"ถ้าเจ้าคิดว่าการสวมชุดผ้าไหมราคาแพงจะช่วยปิดบังกลิ่นสาบของหมาป่าในกายเจ้าได้ เอลาร่า... เจ้ากำลังดูถูกรสนิยมของข้าเกินไปหน่อยแล้ว"
เสียงทุ้มต่ำดุจเสียงคำรามจากขุมนรกของอลิสแตร์ดังกังวานขึ้นในโถงห้องโถงกว้างที่ประดับด้วยโคมระย้าคริสตัล เขาไม่แม้แต่จะหันมามองในขณะที่กำลังรินไวน์สีเลือดลงในแก้วเจียระไน มือของเขาที่สวมแหวนตระกูลดูแกร่งและเย็นเยียบ
เอลาร่าหยุดก้าวเท้าลงบนพรมเปอร์เซียผืนหนา เธอไม่ได้สะดุ้งกลัวอย่างที่เขาคาดหวัง ในทางตรงกันข้าม เธอกลับยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของบุรุษผู้ถือครองอำนาจเหนือรัตติกาล ชุดราตรีผ้าไหมสีมรกตแนบเนื้อที่เธอเลือกสวมใส่ในคืนนี้ขับเน้นส่วนเว้าโค้งที่ดูอ่อนหวานทว่าแฝงไว้ด้วยพละกำลังมหาศาลภายใต้ผิวหนังอันเนียนละเอียด
"กลิ่นของข้าเหรอคะ อลิสแตร์?" เอลาร่าก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะเหมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่สงคราม "หรือว่าเป็นกลิ่นของ 'สัญชาตญาณ' ที่ท่านกำลังหวาดกลัวกันแน่?"
อลิสแตร์วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดัง *เคร้ง* เขาหมุนตัวกลับมา สายตาสีทองอำพันสั่นไหววูบหนึ่งเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของหญิงสาว เธอไม่ได้เป็นเพียงกระต่ายตื่นตูมที่รอคอยการปกป้องอีกต่อไป แต่คือพยัคฆ์สาวที่กำลังเรียนรู้วิธีการใช้เล็บคมๆ ของเธอให้เป็นประโยชน์
"เจ้าเรียนรู้ได้เร็วเกินไป เอลาร่า" เขาเยื้องกรายเข้าหาเธอ ความสูงใหญ่ของเขาบดบังแสงไฟจนเกิดเป็นเงาทะมึนทาบทับร่างของเธอ "การใช้ความงามเข้าล่อหลอก... เป็นวิถีของพวกชั้นต่ำที่ไร้ทางสู้ เจ้ากำลังเล่นกับไฟ และข้าไม่ใช่คนที่จะใจดีพอจะปล่อยให้เจ้าถูกเผาโดยไม่เรียกร้องค่าตอบแทน"
"หากไฟนั้นจะแผดเผาข้า..." เอลาร่าเอื้อมมือไปสัมผัสปกคอเสื้อของราชาแวมไพร์ ปลายนิ้วของเธอแกล้งลากไล้ผ่านกระดุมคอเสื้ออย่างเชื่องช้า "ข้าก็อยากจะแน่ใจว่ามันจะเผาไหม้ท่านไปพร้อมกับข้าด้วยเหมือนกัน"
อลิสแตร์นิ่งค้างไปครู่หนึ่ง เขาสัมผัสได้ถึงความร้อนจากปลายนิ้วของเธอ ความกระหายที่พุ่งพล่านอยู่ในสายเลือดแวมไพร์ของเขาปะทะกับความปรารถนาในฐานะคู่แท้แห่งโชคชะตา แรงดึงดูดระหว่างทั้งสองรุนแรงจนอากาศรอบข้างดูเหมือนจะเบาบางลง เธอไม่ได้แค่ยั่วยวน แต่เธอกำลัง 'ล่า' เขาด้วยอาวุธที่ทรงพลังที่สุดที่ผู้หญิงคนหนึ่งพึงมี
"เจ้ากล้าดีมาก" เขาคำรามในลำคอ ก่อนจะคว้าข้อมือเธอแล้วกระชากร่างบอบบางเข้าหาตัวจนอกแนบชิด แรงบีบนั้นหนักหน่วงแต่เต็มไปด้วยความหิวกระหายที่ยากจะสะกดกลั้น
"คาร์ลอสเคยบอกข้าว่า... ความงามของข้าคือคำสาป" เอลาร่ากระซิบข้างใบหูของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนของเธอทำให้เส้นขนของแวมไพร์ผู้เย่อหยิ่งลุกชัน "แต่ข้าคิดว่า มันคือดาบที่ท่านเป็นคนขัดเกลาให้คมกริบด้วยมือของท่านเอง ไม่ใช่หรือคะ?"
บรรยากาศในห้องแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอิสตรีและความปรารถนาอันดิบเถื่อน อลิสแตร์กดจูบลงบนลำคอระหงของเธออย่างรุนแรงจนหญิงสาวครางกระเส่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ต่างจากเส้นด้ายที่ขึงตึงจนเกือบขาด มันมีทั้งความรัก ความเกลียดชัง และเกมอำนาจที่ไม่มีใครยอมใคร
ทว่า ในขณะที่อลิสแตร์กำลังหลงระเริงไปกับรสสัมผัสจากคนตรงหน้า เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องโถง มันไม่ใช่ฝีเท้าของข้ารับใช้ทั่วไป แต่เป็นจังหวะการย่างกรายที่ดูคุ้นเคยและเต็มไปด้วยกลิ่นสาบของสัตว์ป่าที่ทำให้อลิสแตร์ต้องผละออกอย่างรวดเร็ว
ประตูบานใหญ่ถูกผลักออกโดยไม่มีการอนุญาต คาร์ลอส ผู้นำฝูงหมาป่าคู่ปรับ ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงนั้น ในมือของเขาถือเศษผ้าชิ้นหนึ่งที่ดูเหมือนจะขาดออกมาจากชุดของใครบางคน และสิ่งที่ทำให้หัวใจของเอลาร่าแทบหยุดเต้นคือแววตาที่เยือกเย็นของคาร์ลอสที่ทอดมองมายังเธอก่อนจะแค่นยิ้ม
"ดูเหมือนว่าข้าจะมาขัดจังหวะช่วงเวลาที่แสนหวานนะ อลิสแตร์" คาร์ลอสเอ่ยพร้อมกับโยนเศษผ้านั้นลงบนพื้น "แต่ก่อนที่พวกเจ้าจะแสดงละครรักกันไปมากกว่านี้... ข้าว่าเจ้าควรรู้เอาไว้ว่า เอลาร่าไม่ได้เป็นคนเดียวที่มีความลับที่ซ่อนไว้ใต้ผ้าไหมผืนสวยนี่หรอกนะ"
คาร์ลอสขยับรอยยิ้มที่ทำให้อลิสแตร์ต้องหันกลับมามองเอลาร่าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความสงสัยเริ่มเข้ากัดกินความไว้วางใจที่เขามีให้กับคู่แท้ของตน
"ความลับอะไรกัน?" อลิสแตร์เค้นเสียงถาม มือที่ว่างอยู่เริ่มเรืองแสงสีม่วงจางๆ เตรียมพร้อมรับศึก
คาร์ลอสหัวเราะร่าในลำคอพลางชี้ไปยังรอยสักสีจางๆ ที่เริ่มปรากฏขึ้นบนไหล่ของเอลาร่าภายใต้ชุดผ้าไหมที่เขาสั่งให้เธอใส่ "เจ้าไม่ได้มีคู่แท้แค่คนเดียวหรอก อลิสแตร์... เพราะตามสายเลือดที่ข้าเพิ่งตรวจสอบได้ เอลาร่าคนนี้ คือเครื่องสังเวยเดียวที่จะช่วยปลดปล่อยพลัง 'จันทร์สีเลือด' ให้กับพวกข้า... หมาป่าที่จะครองบัลลังก์ของเจ้าแทนที่ไงล่ะ!"
อลิสแตร์หันควับไปมองไหล่ของหญิงสาวทันที และสิ่งที่เขาเห็นก็ทำให้ความโกรธเกรี้ยวระเบิดออกจนคริสตัลในห้องแตกกระจายละเอียด
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเร้นลับและเสน่หาในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสน่หาอาคมเงาจันทร์•ตอนที่ 18
หมาป่าในชุดผ้าไหม
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสน่หาอาคมเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!