กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 26

ความเย็นชาชั่วขณะ

ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
“พายคะ... ถ้างานชิ้นนี้มันสำคัญมากสำหรับคุณ รินคิดว่าเราควรแยกแยะเรื่องเวลาให้ชัดเจนกว่านี้หน่อยนะคะ” น้ำเสียงของรินราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กที่ปักลงบนความรู้สึกของคนฟัง รินวางแก้วเซรามิกที่ยังมีชาเก๊กฮวยเหลืออยู่ครึ่งแก้วลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดัง ‘กึก’ แม้จะไม่ใช่การกระแทก แต่มันก็ดังพอที่จะทำลายความเงียบในร้านหนังสือช่วงใกล้ปิดร้านให้กลายเป็นความอึดอัดขึ้นมาทันที พายชะงักมือที่กำลังร่างภาพในแท็บเล็ต เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่นั้นไหวระริก เธอไม่ได้ตั้งใจจะละเลยช่วงเวลา ‘ของเรา’ แต่เดดไลน์ที่กระชั้นชิดจากสำนักพิมพ์ทำให้เธอเผลอไผลไปกับเส้นสายบนหน้าจอจนลืมไปว่า ในร้านหนังสือที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษแห่งนี้ ยังมีคนอีกคนนั่งรอเธออยู่ “ริน... พายแค่...” พายพยายามจะอธิบาย แต่ลำคอกลับตีบตัน ความรู้สึกผิดพุ่งขึ้นมาจุกอก “พายใกล้เสร็จแล้วค่ะ อีกแค่นิดเดียวเอง” “นั่นคือประโยคที่พายพูดมาตั้งแต่บ่ายสามโมงแล้วนะคะ” รินขยับแว่นสายตา สายตาคู่สวยที่เคยอ่อนโยนยามมองพาย บัดนี้กลับดูเย็นชาและห่างเหินราวกับกำแพงน้ำแข็งที่ก่อตัวขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “รินไม่ได้ต้องการขัดขวางงานของคุณ แต่รินแค่รู้สึกว่า... บางทีความสัมพันธ์ของเรามันอาจจะเป็นสิ่งที่พายวางไว้ลำดับสุดท้ายเสมอ” คำว่า ‘ลำดับสุดท้าย’ กรีดลึกลงไปในใจพายราวกับถูกมีดบาด เธอรู้ดีว่าความเปราะบางในใจรินนั้นมีมากแค่ไหน การสูญเสียครอบครัวไปในอดีตทำให้รินต้องการ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ และ ‘การยืนยัน’ ว่าเธอสำคัญที่สุดเสมอ แต่งานศิลปะที่พายรักและภาระทางใจที่เธอกำลังเผชิญอยู่กลับทำให้เธอพลาดพลั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า “รินคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอคะ?” พายถามเสียงสั่น “พายทำงานหนักก็เพราะพายอยากสร้างอนาคต... อนาคตที่พายหวังว่าจะมีรินอยู่ในนั้นด้วย” รินไม่ตอบ เธอเพียงแค่หันไปจัดหมวดหมู่หนังสือบนชั้นไม้เก่าๆ ที่อยู่ด้านหลัง ท่าทางนั้นบ่งบอกถึงการปิดกั้นการสนทนาอย่างชัดเจน กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าที่เคยทำให้ใจสงบ วันนี้กลับรู้สึกอับชื้นและชวนอึดอัดจนน่าประหลาด บรรยากาศในร้านดูเย็นเยียบลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่เครื่องปรับอากาศก็ทำงานตามปกติ พายก้มมองงานตรงหน้า ความภาคภูมิใจในภาพวาดค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกว่างเปล่า เธอเข้าใจดีว่ารินไม่ได้ต้องการจะทำร้ายเธอ แต่รินเป็นแบบนี้เสมอ เมื่อไรก็ตามที่ความวิตกกังวลเข้าครอบงำ รินจะสร้างเปลือกหุ้มตัวและผลักไสทุกคนออกไป รวมถึงคนที่รินรักมากที่สุดด้วย “ถ้ามันอึดอัดขนาดนั้น...” พายเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ “รินคงอยากอยู่คนเดียวมากกว่าใช่ไหมคะ?” รินหยุดมือที่กำลังหยิบหนังสือวรรณกรรมเล่มหนาลงจากชั้น เธอไม่ได้หันกลับมามอง “รินแค่อยากมีเวลาที่เป็นของเราจริงๆ โดยไม่มีสิ่งอื่นมาแทรกแซงค่ะ แต่วันนี้... รินว่าเราคงตกลงกันไม่ได้แล้ว” พายวางแท็บเล็ตลงอย่างแผ่วเบา เสียงถอนหายใจยาวเหยียดของเธอหลุดรอดออกมา ก่อนที่เธอจะตัดสินใจคว้ากระเป๋าใบเก่งเดินไปที่ประตูร้าน กลิ่นอายของความเย็นชาที่ก่อตัวขึ้นนั้นทำให้บรรยากาศในร้านหนังสือดูหม่นหมองลงทันตา “งั้นพายขอตัวกลับก่อนนะคะ รินคงอยากใช้เวลาทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง... เหมือนที่พายเองก็ต้องทบทวนความรู้สึกของตัวเองด้วยเหมือนกัน” เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังกริ๊งเบาๆ เมื่อพายเปิดประตูออกไป ทิ้งให้รินยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันเพียงลำพัง มือของรินที่จับสันหนังสืออยู่สั่นระริก เธออยากจะเรียกพายไว้ อยากจะเอ่ยปากขอโทษที่ใช้น้ำเสียงเย็นชาเกินไป แต่ทิฐิและปมความโดดเดี่ยวที่ฝังรากลึกกลับรั้งเธอไว้ รินเดินไปปิดไฟหน้าร้าน ความมืดค่อยๆ คลืบคลานเข้ามาปกคลุมไปทั่วชั้นหนังสือ เธอนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมที่พายนั่งเมื่อครู่ บนโต๊ะยังมีแก้วน้ำที่วางทิ้งไว้ และเศษกระดาษร่างภาพที่พายลืมหยิบไปด้วย รินหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู ทันใดนั้นหัวใจของเธอก็เหมือนถูกบีบจนแทบแหลกสลาย บนแผ่นกระดาษนั้น ไม่ใช่ภาพประกอบนิยายที่พายต้องส่งสำนักพิมพ์ แต่มันเป็นภาพวาดพู่กันจีนลายเส้นอ่อนหวาน เป็นภาพของ ‘ร้านหนังสือปลายซอย’ ที่รินเป็นเจ้าของ และในภาพนั้น มีผู้หญิงสองคนยืนกุมมือกันอยู่ท่ามกลางกองหนังสือมากมาย พร้อมข้อความที่เขียนด้วยลายมือสั่นๆ ใต้ภาพว่า... *‘ขอบคุณที่รอพายนะริน... พายจะรีบทำทุกอย่างให้สำเร็จ เพื่อที่จะได้หยุดพักในอ้อมกอดของรินตลอดไป’* รินเบิกตากว้าง ความเย็นชาที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความรู้สึกผิดที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะกดโทรหาพาย แต่ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นในความมืด รินชะงักกึก ไม่ใช่พายที่ยืนอยู่ตรงนั้น หากแต่เป็นบุคคลที่เธอคิดว่าชาตินี้จะไม่ขอกลับไปเจออีก... ‘ผู้หญิงในชุดสูทสีดำสนิทที่ยืนอยู่หลังประตูบานนั้น คือทนายความส่วนตัวของครอบครัวที่ล่วงลับไปแล้วของริน พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูคุ้นตาเป็นอย่างดี...’ “สวัสดีค่ะคุณริน ฉันมีเรื่องสำคัญที่ต้องแจ้งให้คุณทราบเกี่ยวกับพินัยกรรมที่คุณคิดว่ามันจบลงไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน” ชากุหลาบอุ่นๆ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสั่นคลอนในหัวใจของรินและพายในบทนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%