้มาคนเดียว และคนที่ผมพามาด้วย... เขาอยากจะเห็นหน้าคนที่ขโมย 'ความลับ' ของเขาไปเต็มแก่แล้ว”
ชากุหลาบอุ่นๆ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกผ่านตัวอักษรเหล่านี้ไปพร้อมกันนะคะ
กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 19
คำสารภาพของริน
ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!