เสน่หาอาคมเงาจันทร์•ตอนที่ 30

เตรียมพร้อมสู่สงคราม

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
"ถ้าเจ้าคิดว่าการส่งพวกสวะพวกนี้ไปตายจะทำให้คาร์ลอสมันหวาดกลัวได้ เจ้าก็ประเมินค่าความโฉดของมันต่ำเกินไปแล้ว อลิสแตร์" เสียงทุ้มต่ำของชายชราเผ่ามนุษย์หมาป่าอาวุโสกร้าวขึ้นกลางห้องโถงลับใต้ปราสาทหินแกรนิต กลิ่นกำมะถันและกลิ่นสาบเฉพาะตัวของเหล่าอมนุษย์ตลบอบอวลจนน่าเวียนหัว แสงจากคบเพลิงวูบไหวสะท้อนดวงตาที่วาวโรจน์ของนักรบหลายสิบชีวิตที่มารวมตัวกันตามคำสั่งของราชาแวมไพร์ อลิสแตร์ยืนตระหง่านอยู่บนแท่นหินสูง สายตาคมปลาบดุจใบมีดโกนของเขากวาดมองไปรอบห้อง ความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้บรรยากาศที่ร้อนรุ่มด้วยไอสังหารดูเยือกแข็งลงในฉับพลัน เขากระชับผ้าคลุมสีดำสนิท ก่อนจะก้าวลงมาหยุดอยู่ตรงหน้าผู้อาวุโสท่านนั้น "ข้าไม่ได้หวังให้พวกมันไปตายเพื่อทำให้คาร์ลอสหวาดกลัว" อลิสแตร์กระซิบ เสียงของเขาแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึกของทุกคน "ข้าต้องการให้พวกมันไปสังเวย... เพื่อดึงให้สัตว์ป่าที่หิวโหยเผยเขี้ยวเล็บออกมาจากเงามืดต่างหากล่ะ" เอลาร่ายืนอยู่ข้างหลังเขาในระยะที่สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากแผ่นหลังแกร่ง มือเรียวบางของเธอสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณในตัวเธอกำลังคำรามร้องอย่างบ้าคลั่ง เลือดในกายของเธอเดือดพล่านยามได้ยินแผนการที่ไร้ความปรานีของคนรัก เธอตระหนักดีว่าตนเองไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือ แต่เป็นเหยื่อล่อที่ล้ำค่าที่สุดในกระดานหมากนี้ "ท่านอลิสแตร์ครับ" เอลาร่าเอ่ยแทรกขึ้น เสียงของเธอเรียบเรื่อยทว่าทรงพลังพอที่จะหยุดบทสนทนาของเหล่าจ่าฝูงที่กำลังโต้เถียงกัน "ถ้าคาร์ลอสต้องการตัวข้าเพื่อเป็นอาวุธ... งั้นข้าก็ควรจะเป็นคนถือดาบเล่มนั้นเอง ไม่ใช่ปล่อยให้ใครคนไหนมาตัดสินชะตากรรมของข้า แทนที่ข้า" อลิสแตร์หันกลับมามองเธอ ดวงตาสีโลหิตของเขาสะท้อนภาพใบหน้าอันงดงามที่เปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เขาโน้มตัวลงมาจนริมฝีปากอยู่ชิดใบหูของเธอ ลมหายใจที่แฝงความหอมหวานของกุหลาบและกลิ่นคาวเลือดทำให้เอลาร่าขนลุกซู่ "เจ้าคือราชินีของข้า เอลาร่า" เขาพูดพลางเลื่อนมือไปโอบเอวคอดกิ่วของเธอ บีบกระชับจนเธอกระแทกเข้ากับอกแกร่ง "และการส่งเจ้าลงสนามรบ คือสิ่งที่ข้าจะไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้น... ตราบใดที่หัวใจของข้ายังเต้นอยู่ในร่างนี้" บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบ เหล่านักรบต่างหลบสายตา ความรู้สึกดิบเถื่อนระหว่างคนทั้งคู่แผ่ขยายกลายเป็นพลังงานบางอย่างที่กดทับผู้คนในห้อง อลิสแตร์ไม่ได้เพียงแค่แสดงความรัก แต่มันคือการประกาศอาณาเขตและอำนาจเหนือชีวิตของทุกคน ณ ที่แห่งนี้ ทว่า ในขณะที่ความตึงเครียดกำลังพุ่งสู่จุดสูงสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังก้องขึ้นจากอุโมงค์ด้านหลัง ประตูเหล็กกล้าที่ปิดสนิทค่อยๆ เลื่อนเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีเทาเข้มเดินตรงเข้ามา ท่ามกลางความตื่นตระหนกของเหล่าองครักษ์ที่ชักอาวุธออกมาโดยสัญชาตญาณ "ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นศัตรู" ร่างนั้นเอ่ย เสียงของเขาแหบพร่าและดูเหนื่อยล้า "ข้ามาที่นี่เพื่อแจ้งข่าว... สิ่งที่คาร์ลอสเตรียมไว้ให้พวกเจ้าในคืนจันทร์ดับนี้ ไม่ใช่แค่กองทัพหมาป่าธรรมดา แต่มันคือสิ่งที่มีชีวิตที่พวกเจ้าเคยทำลายทิ้งไปเมื่อร้อยปีก่อน" อลิสแตร์ชะงัก ฝ่ามือที่โอบเอวเอลาร่าแน่นขึ้นจนเธอรู้สึกเจ็บ เขาหันไปเผชิญหน้ากับชายผู้มาใหม่ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากความเย่อหยิ่งเป็นความระแวดระวังอย่างถึงที่สุด "เจ้าหมายถึงอะไร... เลนดริก" อลิสแตร์เค้นเสียงถาม ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นขนาดใหญ่พาดผ่านดวงตาข้างหนึ่งที่บอดสนิท ก่อนจะยกม้วนกระดาษเก่าคร่ำคร่าขึ้นมาวางบนโต๊ะไม้กลางห้อง "คาร์ลอสพบ 'กรงขังพันธนาการ' ที่พวกเจ้าเคยลืมไว้ที่หุบเขาเงาจันทร์... และตอนนี้ สิ่งที่อยู่ข้างในนั้นกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยเลือดของพวกเจ้าเอง" เอลาร่ารู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ เมื่อเธอมองลงไปที่ตราประทับบนม้วนกระดาษนั้น มันเป็นตราสัญลักษณ์ที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี มันคือตราประทับประจำตระกูลที่ล่มสลายไปของเธอเอง... และเงาดำที่แผ่ออกมาจากม้วนกระดาษนั้นก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างที่ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับผงะถอยหลัง! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนและแรงปรารถนาในคืนอันมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ภาคินทร์เที่ยงคืน
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสน่หาอาคมเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%