"นามบัตรใบนี้... คุณไปเอามาจากไหนคะ?"
น้ำเสียงของรินสั่นพร่าขณะที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะลงบนพื้นผิวสากของกระดาษการ์ดสีดำสนิท สัญลักษณ์รูปดอกกุหลาบที่นูนเด่นขึ้นมานั้นดูเหมือนจะขยับไหวได้ราวกับมีชีวิต เธอพยายามบังคับให้ลมหายใจให้เป็นปกติ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความทรงจำเกี่ยวกับพู่กันสีน้ำเงินด้ามนั้น—พู่กันด้ามโปรดที่พายหวงนักหวงหนา และหายไปพร้อมกับการที่พายขาดการติดต่อในวันนั้น—กำลังตอกย้ำให้รินรู้ว่าสิ่งที่เธอหวาดกลัวที่สุดกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
ชายแปลกหน้าคนนั้นไม่ได้ตอบคำถาม เขายกยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ก่อนจะหมุนตัวเดินหายออกไปจากร้านอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้รินยืนค้างอยู่กลางร้านท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด
รินทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าหลังเคาน์เตอร์ กลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นกาแฟจางๆ ที่เคยเป็นดั่งความอบอุ่นใจ บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเคว้งคว้างจนน่าใจหาย เธอวางนามบัตรใบนั้นลงบนโต๊ะไม้ สัญลักษณ์ดอกกุหลาบสีดำดูโดดเด่นท่ามกลางแสงไฟสลัวของร้านที่ใกล้จะปิดลงทุกที รินหยิบพู่กันสีน้ำเงินที่เธอแอบดึงออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทของเขาจังหวะที่เขาเผลอ—การกระทำที่บ้าบิ่นที่สุดในชีวิต—ขึ้นมาพิจารณา
สีน้ำเงินบนด้ามพู่กันเริ่มลอกร่อนตามกาลเวลา แต่มันคือสิ่งเดียวที่พิสูจน์ได้ว่าพายเคยอยู่ที่นี่ หรือไม่... ก็พายอาจจะถูกขังอยู่ในที่ไหนสักแห่งที่กลุ่ม 'นักสะสมไร้ตัวตน' นี้กำลังเฝ้าดูอยู่
"เธอหายไปไหนกันแน่ พาย..." รินพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งหยดลงบนเนื้อไม้ เสียงแผ่วเบาของเธอสะท้อนก้องไปทั่วร้านหนังสือที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของคนสองคน
ความเหงาไม่ใช่การที่ไม่มีใครอยู่ข้างๆ แต่มันคือการที่มีความลับที่อยากบอกใครสักคนมากที่สุด แต่คนคนนั้นกลับกลายเป็นปริศนาที่เธอไม่อาจเข้าถึงได้ รินหลับตาลง ภาพของพายในวันที่ทั้งคู่เดินเลือกหนังสือด้วยกันยังคงแจ่มชัด วันที่พายบอกว่า *‘ถ้าวันหนึ่งฉันหายไป อย่าตามหานะริน เพราะโลกใบนี้มันกว้างใหญ่เกินกว่าจะกักขังศิลปินไว้ในที่เดิมๆ’*
รินในตอนนั้นหัวเราะเบาๆ และบอกว่าโลกของเธอน่ะแคบเหลือเกิน แคบพอที่จะมีแค่ร้านหนังสือกับพายเท่านั้น
ทว่าในวันนี้ ความแคบที่ว่ากลับกลายเป็นกรงขังที่แน่นหนา รินหยิบหนังสือเล่มโปรดของพายขึ้นมาเปิดอ่าน บันทึกในหน้าสุดท้ายที่พายเคยเขียนทิ้งไว้มีเพียงข้อความสั้นๆ ว่า *‘ความสวยงามที่แท้จริง มักถูกซ่อนไว้ในที่ที่มืดมิดที่สุด’*
เธอเลื่อนสายตาไปที่นามบัตรใบเดิม... หรือนี่คือคำใบ้?
รินลุกขึ้นเดินไปที่ชั้นวางหนังสือโซนหลังร้าน เธอจำได้ว่าพายชอบอ่านหนังสือปรัชญาที่ค่อนข้างลึกซึ้ง และเธอมักจะพบกระดาษโน้ตเล็กๆ สอดไว้เสมอ รินพยายามหาความเชื่อมโยงระหว่างดอกกุหลาบสีดำกับงานศิลปะที่พายชื่นชอบ หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเมื่อเธอพบว่าในหนังสือเล่มที่พายอ่านค้างไว้ก่อนหายไป มีภาพสเก็ตช์ลายเส้นของดอกกุหลาบที่เหมือนกับในนามบัตรไม่มีผิดเพี้ยน!
ใต้ภาพสเก็ตช์นั้นมีพิกัดที่เขียนด้วยลายมือสั่นๆ ของพาย... พิกัดของอาคารร้างท้ายเมืองที่เธอไม่เคยย่างกรายไปถึง
"จะให้ฉันไปหาเธอในที่แบบนั้นจริงๆ เหรอพาย..." รินถามความว่างเปล่า
ในขณะที่เธอตัดสินใจจะเก็บของเพื่อปิดร้านและมุ่งหน้าไปตามที่อยู่บนกระดาษใบนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านที่เงียบไปนานก็ดังขึ้นอีกครั้ง! รินสะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอรีบเก็บนามบัตรและพู่กันลงในกระเป๋าเสื้อทันที ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนคนใหม่
ร่างสูงโปร่งยืนอยู่หน้าประตู เงาของเขาพาดทับเข้ามาถึงเคาน์เตอร์ รินแทบหยุดหายใจเมื่อเห็นใบหน้าของคนคนนั้นชัดๆ เขาไม่ใช่ชายแปลกหน้าคนเดิม แต่เป็นบุคคลที่เธอคิดว่าจะไม่มีวันได้เห็นอีกต่อไป
"ริน... ฉันกลับมาแล้ว" เสียงนั้นแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึก
รินเบิกตากว้าง มือที่จับเคาน์เตอร์สั่นสะท้าน เธอไม่ได้ดีใจเหมือนที่ควรจะเป็น เพราะแววตาของพายในตอนนี้... มันว่างเปล่าจนน่าสะพรึงกลัว และที่ข้อมือขาวของพาย มีรอยประทับรูป ‘ดอกกุหลาบสีดำ’ ปรากฏอยู่บนผิวหนังชัดเจน ราวกับมันเป็นตราประทับของสมบัติที่ถูกตีตราจองไว้ตลอดกาล
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกับรินมาจนถึงตอนนี้นะคะ ชากุหลาบอุ่นๆ สัญญาว่าจะดูแลหัวใจของทุกคนในตอนต่อไปค่ะ
กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 31
ความเหงาที่หวนคืน
ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!