“เจ้าคิดจริงๆ หรือว่ากำแพงหินเย็นเยียบพวกนี้จะปกป้องนางจากข้าได้ตลอดไป อลิสแตร์?”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยแรงสั่นสะเทือนดั่งเสียงคำรามของสัตว์ป่าที่อดอยากดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันในโถงบัลลังก์ของปราสาทแวมไพร์ มันไม่ใช่เสียงที่ผ่านเข้ามาทางประตู แต่มันแทรกซึมผ่านรอยแยกของมิติราวกับเงาที่ไม่มีตัวตน
เอลาร่าสะดุ้งสุดตัว มือของนางเผลอขยุ้มผ้าคลุมไหล่สีดำสนิทของอลิสแตร์ไว้แน่น ราชาแวมไพร์ผู้สงบนิ่งดั่งรูปสลักน้ำแข็งชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาสีโลหิตของเขาหรี่ลงเป็นเส้นตรง ความกดอากาศภายในห้องโถงลดต่ำลงจนแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ เขากระชับอ้อมกอดที่โอบล้อมเอลาร่าไว้ให้แน่นขึ้น ราวกับต้องการยืนยันว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่เพียงอากาศธาตุ
“คาร์ลอส...” อลิสแตร์เอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากแต่เปี่ยมไปด้วยความอาฆาต “เจ้ากล้าดียังไงถึงเอาอุ้งเท้าสกปรกของเจ้ามาเหยียบย่ำอาณาเขตของข้าโดยไม่ได้รับเชิญ”
“อาณาเขต? เจ้าหมายถึงคุกแห่งนี้งั้นรึ?” ร่างสูงใหญ่ในชุดหนังสีดำสนิทปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดหลังเสาหิน ดึงเอาไอเย็นของป่าดงดิบยามค่ำคืนเข้ามาด้วย ผิวสีแทนเข้มของเขาตัดกับดวงตาสีอำพันที่วาวโรจน์ด้วยความกระหาย คาร์ลอสไม่ได้มองไปที่อลิสแตร์ สายตาของเขากลับจับจ้องไปยังเอลาร่าราวกับจะแผดเผานางให้ละลายไปกับสายตาคู่คมนั้น “ข้ามาเพื่อเตือนเจ้า... เอลาร่าไม่ใช่ของเล่นที่จะให้พวกอมนุษย์ผู้สูงศักดิ์ซ่อนไว้ในกรงทอง นางคืออาวุธที่รอวันปลดปล่อย... และในคืนที่จันทร์เต็มดวง ข้าจะมารับสิ่งที่ควรจะเป็นของข้าคืน”
เอลาร่าสัมผัสได้ถึงกลิ่นสาบหมาป่าที่รุนแรงปะทะจมูก มันเป็นกลิ่นที่กระตุ้นสัญชาตญาณดิบในกายของนางให้ตื่นตัว หัวใจของนางเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อคาร์ลอสเพียงอย่างเดียว แต่เพราะคำพูดของเขามันไปสั่นคลอนความลับที่นางพยายามฝังกลบไว้ภายใต้ท่าทางอันเงียบสงบ
อลิสแตร์ก้าวออกมาข้างหน้าเพียงครึ่งก้าว เขากางปีกค้างคาวสีดำสนิทออกมาเพียงข้างเดียวเพื่อบังเอิญเอลาร่าจากสายตาของหมาป่าหนุ่ม แรงกดดันจากพลังของราชันแวมไพร์แผ่ซ่านออกมาจนเชิงเทียนรอบห้องสั่นสะเทือน
“ถ้าเจ้ายังอยากให้ร่างกายของเจ้ายังอยู่ครบถ้วน จงไสหัวไปก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนเลือดในกายของเจ้าให้กลายเป็นน้ำแข็ง” อลิสแตร์แค่นยิ้มที่มุมปาก ทว่าดวงตากลับเย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ “เอลาร่าไม่มีวันเป็นของเจ้า และนางไม่ใช่เครื่องมือของใครทั้งนั้น... นางคือคู่แท้ที่โชคชะตาลิขิตไว้ให้ข้าเพียงผู้เดียว”
คาร์ลอสหัวเราะร่วน เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูแหบพร่าและเสียดแทง เขาค่อยๆ ก้าวถอยหลังเข้าสู่เงามืดอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงคำพูดสุดท้ายที่ฝังลงในหัวของเอลาร่าดั่งคำสาป
“โชคชะตาที่เจ้าว่า... มันถูกเขียนด้วยเลือดของบรรพบุรุษเราทั้งสองฝ่าย อลิสแตร์ ถามนางดูสิว่าในคืนที่เลือดของนางพลุ่งพล่าน นางโหยหาความเงียบเชียบของเจ้า... หรือต้องการเสียงหอนที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณในกระดูกของนางกันแน่?”
เมื่อเงาของคาร์ลอสจางหายไป ความเงียบก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง อลิสแตร์หมุนตัวกลับมาหาเอลาร่า ดวงตาที่เคยเย็นชาบัดนี้เต็มไปด้วยความสับสนและไฟแห่งความหึงหวงที่ซ่อนอยู่ เขาเชยคางนางขึ้น มืออีกข้างลูบไล้ไปตามแนวลำคอขาวผ่องอย่างถือสิทธิ์ สัมผัสของเขาเย็นเยียบแต่นุ่มนวลทว่าหนักแน่น
“เจ้าได้ยินที่มันพูดใช่ไหม?” เสียงของอลิสแตร์พร่าลง เขาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินบนผิวแก้ม “มันพยายามปั่นหัวเจ้า เอลาร่า... แต่อย่าได้ลืมว่าเลือดที่ไหลเวียนในกายเจ้าตอนนี้ คือพันธสัญญาที่ข้าเป็นผู้ประทับไว้”
เอลาร่าเม้มริมฝีปากแน่น นางอยากจะปฏิเสธ แต่ความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วไปทั่วร่างยามที่เขาสัมผัส กลับตอกย้ำคำพูดของคาร์ลอสอย่างเจ็บแสบ ความเป็นแวมไพร์และหมาป่าที่สู้รบกันในสายเลือดของนางกำลังจะปะทุออกในไม่ช้า
“ข้า... ข้าไม่รู้” เอลาร่ากระซิบ เสียงของนางสั่นเครือ “แต่ข้ารู้สึกได้ถึงบางอย่างที่มันกำลังจะเปลี่ยนไป อลิสแตร์... ข้ากำลังจะสูญเสียการควบคุม”
อลิสแตร์กดจูบลงบนรอยแยกของคอเสื้อนาง แรงกดดันจากจุมพิตนั้นทำให้เอลาร่าอ่อนระทวยลงในอ้อมแขนของเขา ราชาแวมไพร์กระซิบที่ข้างใบหูนางด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยแรงปรารถนา “ถ้าเจ้าจะควบคุมไม่ได้... ก็จงปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ของข้าที่จะยึดครองเจ้าไว้เอง”
ทันใดนั้น เสียงกระจกหน้าต่างบานใหญ่ที่สลักลวดลายโบราณก็แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเศษโลหะสีเงินที่พุ่งตรงเข้ามายังหัวใจของอลิสแตร์! เอลาร่ากรีดร้องและผลักร่างหนาออกไปตามสัญชาตญาณ ทว่าเมื่อแสงจันทร์อาบไล้ร่างผู้บุกรุกที่กระโจนเข้ามาจากเศษซากหน้าต่าง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับไม่ใช่คาร์ลอส แต่เป็นบุคคลที่นางคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่วันที่ปราสาทล่มสลายในอดีต... พี่ชายของนางเอง!
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดและเร่าร้อนของเอลาร่าและอลิสแตร์นะครับ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ!
ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสน่หาอาคมเงาจันทร์•ตอนที่ 9
เงาจากภายนอก
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสน่หาอาคมเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!