"ไม่ต้องเก็บอะไรทั้งนั้นพาย... ทิ้งทุกอย่างไว้ตรงนี้ แล้วตามฉันมา"
น้ำเสียงของรินราบเรียบ ทว่าสั่นไหวเล็กน้อยในตอนท้าย เธอกระชับมือที่กุมมือของพายไว้แน่นจนเหงื่อซึมท่ามกลางความเย็นเยียบของค่ำคืน รินไม่ได้หันกลับไปมองสภาพห้องนอนที่คุ้นเคยในบ้านหลังใหญ่ของตระกูลพาย ซึ่งบัดนี้มันเปรียบเสมือนกรงขังที่กำลังถูกปิดตาย เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบแต่แผ่วเบาดังสะท้อนไปตามทางเดินหินอ่อนที่เย็นเฉียบ
พายหันกลับไปมองภาพวาดสีน้ำที่เธอเพิ่งวาดเสร็จวางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงาน แววตาของเธอสั่นระริกเหมือนใบไม้ต้องลม "ริน... ถ้าเราไป แล้วพ่อกับแม่..."
"ถ้าเราอยู่ที่นี่ พายจะไม่มีวันได้เป็นตัวของตัวเองอีกต่อไป" รินหยุดกะทันหัน เธอหันมาเผชิญหน้ากับคนรัก แววตาของรินที่เคยอ่อนโยนและนิ่งสงบ บัดนี้กลับฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "เลือกเอาค่ะ ว่าจะยอมตายทั้งเป็นในความคาดหวังของคนอื่น หรือจะออกไปเสี่ยงโชคกับฉันในโลกที่ไม่มีใครรู้จักเรา"
พายกลืนก้อนแข็งๆ ลงคอ ความเงียบของคฤหาสน์หลังนี้เปรียบเสมือนงูเหลือมที่คอยรัดพันลำคอของเธอมาตลอดหลายปี เสียงเคาะประตูไม้เก่าๆ จากร้านหนังสือของรินเมื่อห้านาทีก่อนยังคงก้องอยู่ในหัว เหมือนสัญญาณเตือนภัยที่ดังเตือนว่าเวลาของพวกเธอหมดลงแล้ว
พวกเธอรีบเร่งผ่านสวนกุหลาบข้างบ้าน กลิ่นหอมของดอกกุหลาบยามค่ำคืนที่เคยดูแสนหวาน กลับกลายเป็นกลิ่นฉุนกึกจนน่าสะอิดสะเอียนในความรู้สึกของพาย เธอถอดรองเท้าส้นสูงทิ้งไว้บนพื้นหญ้า วิ่งเท้าเปล่าไปตามทางเดินด้วยความหวาดระแวง รินคว้าแจ็กเก็ตยีนส์ตัวเก่งของเธอมาสวมให้พายพร้อมกับกระชับร่างบางนั้นไว้ในอ้อมแขน
"ไม่ต้องกลัวนะคะ ฉันอยู่ตรงนี้" รินกระซิบข้างหู
เมื่อพ้นจากรั้วเหล็กดัดสูงตระหง่านมาได้ รินก็ฉุดพายให้รีบก้าวขึ้นรถยนต์คันเล็กที่จอดหลบอยู่ในเงามืดของพุ่มไม้ข้างทาง ทันทีที่เครื่องยนต์สตาร์ทติด เสียงโทรศัพท์ของรินก็สั่นรัวขึ้นมาอีกครั้ง เธอเหลือบมองหน้าจอ—เบอร์เดิม ข้อความสั้นๆ ปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิดในรถ
*‘นกในกรงที่บินหนี สุดท้ายมักจะจบลงด้วยการเป็นเหยื่อของเหยี่ยว... อย่าหันกลับไปมองกระจกหลังเด็ดขาด ริน’*
รินเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เธอเหยียบคันเร่งออกไปโดยไม่ลังเล แสงไฟหน้ารถวูบไหวตัดกับความมืดมิดของถนนสายรองที่ไร้ผู้คน ในหัวของเธอมีเพียงภาพความทรงจำที่แตกสลายของร้านหนังสือร้านนั้น... สถานที่ที่เป็นที่พักพิงสุดท้ายกำลังจะถูกพรากไปโดยใครบางคนที่มีอิทธิพลเหนือกว่าที่เธอจะจินตนาการถึง
"เรากำลังจะไปไหนคะ?" พายถามเสียงเครือ มือของเธอยังคงกำชายเสื้อของรินแน่น นิ้วมือซีดเผือดจากการเกร็ง
"ไปที่ที่พวกเขาหาไม่เจอ ไปที่ที่ความเงียบของเราจะกลายเป็นอาวุธ" รินตอบโดยไม่ละสายตาจากถนน
ภายในรถอบอวลไปด้วยความสับสนและกลิ่นอายของความไม่แน่นอน บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของคนทั้งคู่ พายมองใบหน้าด้านข้างของรินที่ดูเคร่งขรึม เธอรู้ดีว่ารินกำลังแบกรับความลับบางอย่างที่หนักอึ้งกว่าเรื่องครอบครัวของเธอ ความเป็นเจ้าของร้านหนังสือที่ดูธรรมดา อาจจะซ่อนเร้นบางสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้น
ขณะที่รถเคลื่อนผ่านแยกสุดท้ายก่อนออกสู่เส้นทางหลวง พายสังเกตเห็นแสงไฟจากรถยนต์คันสีดำสนิทที่ขับตามหลังมาในระยะที่ไกลพอควร แต่สม่ำเสมอ... ราวกับเป็นเงาที่ไม่อาจสลัดหลุด
"ริน... มีรถตามเรามา" พายกระซิบ เสียงของเธอสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
รินเหลือบมองกระจกหลังตามสัญชาตญาณทันที หัวใจของเธอหล่นวูบ รถคันนั้นเปิดไฟสูงสลับไปมาเหมือนกำลังส่งสัญญาณบางอย่างที่น่าขนลุก มันไม่ใช่การตามล่าแบบทั่วไป แต่มันคือการไล่ต้อน... เหมือนแมวที่กำลังสนุกกับการเล่นกับหนูที่กำลังตื่นตระหนก
"จับแน่นๆ นะคะพาย" รินตัดสินใจหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าทางลัดที่เป็นถนนลูกรังแคบๆ ท่ามกลางป่ารกชัฏ รถกระแทกไปกับพื้นถนนที่ขรุขระจนพายต้องหวีดร้องเบาๆ ในลำคอ ทัศนวิสัยข้างหน้าเริ่มมืดลงจนเหลือเพียงแสงไฟหน้ารถที่ส่องกระทบต้นไม้สองข้างทางราวกับเป็นอุโมงค์ปีศาจ
ทันใดนั้น เสียงบางอย่างที่ดังสนั่นหวั่นไหวก็เกิดขึ้น รถยนต์คันสีดำที่ตามมาเร่งเครื่องขึ้นมาเบียดด้านข้างรถของรินอย่างจัง แรงปะทะทำให้รถของพวกเธอหมุนคว้างไปบนถนนดินที่ลื่นไถล รินพยายามประคองพวงมาลัยอย่างสุดความสามารถ ในขณะที่พายหลับตาแน่น กรีดร้องด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
รถหยุดนิ่งสนิทหลังจากพุ่งชนเข้ากับโคนต้นไม้ใหญ่ด้านข้าง รินมึนงงไปชั่วขณะ สิ่งแรกที่เธอทำคือหันไปเช็กพาย พายยังคงหายใจ แต่ใบหน้าของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและความตื่นตระหนก
รินก้าวลงจากรถอย่างยากลำบาก กลิ่นควันไฟและน้ำมันลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ เธอเงยหน้าขึ้นมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า—รถคันสีดำที่เบียดพวกเธอหยุดจอดขวางทางไว้ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร ประตูรถคันนั้นค่อยๆ เปิดออก พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวออกมาอย่างช้าๆ ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา เธอคนนั้นมีใบหน้าที่คุ้นเคยอย่างประหลาด... ใบหน้าที่รินพยายามลืมเลือนมาตลอดหลายปี
รินตัวแข็งทื่อ มือที่กำแน่นอยู่ข้างตัวสั่นเทา เธอหันกลับไปหาพายที่พยายามพยุงตัวลงมาจากรถด้วยความยากลำบาก ก่อนจะกระซิบคำที่ทำให้พายต้องหยุดกึก "พาย... วิ่งหนีไปทางหลังป่า อย่าหันหลังกลับมา... ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไรก็ตาม"
พายมองรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวบนใบหน้าของหญิงสาวที่เพิ่งก้าวลงมาจากรถคันนั้น ก่อนที่ดวงตาของพายจะเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง เมื่อคนแปลกหน้าที่เดินเข้ามาหยิบภาพถ่ายใบหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อ... เป็นภาพถ่ายของรินในวัยเด็กที่ยืนอยู่ในร้านหนังสือหลังเดิม แต่มันกลับถูกฉีกขาดเป็นสองซีกอย่างจงใจ
"ในที่สุด... เราก็ได้เจอกันเสียทีนะ ริน... หรือฉันควรจะเรียกเธอว่า 'หลานสาวตัวดี' ของฉันดีล่ะ?"
ชากุหลาบอุ่นๆ หวังว่าเรื่องราวในตอนนี้จะทำให้คุณนักอ่านร่วมลุ้นไปกับรินและพายนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงบทที่ 40 นี้ค่ะ
กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 40
การหลบหนี
ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!