"ในที่สุด... เราก็ได้เจอกันเสียทีนะ ริน... หรือฉันควรจะเรียกเธอว่า 'หลานสาวตัวดี' ของฉันดีล่ะ?"
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของชายวัยกลางคนดังแทรกผ่านความเงียบงันของห้องพักขนาดกะทัดรัด กลิ่นอับชื้นของพรมเก่าๆ และกลิ่นฉุนจางๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นบุหรี่ราคาถูกลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่คับแคบ ผ้าม่านสีตุ่นถูกดึงปิดทึบจนมิดชิด ปิดกั้นแสงไฟนีออนสีส้มแดงจากป้ายกระพริบด้านนอกที่สาดส่องเข้ามาเป็นเงาวูบวาบ
รินยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตู มือเรียวที่กำสายสะพายกระเป๋าหนังจนข้อนิ้วซีดขาวสั่นเทวาน้อยๆ หัวใจในอกเต้นกระหน่ำรัวราวกับจะหลุดออกมาข้างนอก ภาพของชายผู้มีศักดิ์เป็นอาแท้ๆ ผู้ซึ่งหายตัวไปพร้อมกับหนี้สินก้อนโตและเอกสารสิทธิ์ร้านหนังสืออันเป็นที่รักของแม่เมื่อสิบปีก่อน กลับมาปรากฏตรงหน้าในสถานที่อัปมารอย่างโรงแรมม่านรูดปลายถนนสายเปลี่ยว
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ... เขาดักรอเธอ และใช้ชื่อของพายล่อลวงให้เธอเดินเข้ามาในกับดักนี้
"คุณอา..." เสียงของรินแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน ลำคอตีบตันราวกับมีก้อนสะอื้นมาจุกอยู่ ความทรงจำอันเลวร้าย กลิ่นอายของความโดดเดี่ยว และความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกในใจถูกกระชากให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในเสี้ยววินาที
"ตกใจมากเลยสินะ ที่เห็นฉันยังมีชีวิตอยู่?" อา ‘นพดล’ เดินเข้ามาใกล้ด้วยรอยยิ้มเยาะ ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองหลานสาวหัวจรดเท้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโลภและความคุ้นเคย "โตเป็นสาวขนาดนี้แล้ว... หน้าตาถอดแบบแม่เธอมาไม่มีผิดเพี้ยน โดยเฉพาะแววตาอวดดีคู่นั้น"
"คุณอาต้องการอะไรอีก..." รินพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น เธอยกมือขึ้นตั้งการ์ดป้องกันตัวโดยสัญชาตญาณ แม้จะรู้ดีว่าร่างกายที่ผอมบางของตนคงสู้แรงผู้ชายวัยกลางคนไม่ได้ "เงินทุกบาทที่แม่เคยมี คุณก็เอาไปหมดแล้ว ร้านหนังสือ... ร้านนั้นฉันก็เพิ่งไถ่คืนมาด้วยหยาดเหงื่อของตัวเอง คุณไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวฉันอีก!"
"สิทธิ์งั้นเหรอ?" นพดลแค่นหัวเราะเสียงดัง เดินเข้ามาประชิดตัวจนรินต้องถอยหลังไปชนกับบานประตูห้องน้ำที่ปิดสนิท "อย่าลืมสi... ว่าที่ดินตรงนั้น โฉนดแปลงเดิม มันยังผูกอยู่กับชื่อพี่ชายฉัน และในฐานะทายาท... เธอก็ต้องรับผิดชอบหนี้ที่พ่อแม่เธอสร้างไว้ด้วยสิ ริน"
รินเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ใต้ความเงียบงันมานานนับปีเริ่มปะทุขึ้น รสชาติเค็มปร่าของน้ำตาที่เอ่อล้นขึ้นมาคลอเบ้าทำให้ภาพเบื้องหน้าพร่ามัว เธอกัดฟันกรอด พยายามผลักอกอีกฝ่ายออกไปสุดแรง แต่นพดลกลับคว้าข้อมือของเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
"ปล่อยนะ!"
"จะรีบไปไหนล่ะ หลานรัก... เรายังมีเรื่องต้องคุยกันอีกยาว" นพดลยิ้มเยาะ มืออีกข้างเอื้อมมาหมายจะลูบไล้แก้มเนียนที่เปื้อนคราบน้ำตา
ภาพในอดีตซ้อนทับเข้ามาในหัวของริน—ภาพวันที่เธอต้องนั่งกอดเข่าร้องไห้ลำพังในห้องนอนมืดๆ หลังทราบข่าวว่าครอบครัวพังทลาย ภาพความกดดันที่เธอต้องแบกรับไว้บนบ่าเล็กๆ ตั้งแต่อายุยังน้อย ความรู้สึกไร้หนทางและความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจมาตลอดหลายปีระเบิดออกมาพร้อมกัน
น้ำตาหยดแรกไหลรินลงอาบแก้ม ก่อนที่เขื่อนแห่งความอดทนจะพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า รินปล่อยโฮออกมาเสียงดัง ปล่อยให้ความเปราะบางทั้งหมดไหลรินไปกับหยาดน้ำตา ความโกรธ ความเกลียดชัง และความเหนื่อยล้าผสมปนเปกันจนร่างบางสั่นเทิ้ม
"ทำไม... ฮึก... ทำไมต้องกลับมาทำลายชีวิตฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า..." เสียงสะอื้นไห้ของรินขาดเป็นห้วงๆ เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ แต่ยิ่งเช็ดมันก็ยิ่งไหลออกมาไม่ขาดสาย "ฉันเหนื่อย... ฉันแค่ต้องการความสงบ... ทำไมพวกคุณถึงไม่ปล่อยฉันไปสักที!"
นพดลชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นหยาดน้ำตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดอย่างสุดซึ้งของหลานสาว แววตาของเขาไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเช่นเดิม "โลกนี้มันไม่ได้ใจดีกับคนอ่อนแอหรอกริน ถ้าเธอไม่จ่าย... ร้านหนังสือของแม่เธอ ก็เตรียมตัวถูกยึดไปประมูลได้เลย"
ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นและเสียงสะอื้นที่บาดลึกหัวใจ รินสูดหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาที่แดงก่ำจากการร้องไห้เงยขึ้นสบตากับผู้เป็นอา ความหวาดกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยประกายความเด็ดเดี่ยวอย่างคนที่ไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไป เธอดึงข้อมือกลับสุดแรงจนหลุดจากการพันธนาการ นพดลขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นแววตาคู่นั้น
"ถ้าคุณคิดว่าฉันจะยอมก้มหัวให้คุณเหมือนเด็กเมื่อสิบปีก่อน..." รินเอ่ยเสียงสั่นเครือ ทว่าน้ำเสียงกลับหนักแน่นและเย็นเยียบจนน่าขนลุก "คุณคิดผิดถนัด... อา"
เพล้ง!
เสียงกระจกหน้าต่างห้องพักแตกละเอียดพร้อมกับร่างเงาสูงโปร่งของใครบางคนที่พุ่งทะยานเข้ามาจากระเบียงด้านนอก เศษกระจกกระเด็นว่อนตกลงบนพื้นพรม นพดลผถอยหลังด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นบุคคลปริศนาก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างเขากับริน
ภายใต้แสงไฟสลัวของห้องพักม่านรูด ร่างของพายยืนหอบหายใจจนตัวโยน เส้นผมยาวเคลียไหล่ระเกะระกะ ดวงตาคู่สวยที่มักจะอ่อนโยนและขี้กังวลเสมอ บัดนี้กลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะและหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยไม่แพ้กัน ในมือเรียวกำประแจเลื่อนเหล็กขนาดพอดีมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"ถอยห่างจากริน... เดี๋ยวนี้!" พายตวาดลั่น เสียงหวานสั่นเครือด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต
รินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ยามมองแผ่นหลังของคนรักที่ยอมเสี่ยงชีวิตปีนระเบียงห้องพักชั้นสองเข้ามาเพื่อปกป้องเธอ นพดลหัวเราะในลำคอด้วยความระอา "โอ้... มีคนมาตายแทนเพิ่มอีกคนเหรอเนี่ย นึกว่าใคร ที่แท้ก็..."
พายไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ เธอยกประแจในมือขึ้นชี้หน้าชายวัยกลางคนด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้น้ำตาของรินร่วงเผาะลงมาอีกครั้ง และทำให้ลมหายใจของคนอ่านแทบหยุดค้าง—
"ถ้าแกแตะต้องรินแม้แต่ปลายนิ้ว... ฉันนี่แหละจะส่งแกไปลงนรกด้วยมือของฉันเอง!"
*(ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับกลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือแห่งนี้นะคะ)*
กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 41
ค่ำคืนในโรงแรมม่านรูด
ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!