เสน่หาอาคมเงาจันทร์•ตอนที่ 17

การทรยศของข้ารับใช้

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
“เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการนำยาพิษชนิดเดียวกับที่ใช้ฆ่าตระกูลเจ้ามาวางไว้บนโต๊ะเสวยของข้า มันจะแยบยลพอ?” เสียงทุ้มต่ำของอลิสแตร์ดังกังวานในความเงียบสงัดของห้องอาหารขนาดมหึมา เขาไม่ได้ตะคอก แต่น้ำเสียงที่ราบเรียบนั้นกลับแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลดุจภูเขาทั้งลูกที่กำลังทับลงบนอกของใครบางคน ‘เซบาสเตียน’ ข้ารับใช้หนุ่มผู้ซื่อสัตย์มานานนับทศวรรษ ชะงักมือที่กำลังจัดวางถ้วยชา มือของเขาสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะฝืนยิ้มที่บิดเบี้ยวหันกลับมาเผชิญหน้ากับราชาแวมไพร์ผู้น่าเกรงขาม “ฝ่าบาท... ผมไม่เข้าใจว่าพระองค์หมายถึงอะไร” อลิสแตร์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้โอ๊กแกะสลักอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าของเขาสง่างามดุจนักล่าที่กำลังหยอกล้อเหยื่อ ร่างสูงโปร่งก้าวเดินผ่านเงามืดที่ทอดตัวยาวภายในห้อง กลิ่นอายของความตายและอำนาจดิบเถื่อนแผ่ออกมาจากตัวเขาจนทำให้อากาศรอบข้างหนักอึ้ง “เอลาร่า... เจ้าเห็นไหม ว่าบางครั้งความภักดีก็เป็นเพียงหน้ากากที่สวมทับความริษยา” อลิสแตร์หันไปพูดกับหญิงสาวที่ยืนอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ เอลาร่าในชุดราตรีผ้าไหมสีดำสนิทขยับกายเข้ามาใกล้ ดวงตาของเธอดุจดั่งตาของสัตว์ป่าที่กำลังส่องประกายในความมืด เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นโลหะเจือจางจากกาน้ำชาที่ผิดปกติ “ข้าเคยเตือนท่านแล้ว อลิสแตร์ ว่าในปราสาทแห่งนี้ไม่มีใครที่ไว้ใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์” เอลาร่ากล่าวพลางปรายตามองเซบาสเตียนที่เริ่มถอยกรูดไปจนชิดกำแพงหิน เซบาสเตียนกัดฟันแน่น เขารู้ดีว่าแผนการของคาร์ลอสที่วางไว้พังทลายลงแล้ว เขาจึงควักกริชเงินอาบอาคมที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อออกมาหมายจะพุ่งตัวเข้าใส่เอลาร่า ทว่าก่อนที่คมมีดจะได้สัมผัสอากาศ อลิสแตร์ก็ปรากฏกายอยู่ตรงหน้าเขาด้วยความเร็วที่เหนือการมองเห็นของมนุษย์ทั่วไป มือแกร่งบีบเข้าที่ลำคอของข้ารับใช้ทรยศจนลอยเคว้งจากพื้น “เจ้าคิดจะใช้ของต่ำๆ พวกนี้ทำร้ายนางงั้นหรือ?” อลิสแตร์กระซิบข้างหูของเซบาสเตียน นัยน์ตาสีแดงฉานวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ “เจ้าไม่ได้แค่ทรยศต่อข้า แต่เจ้าทรยศต่อพันธสัญญาที่เจ้าให้ไว้กับเลือดของเจ้าเอง” “คาร์ลอส... เขา... เขาบอกว่าเขาจะให้เสรีภาพแก่ข้า” เซบาสเตียนเค้นเสียงผ่านลำคอที่ถูกบีบ “เสรีภาพในความตายหรือ?” อลิสแตร์แค่นหัวเราะ ก่อนจะเหวี่ยงร่างของเซบาสเตียนกระแทกเข้ากับผนังหินจนเกิดเสียงดังสนั่น ห้องโถงทั้งห้องสั่นสะเทือนด้วยแรงกดดันทางจิตวิญญาณที่รุนแรงจนโคมไฟระย้าด้านบนแกว่งไกว เอลาร่าเดินเข้าไปหาเซบาสเตียน เธอใช้ปลายเล็บที่เริ่มเปลี่ยนเป็นกรงเล็บคมกริบเชยคางของเขาขึ้น “บอกข้ามา... คาร์ลอสส่งเจ้าเข้ามาเพื่ออะไรอีกนอกจากพิษร้ายนี่? ฝูงหมาป่าของมันวางแผนจะบุกปราสาทผ่านทางไหน?” เซบาสเตียนกระอักเลือดออกมา คำตอบของเขาคือเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “สายลับไม่ได้มีแค่ข้า... เอลาร่า... ท่านควรจะระวังคนใกล้ตัวที่ท่านไว้ใจที่สุด ไม่ใช่คนที่ท่านกดขี่...” ทันใดนั้นเอง หน้าต่างบานสูงใหญ่ของห้องอาหารก็แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ลมพายุพัดโหมกระหน่ำเข้ามาพร้อมกับกลิ่นสาบของสัตว์ป่าที่คุ้นเคย อลิสแตร์หันควับไปทางหน้าต่างด้วยสัญชาตญาณที่ตื่นตัวเต็มที่ “มันมาถึงที่นี่แล้ว” เอลาร่าพึมพำขณะดึงดาบที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมออกมา ร่างของนักรบหมาป่าหลายสิบตนกระโจนเข้ามาจากเงามืดของค่ำคืน แต่สิ่งที่น่าตกใจที่สุดไม่ใช่การจู่โจมของพวกมัน หากแต่เป็นบุคคลที่ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มหมาป่าเหล่านั้น—หญิงสาวในชุดเมดที่เอลาร่าไว้ใจที่สุดตลอดการพำนักในปราสาท นางกำลังถือลูกแก้วสีดำที่ส่องแสงประหลาด ขัดขวางการใช้พลังอาคมของอลิสแตร์โดยสิ้นเชิง “ข้ารับใช้ที่ภักดีที่สุดของท่าน... บัดนี้ได้เปิดประตูต้อนรับนายที่แท้จริงของนางแล้ว” เสียงแหบพร่าของคาร์ลอสลอยมาจากความมืดหลังหน้าต่าง อลิสแตร์สูญเสียการควบคุมพลังเวทมนตร์ไปชั่วขณะ ร่างกายของเขารู้สึกอ่อนแรงลงอย่างกะทันหัน เอลาร่าหันไปมองหญิงเมดคนนั้นด้วยความตระหนก แต่สิ่งที่หญิงเมดคนนั้นทำกลับทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น นางไม่ได้มองมาที่เธอ แต่นางก้มลงกราบแทบเท้าของใครบางคนที่ก้าวออกมาจากเงาหลังบัลลังก์... คนคนนั้นคือบุคคลที่อลิสแตร์ประกาศก้องว่าไม่มีวันทรยศเขา และเป็นคนที่เอลาร่าเพิ่งฝากชีวิตไว้ด้วยเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา “ขออภัยด้วยฝ่าบาท... แต่ข้าตัดสินใจแล้วว่าตำแหน่งราชาแวมไพร์ควรตกเป็นของคนที่เห็นค่าของข้ามากกว่า” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเร้นลับและเสน่หาในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ภาคินทร์เที่ยงคืน
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสน่หาอาคมเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%