"ถ้าเจ้าก้าวข้ามเส้นเขตแดนนี้ไปเพียงนิ้วเดียว หัวของเจ้าจะไม่ได้อยู่บนบ่าเพื่อเห่าหอนอย่างที่ชอบทำอีกต่อไป คาร์ลอส"
เสียงของอลิสแตร์ราบเรียบ ทว่าทรงพลังดุจเสียงคำรามจากขุมนรกที่ถูกกักขังไว้ในกายมนุษย์ เขาไม่ได้ตะโกน แต่อำนาจแห่งราชาแวมไพร์ที่แผ่ออกมาทำให้ผืนดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือน นัยน์ตาสีแดงฉานดั่งทับทิมที่อาบด้วยเลือดจ้องมองไปยังร่างของชายหนุ่มผู้ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม—คาร์ลอส ผู้นำฝูงหมาป่าที่กำลังแสยะยิ้มด้วยความกระหาย
คาร์ลอสไม่สนใจคำขู่ มือหนาของเขาเอื้อมไปแตะด้ามดาบที่อาบด้วยอาคมสีเงินพลางหัวเราะร่า "เจ้าช่างยึดติดกับกฎเกณฑ์เหลือเกินอลิสแตร์... แต่ในสมรภูมิที่กำลังจะถึงนี้ ใครจะสนเรื่องเส้นเขตแดนกันล่ะ? โดยเฉพาะเมื่อของหวานที่ข้าหมายปอง... กำลังยืนสั่นสะท้านอยู่ในอ้อมกอดของเจ้า"
สายตาของคาร์ลอสเบนไปที่เอลาร่าที่ยืนอยู่เคียงข้างอลิสแตร์ ร่างบางของนางเกร็งแน่น ลมหายใจขาดห้วง สัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายเอลาร่ากำลังกรีดร้อง ความกลัวที่นางพยายามสะกดกลั้นไว้กำลังตีรวนขึ้นมาเป็นความปรารถนาที่จะพุ่งเข้าใส่ศัตรู
"อย่าได้แตะต้องเขานะคาร์ลอส" เอลาร่าเอ่ยขึ้น เสียงของนางสั่นเครือแต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด นางก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว แม้จะถูกมือหนาของอลิสแตร์รั้งไว้ที่เอวก็ตาม
"หึ... เอลาร่าที่รัก เจ้าดูช่างเปราะบาง แต่กลิ่นของเจ้า... มันช่างหอมหวานจนข้าแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะกระชากเจ้าออกมาจากใต้ร่างของไอ้แวมไพร์เลือดเย็นนี่" คาร์ลอสเว้นจังหวะ สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ "พวกเรา! บุก!"
ทันทีที่คำสั่งหลุดออกจากปาก กองทัพหมาป่าที่ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหลังก็พุ่งทะยานออกมาดุจคลื่นมนุษย์ที่คลุ้มคลั่ง เสียงคำรามก้องฟ้าจนป่าทั้งป่าแทบแตกออกเป็นเสี่ยงๆ อลิสแตร์ผลักเอลาร่าไปด้านหลังด้วยความรวดเร็วที่มนุษย์ทั่วไปไม่อาจมองทัน ก่อนที่ร่างสูงจะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นเงาสีดำสนิทพุ่งเข้าปะทะกับแนวหน้าของศัตรู
เลือดสาดกระเซ็นย้อมผืนหญ้าสีเขียวขจีให้กลายเป็นสีแดงฉาน กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณกระตุ้นสัญชาตญาณในกายเอลาร่าจนถึงขีดสุด นางรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านจากกระดูก เล็บมือยาวแหลมคมงอกออกมาโดยอัตโนมัติ ดวงตาสีมรกตของนางเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามในเสี้ยววินาที
อลิสแตร์จัดการหมาป่าสามตัวด้วยการหักคอเพียงครั้งเดียว ก่อนจะหันกลับมามองเอลาร่าด้วยสายตาดุดัน "ถอยไปเอลาร่า! นี่ไม่ใช่ที่สำหรับเจ้า!"
"ข้าไม่ใช่ดอกไม้ในแจกันที่ท่านจะเก็บไว้ดูเล่นเพียงอย่างเดียว!" นางตะโกนตอบก่อนจะพุ่งเข้าใส่หมาป่าตัวหนึ่งที่กำลังจะกระโจนเข้าหาอลิสแตร์จากด้านหลัง พลังที่อัดแน่นอยู่ในฝ่ามือของนางซัดเข้าที่หน้าอกของอีกฝ่ายจนกระดูกแตกละเอียด
การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม อลิสแตร์เคลื่อนที่รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ทุกที่ที่เขาผ่านจะมีร่างของหมาป่าที่ไร้วิญญาณนอนกองทับถมกัน ทว่าคาร์ลอสดูเหมือนจะไม่ได้กังวลกับความสูญเสียเลยแม้แต่น้อย เขายืนจ้องมองเอลาร่าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม
"เจ้าอยากจะร่วมสังฆกรรมด้วยงั้นรึ เอลาร่า... มาสิ มาแสดงให้ข้าเห็นว่าอำนาจที่อยู่ในตัวเจ้ามันร้ายกาจแค่ไหน" คาร์ลอสชักดาบออกมา ลำแสงอาคมสีเงินสว่างวาบขัดกับบรรยากาศที่กำลังนองเลือด
"อย่าไปฟังมัน!" อลิสแตร์คำรามขณะกระโจนขวางหน้าคาร์ลอส แต่ศัตรูคู่ปรับกลับอาศัยจังหวะนี้เหวี่ยงแส้อาคมเข้าพันธนาการรอบตัวอลิสแตร์ไว้ แส้สีเงินนั้นร้อนฉ่าจนผิวหนังของแวมไพร์ชั้นสูงลุกไหม้เป็นควันสีดำ
"อึก...!" อลิสแตร์ทรุดเข่าลง ความเจ็บปวดจากอาคมชั้นสูงทำลายการฟื้นฟูของเขา เอลาร่าเบิกตากว้าง ความโกรธแค้นปะทุขึ้นจนนางสูญเสียการควบคุมสติสัมปชัญญะ สัญชาตญาณสัตว์ป่าเข้าครอบงำจิตใจโดยสมบูรณ์
นางไม่ได้กรีดร้อง แต่นางส่งเสียงคำรามในลำคอที่ทรงพลังยิ่งกว่าหมาป่าตัวใดๆ เอลาร่าพุ่งเข้าหาคาร์ลอสด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ ในมือของนางมีเพียงไอพลังที่ควบแน่นดุจใบมีดคมกริบ คาร์ลอสหัวเราะอย่างชอบใจที่เห็นนางตกหลุมพราง แต่นั่นคือความผิดพลาดครั้งสุดท้ายของเขา
วินาทีที่เอลาร่ากำลังจะถึงตัวคาร์ลอส กองกำลังเสริมของแวมไพร์ที่อลิสแตร์เรียกมาก็พุ่งทะยานมาจากยอดไม้ดุจห่าฝน แต่ท่ามกลางความโกลาหลนั้นเอง ร่างหนึ่งที่คุ้นเคยในชุดคลุมสีดำสนิทก็ก้าวออกมาจากเงามืดหลังต้นไม้ใหญ่ บุคคลผู้นั้นไม่ได้ร่วมรบกับใคร แต่กลับยืนนิ่งสนิทราวกับเป็นผู้ควบคุมกระดานหมากรุกนี้
คนผู้นั้นยกมือขึ้น... และเพียงชั่วพริบตา พื้นดินรอบๆ บริเวณที่เอลาร่าและอลิสแตร์ยืนอยู่ก็ยุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึกขนาดมหึมา ทุกสรรพสิ่งรอบข้างหยุดนิ่ง ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ด้วยมนตร์ดำที่เข้มข้นยิ่งกว่าของใครทั้งหมด
บุคคลลึกลับค่อยๆ เผยใบหน้าที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ฮู้ด—มันคือใบหน้าของชายที่มีดวงตาสองสี ข้างหนึ่งคือสีเงินบริสุทธิ์ และอีกข้างคือสีดำสนิทดุจก้นบึ้งของมหาสมุทร เขาจ้องมองมาที่เอลาร่าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักที่บิดเบี้ยวและน่าขนลุก
"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... เจ้าสาวที่ข้าเฝ้ารอมานับพันปี"
เขาก้าวข้ามความว่างเปล่าเข้ามาใกล้เอลาร่าที่ยังคงอยู่ในสภาวะสัตว์ป่า ก่อนจะเอื้อมมือมาสัมผัสที่ใบหน้าของนางอย่างแผ่วเบา และทันทีที่ปลายนิ้วของเขาแตะถูกผิวหนัง พลังในกายของเอลาร่าก็พลันดับวูบลงราวกับไฟที่ถูกสาดด้วยน้ำแข็ง นางล้มลงในอ้อมแขนของคนแปลกหน้าผู้นั้น โดยที่อลิสแตร์ทำได้เพียงมองด้วยความแค้นเคืองเพราะขยับตัวไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว!
ท่ามกลางสงครามที่นองเลือด เสียงดนตรีบรรเลงเบาๆ ดังมาจากที่ไหนสักแห่ง ราวกับนี่ไม่ใช่สมรภูมิ แต่เป็นงานเต้นรำที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสน่หาอาคมเงาจันทร์•ตอนที่ 31
รุ่งอรุณแห่งการนองเลือด
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสน่หาอาคมเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!