“ถ้าคุณยังไม่เลิกขยับตัวไปมาแบบนั้น ฉันคงต้องหาเชือกมามัดคุณไว้กับเตียงแล้วนะคะ พาย”
รินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นกาแฟคั่วอ่อนที่ยังจางหายไปไม่หมดจากค่ำคืนก่อน มือของเธอยังคงวางอยู่บนแผ่นหลังของคนข้างกายที่พยายามจะลุกหนีจากอ้อมกอดของเธอด้วยความประหม่า ดวงตาของพายเบิกกว้าง ลมหายใจสะดุดกึกก่อนจะหันกลับมามองใบหน้าของคนรักที่นอนตะแคงเท้าคางมองเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
พายเม้มริมฝีปากแน่น แก้มใสซับสีเลือดจางๆ ราวกับกลีบกุหลาบที่เพิ่งต้องน้ำค้าง “มัน… มันแปลกค่ะริน ปกติพายไม่เคยตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองนอนกอดใครแน่นขนาดนี้ มันเหมือน… เหมือนฝันที่พายกลัวว่าถ้าลืมตาแรงไปหน่อย ภาพตรงหน้าจะหายไป”
รินขยับตัวเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของอีกฝ่าย นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าพายอย่างแผ่วเบา “นี่ไม่ใช่ฝันหรอกค่ะ นี่คือร้านหนังสือของเรา และนี่คือพื้นที่ที่ไม่มีใครสามารถพรากคุณไปจากฉันได้อีกแล้ว”
พายลดสายตาลงมองที่มือของรินที่กุมมือเธอไว้แน่น สัมผัสที่คุ้นเคยนี้ช่วยบรรเทาความสั่นไหวในใจของเธอได้เสมอ แต่ลึกๆ แล้ว เธอยังคงหวาดกลัวเงาในอดีตที่คอยตามหลอกหลอน ความกดดันจากครอบครัวที่เคยบังคับให้เธอเป็นเพียง ‘ตุ๊กตา’ ที่วาดภาพตามสั่งยังคงทิ้งรอยแผลเป็นไว้ในใจเสมอมา
“รินคะ...” พายเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่ว “ถ้าวันหนึ่ง... คนพวกนั้นรู้ว่าพายอยู่ที่นี่ ถ้าพวกเขาเดินเข้ามาในร้านนี้เหมือนที่เคยทำ... รินจะยังอยากให้พายอยู่ตรงนี้ไหมคะ หรือรินจะเลือกเก็บความสงบสุขของร้านนี้ไว้แล้วผลักไสพายไปเหมือนคนอื่นๆ”
รินชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเธอเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที ความนิ่งสงบถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความอ่อนโยน เธอโน้มตัวลงไปจูบที่หน้าผากของพายเบาๆ ก่อนจะกระซิบข้างหู
“ฉันเคยสูญเสียทุกอย่างไปแล้วพาย บ้านที่เคยอบอุ่นกลายเป็นเพียงความว่างเปล่า หนังสือที่ฉันสะสมกลายเป็นเพียงกระดาษไร้ค่าเมื่อไม่มีคนที่อยากจะอ่านด้วยกัน... แต่ตอนนี้ ร้านนี้ไม่ใช่แค่ที่เก็บหนังสือ มันคือที่เก็บหัวใจของฉัน ซึ่งในนั้นมีคุณเป็นเจ้าของพื้นที่ไปหมดแล้ว ถ้าใครจะพรากคุณไป พวกเขาต้องก้าวข้ามซากปรักหักพังของใจฉันไปก่อน”
คำพูดนั้นเรียบง่ายแต่หนักแน่นราวกับคำสาบาน พายหลับตาลงรับสัมผัสจากคนรัก น้ำตาเม็ดเล็กๆ รื้นขึ้นที่ขอบตาด้วยความตื้นตันใจ ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบที่แสนสบายใจ ราวกับโลกภายนอกถูกตัดขาดด้วยชั้นวางหนังสือสูงตระหง่านที่ล้อมรอบพวกเขาไว้
รินลุกขึ้นจากเตียงพับที่จัดเตรียมไว้ในมุมลับของร้าน เดินไปเปิดหน้าต่างบานเล็กที่เผยให้เห็นแสงสีทองของเช้าวันใหม่ที่เริ่มทอดผ่านถนนปลายซอย กลิ่นของไอฝนเมื่อคืนยังคงอบอวลอยู่กับกลิ่นดินและใบไม้ มันเป็นเช้าที่เงียบสงบอย่างที่รินไม่เคยได้รับมานานนับปีตั้งแต่เธอตัดสินใจเปิดร้านหนังสือแห่งนี้
“ไปหาอะไรทานกันนะคะ เดี๋ยวฉันจะทำมื้อเช้าง่ายๆ ให้ทาน วันนี้เราคงต้องจัดชั้นหนังสือหมวดกวีนิพนธ์ใหม่ทั้งหมด มีคนสั่งจองไว้หลายเล่มเลย” รินหันมามองพายที่ยังคงนั่งกอดหมอนอยู่บนเตียง “พายช่วยเลือกโทนสีให้หน่อยสิคะ ฉันอยากได้ปกที่ดูมีความหวัง”
พายยิ้มออกมาได้ในที่สุด เธอหยัดกายลุกขึ้นเดินไปคว้ามือของรินไว้ “สีฟ้าคราม... แบบตอนที่ท้องฟ้าเพิ่งจะเริ่มสว่างหลังจากพายุผ่านไปค่ะ”
บรรยากาศดูเหมือนจะดำเนินไปอย่างราบรื่น ความสุขเล็กๆ ในเช้าวันนี้ดูจะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ที่ทั้งคู่เฝ้ารอ แต่ทว่า... ความเงียบงันของร้านหนังสือก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงกริ่งที่ประตูหน้าร้าน เสียงกริ่งโลหะดังกังวานกังวานและเฉียบคม ราวกับใบมีดที่กรีดผ่านความสงบสุขของเช้าวันใหม่
รินหันขวับไปมองที่หน้าจอโทรทัศน์วงจรปิดที่ติดตั้งอยู่หลังเคาน์เตอร์ สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความอบอุ่นเป็นความซีดเผือดในทันทีเมื่อเห็นบุคคลที่ยืนรออยู่หน้าประตูร้าน—ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มที่ดูแปลกแยกจากบรรยากาศร้านหนังสือ และข้างกายเขาคือผู้หญิงคนหนึ่งที่ถือแฟ้มเอกสารสีดำสนิท
พายที่เดินตามออกมาเห็นท่าทางของรินก็ชะงักไป เธอชะโงกหน้ามองที่หน้าจอ และในวินาทีที่เธอเห็นใบหน้าของคนผู้นั้น หัวใจของพายก็เหมือนถูกกระชากลงสู่ก้นบึ้งของความหวาดกลัว
“พ่อ...” พายพึมพำออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือจนแทบไม่ได้ยิน
รินรีบคว้ามือพายไว้แน่น สัมผัสที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็นความเย็นเฉียบ รินไม่ได้หันมามองพาย แต่สายตายังคงจ้องเขม็งไปที่ประตูหน้าร้าน มืออีกข้างของเธอเอื้อมไปหยิบกุญแจล็อคประตูร้านให้แน่นขึ้นกว่าเดิม แต่เสียงเคาะประตูที่รัวและหนักแน่นจากชายภายนอกกลับดังขึ้นเป็นจังหวะที่ข่มขวัญคนข้างใน
“ฉันรู้ว่าแกอยู่ในนั้น พาย... ออกมาเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ฉันจะทำให้ร้านหนังสือเล็กๆ นี่ไม่เหลือแม้แต่ซากกระดาษให้แกได้ซ่อนตัว”
รินหันกลับมาสบตาพาย แววตาของเธอสั่นระริกแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปตลอดกาล “พาย ฟังฉันนะ... เข้าไปในห้องเก็บของหลังชั้นหนังสือที่ 4 ล็อคประตูจากข้างใน ไม่ว่าฉันจะเรียก หรือใครจะทำอะไรก็ตาม อย่าออกมาจนกว่าฉันจะเป็นคนเปิดประตูให้ด้วยตัวเอง... เข้าใจไหมคะ”
รินไม่ได้รอคำตอบ เธอปล่อยมือจากพายแล้วก้าวเดินไปที่ประตูหน้าร้านเพียงลำพัง ทิ้งให้พายยืนตัวสั่นอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของมุมหนังสือ ขณะที่เสียงพังประตูเริ่มดังขึ้นเป็นครั้งแรก!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสั่นไหวของหัวใจในตอนที่ 20 นี้ไปด้วยกันนะคะ
ชากุหลาบอุ่นๆ
กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 20
เช้าวันใหม่ที่มีกัน
ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!