"ถอยออกมาค่ะพาย"
น้ำเสียงของรินราบเรียบ ทว่าสั่นสะท้านอยู่ในอก ราวกับเส้นด้ายที่ขึงตึงจนใกล้จะขาดผึง เธอเดินก้าวข้ามผ่านกรอบประตูร้านหนังสือออกมา ยืนขวางกั้นระหว่าง 'โลก' ที่พายพยายามจะหนี กับ 'บุคคล' ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
สตรีสูงวัยผู้นั้นสวมชุดสีเทาเรียบกริบ ทว่าเนื้อผ้าและรอยตัดเย็บตะโกนบอกสถานะที่เหนือกว่าคนทั่วไปดวงตาคู่นั้นเย็นชาและทรงอำนาจ กวาดมองรินตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะมาหยุดที่แววตาหวาดหวั่นของพายที่หลบอยู่ด้านหลังริน
"ฉันไม่คิดว่าจะมีใครกล้าขัดจังหวะบทสนทนาส่วนตัวของครอบครัวนะคะ" เสียงของหญิงสูงวัยนั้นนุ่มนวล แต่บาดลึกราวกับคมมีดที่เคลือบด้วยกำมะหยี่
พายกำชายเสื้อของรินแน่น นิ้วมือเรียวซีดเผือด รินสัมผัสได้ถึงความสั่นสะท้านที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือของคนรัก เธอสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นกระดาษเก่าๆ ในร้านที่เคยทำให้รู้สึกปลอดภัยถูกแทนที่ด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและไอเย็นเยียบจากรถคันหรูเบื้องหน้า
รินหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับพาย เธอใช้มือข้างหนึ่งเชยคางหญิงสาวขึ้นมาอย่างนุ่มนวล แต่หนักแน่นพอที่จะให้พายสบตากับเธอ แทนที่จะมองไปที่พื้นถนนเบื้องล่าง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดริมหู เสียงนั้นแผ่วเบา ทว่าหนักแน่นพอที่จะให้คนตรงหน้าได้ยินถนัดชัดเจน
"พายคะ... มองที่รินนะ" รินเว้นจังหวะหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่เปลี่ยนสถานะของพวกเธอไปตลอดกาล "บอกเขาไปสิคะว่าคุณไม่ได้มาคนเดียว และบอกเขาไปว่าคุณไม่จำเป็นต้องกลับไปในที่ที่คุณไม่ต้องการอีกแล้ว เพราะคุณมีคนรักที่กำลังรอคุณอยู่ที่นี่"
พายเบิกตากว้าง ความตกใจฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่สวย รินไม่ได้เปิดโอกาสให้คนรักได้ลังเล เธอประสานมือเข้ากับมือของพาย บีบกระชับแน่นจนกลายเป็นจุดยึดเหนี่ยวเพียงหนึ่งเดียวในพายุอารมณ์นี้
"ดิฉันคงต้องขอโทษด้วยนะคะ" รินหันไปเผชิญหน้ากับสตรีสูงวัยคนนั้นอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้หลบสายตา แต่เชิดหน้าขึ้นด้วยท่าทีที่ดูเยือกเย็นไม่แพ้กัน "พอดีพายเขามีนัดสำคัญกับดิฉัน... เราเป็นคนรักกันค่ะ และวันนี้เราก็มีแผนจะใช้เวลาด้วยกัน ไม่สะดวกให้ใครมาขัดจังหวะช่วงเวลาของคู่รักหรอกนะคะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ราวกับว่าแม้แต่เสียงลมหายใจยังถูกแช่แข็ง ชายชุดดำที่ยืนอยู่ข้างหลังสตรีผู้นั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ส่วนสตรีสูงวัยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยเย็นชากลับวาวโรจน์ขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"คนรัก?" หญิงสูงวัยทวนคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ในวัยขนาดนี้ กับเจ้าของร้านหนังสือเล็กๆ ที่ไม่มีอะไรเลยเนี่ยนะ?"
รินยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข หากแต่เป็นยิ้มของการปกป้อง "ความรักของเราอาจจะไม่ได้มีมูลค่ามหาศาลหรือมีอำนาจล้นฟ้าเหมือนที่ท่านมี แต่มันเป็นความรักที่ทำให้เราตื่นมาแล้วอยากมีชีวิตอยู่ต่อในทุกๆ วัน ซึ่งดิฉันคิดว่า... นั่นคือสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้สำหรับพายนะคะ"
พายที่เงียบมานาน เริ่มกระชับมือที่จับกับรินแน่นขึ้น ความหวาดกลัวในดวงตาเริ่มถูกแทนที่ด้วยความกล้าหาญที่ได้รับจากการปกป้องของริน เธอขยับมายืนเคียงข้าง สอดประสานนิ้วมือเข้ากับมือของรินอย่างเป็นธรรมชาติและหนักแน่น
"รินพูดถูกค่ะ" พายเอ่ยขึ้น เสียงของเธอแม้จะยังสั่น แต่ก็ชัดเจนพอที่จะประกาศจุดยืน "ไม่ว่าท่านจะเป็นใคร หรืออดีตของหนูจะเป็นอย่างไร แต่นับจากวันนี้... หนูไม่ใช่คนเดิมที่จะยอมก้มหัวให้ใครตามอำเภอใจอีกแล้ว และรินคือคนที่จะอยู่เคียงข้างหนู"
สตรีสูงวัยจ้องมองคนทั้งคู่สลับไปมานานนับนาที ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มันเป็นเสียงที่ดูอันตรายและคาดเดาไม่ได้มากกว่าคำขู่เสียอีก เธอหยิบถุงมือหนังขึ้นมาสวมช้าๆ ราวกับกำลังแสดงละครเวทีที่เธอเป็นผู้ควบคุมบททั้งหมด
"เอาเถอะ... ในเมื่อเลือกที่จะขังตัวเองอยู่ในกรงขังแห่งความเพ้อฝันแบบนี้ ฉันก็คงห้ามไม่ได้" เธอหันหลังกลับไปที่รถสีดำสนิท ก่อนจะหยุดชะงักลงที่ประตูรถ แล้วหันกลับมาส่งยิ้มที่ชวนให้ขนลุกให้ริน "เธอคงคิดว่าการอ้างตัวเป็นคนรักจะปกป้องหลานสาวฉันได้ตลอดรอดฝั่งสินะคะ... แต่ความจริงที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่สิ่งที่ฉันจะทำกับพายหรอกนะ แต่มันคือความลับที่เธอยังไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับคนที่เธอกำลังกุมมืออยู่คนนี้ต่างหาก"
รถสีดำเคลื่อนตัวออกไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งไว้เพียงฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งอยู่ในอากาศและหัวใจของรินที่เต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ
พายปล่อยมือรินออกช้าๆ หันมามองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาที่หวาดกลัว แต่เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความสับสนที่ซ่อนเร้นมานาน รินสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านมาจากปลายนิ้วของพาย
"พายคะ... สิ่งที่เขาพูด หมายความว่ายังไง" รินถามด้วยเสียงกระซิบ ความกังวลเริ่มเกาะกินหัวใจเมื่อเห็นรอยยิ้มเศร้าๆ ที่ผุดขึ้นบนใบหน้าของคนรัก
พายถอยหลังไปหนึ่งก้าว เธอสั่นหัวช้าๆ ก่อนจะล้วงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกพับอย่างประณีตออกมาจากกระเป๋ากางเกง รินจำลายเซ็นบนกระดาษแผ่นนั้นได้ทันที... มันคือเอกสารสัญญาซื้อขายร้านหนังสือแห่งนี้ ที่จู่ๆ ก็มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์คนใหม่ปรากฏขึ้นมาแทนที่ชื่อของริน
"รินคะ..." พายพูดเสียงแผ่ว พลางวางเอกสารนั้นลงบนโต๊ะไม้ใกล้ตัว "ขอโทษที่ฉันต้องทำแบบนี้... แต่นี่คือวิธีเดียวที่จะทำให้ท่านยอมปล่อยตัวฉันมาในวันนี้ และตอนนี้... ร้านนี้ไม่ใช่ของคุณอีกต่อไปแล้วค่ะ"
ความเงียบสงัดเข้าครอบงำร้านหนังสือที่เคยเป็นดั่งลมหายใจของริน ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูไม้เก่าๆ ก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างจังหวะที่จงใจ ในขณะที่โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของรินก็สั่นรัวขึ้นมาพร้อมข้อความปริศนาที่ส่งตรงมาจากเบอร์ที่ไม่รู้จัก: *'ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนบทแรกของการสูญเสีย... เจ้าของร้านตัวจริงกำลังจะมาถึงในอีกห้านาที'*
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ 'ชากุหลาบอุ่นๆ' เสมอมานะคะ หวังว่าวันนี้ไออุ่นจากตัวอักษรจะยังคงอยู่กับทุกท่านค่ะ
กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 39
คำโกหกที่ขาวสะอาด
ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!