เสน่หาอาคมเงาจันทร์•ตอนที่ 20

ทางแยกของความรู้สึก

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
“เลือกสิ เอลาร่า... เลือกว่ากลิ่นเลือดของเผ่าพันธุ์เจ้า จะหอมหวานกว่าพันธะที่ล่ามโซ่หัวใจเจ้าไว้กับไอ้แวมไพร์นั่นหรือไม่” เสียงกระซิบแหบพร่าของคาร์ลอสกรีดผ่านความเงียบงันในโถงถ้ำร้างกลางป่าอาถรรพ์ กลิ่นอายดิบเถื่อนของมนุษย์หมาป่าฟุ้งกระจายจนเอลาร่ารู้สึกเหมือนปอดของเธอถูกบีบคั้นด้วยสัญชาตญาณที่ขัดแย้งกันเอง เธอหันหลังให้ชายหนุ่มร่างยักษ์ผู้เป็นอดีตพี่น้องร่วมสายเลือด มือของเธอสั่นเทาขณะกำดาบเงินที่สลักลวดลายจันทราไว้แน่น “ข้าไม่ใช่เครื่องมือของใคร คาร์ลอส” เอลาร่าเค้นเสียงตอบ ลมหายใจของเธอหอบถี่ สัมผัสถึงความร้อนรุ่มที่แล่นริ้วขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลัง “และข้าไม่ได้เป็นของอลิสแตร์... หากเขากำลังเล่นตลกกับความรู้สึกข้า เขาก็ไม่มีวันได้ตัวข้าไป” คาร์ลอสหัวเราะร่วน เสียงนั้นต่ำลึกจนพื้นหินสะเทือน เขาขยับกายเข้ามาใกล้จนเอลาร่าสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายที่เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจดิบ “เจ้าโกหกตัวเองอยู่หรือเปล่า? ทุกครั้งที่เจ้านอนเคียงข้างเขา กลิ่นของแวมไพร์นั่นซึมลึกเข้าสู่กระแสเลือดเจ้าไปหมดแล้ว เอลาร่า... เจ้ากำลังจะตายทั้งเป็น หากเจ้ายังไม่ยอมรับว่าความกระหายที่แท้จริงของเจ้าคืออะไร” ภาพใบหน้าของอลิสแตร์ผุดขึ้นในห้วงคำนึง ดวงตาสีโลหิตที่เคยเย็นชาแต่กลับร้อนแรงดั่งลาวาเมื่อเขาสัมผัสเธอ ความเร่าร้อนในค่ำคืนที่ผ่านมายังคงทิ้งร่องรอยความเจ็บปวดอันแสนหวานไว้บนกายสาว เธอจำสัมผัสของเขาได้ดี... สัมผัสที่เปลี่ยนความกลัวเป็นความลุ่มหลง แต่นั่นคือความรัก หรือเพียงแค่กลอุบายของราชาผู้ต้องการครอบครองอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์? เอลาร่าหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว ปลายดาบชี้ตรงไปที่ลำคอของคาร์ลอส แววตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม สัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายกำลังเดือดพล่าน “ถ้าเจ้าแตะต้องเขาแม้แต่ปลายนิ้ว ข้าจะฉีกกระชากหัวใจเจ้าด้วยมือคู่นี้เอง ไม่ว่าข้าจะเป็นใคร หรือต้องเลือกข้างไหน... ชีวิตของเขาก็ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะเอามาต่อรองได้” คาร์ลอสไม่สะทกสะท้าน เขายื่นนิ้วยาวแข็งแรงมาแตะใบดาบนั้นเบาๆ จนมันเบี่ยงออก “ปกป้องเขา ทั้งที่เขามองเจ้าเป็นเพียงกรงเล็บที่สวยงามน่ะหรือ? น่าสมเพชนัก เอลาร่า... คืนนี้เมื่อจันทร์เต็มดวง ฝูงของข้าจะบุกปราสาททมิฬ เจ้ามีเวลาตัดสินใจจนกว่าเสียงหอนแรกจะดังขึ้น ถ้าเจ้าไม่ฆ่าเขา... เจ้าก็ต้องเป็นฝ่ายตายเสียเอง” เขาทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนร่างใหญ่จะสลายหายไปในความมืดดั่งไอหมอก ทิ้งให้เอลาร่ายืนอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ ความสับสนตีรวนในอก ราวกับมีกระแสน้ำสองสายที่เย็นเยียบและร้อนจัดไหลวนเข้าหากัน เธอกลับมายังปราสาทด้วยจิตใจที่แตกสลาย อลิสแตร์ยืนรออยู่ตรงระเบียงสูง เขาสวมชุดคลุมกำมะหยี่สีดำสนิท ท่าทางสง่างามดุจราชาผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่อสิ่งใด ทันทีที่เห็นเธอเขาก็เดินเข้ามาหา แววตาของเขามีความอ่อนโยนเพียงชั่ววูบก่อนจะกลับมาเคร่งขรึมตามเดิม “เจ้าไปพบเขามา... ข้าได้กลิ่นหมาป่าติดตัวเจ้ามา” อลิสแตร์กล่าว น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลัง เขายื่นมือมาลูบไล้แก้มของเอลาร่า นิ้วเรียวยาวของเขาเย็นเฉียบแต่มันกลับทำให้เธอกลั้นหายใจ “เขาสัญญาอะไรกับเจ้าบ้างล่ะ? อำนาจ? อิสรภาพ? หรือคำลวงที่ว่าเจ้าเป็นแค่เหยื่อของข้า?” “ท่านต่างหากที่ลวงข้า!” เอลาร่าปัดมือเขาทิ้ง ดวงตาของเธอสั่นระริก “ท่านต้องการตัวข้าไว้เพื่อเป็นโล่ป้องกันสงครามกับพวกของคาร์ลอสใช่ไหม? ทุกสัมผัส... ทุกจุมพิตที่ท่านมอบให้ มันคือความรู้สึกจริงๆ หรือเป็นเพียงวิธีหนึ่งที่ทำให้ข้าเชื่อง?” อลิสแตร์นิ่งไป ดวงตาของเขาหม่นแสงลงครู่หนึ่ง เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจเย็นๆ เป่ารดที่ข้างหูของเธอ “ถ้าข้าบอกว่า ข้าไม่เคยคิดถึงผลประโยชน์ใดๆ เมื่ออยู่กับเจ้าล่ะ... ถ้าข้าบอกว่าข้าพร้อมจะทิ้งบัลลังก์เพื่อเจ้า จะมีสักเสี้ยววินาทีไหมที่เจ้าจะเชื่อ?” เขาช้อนคางเธอขึ้น บังคับให้สบตากับดวงตาสีเลือดที่กำลังสั่นไหวด้วยความปรารถนาที่ยากจะปิดบัง ก่อนที่เขาจะประทับจุมพิตลงมาอย่างเร่าร้อนและรุนแรง มันไม่ใช่จุมพิตแห่งความรักที่อ่อนหวาน แต่เป็นจุมพิตแห่งการกักขังและเป็นเจ้าของ เอลาร่ารู้สึกเหมือนสติสัมปชัญญะของเธอหลุดลอยไป เธอพยายามขัดขืนแต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการตอบสนองอย่างร้อนแรง ในจังหวะที่ความหลงใหลกำลังจะพาทั้งคู่เข้าสู่ห้วงลึกที่ยากจะถอนตัว เสียงหอนยาวโหยหวนของหมาป่านับร้อยก็ดังสะท้านขึ้นจากหุบเขาเบื้องล่าง มันไม่ใช่เสียงหอนทั่วไป แต่มันคือสัญญาณแห่งการทำลายล้าง อลิสแตร์ผละออกจากเธอทันที แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันดุจนักรบ “พวกเขามาเร็วกว่าที่คิด...” เอลาร่าชะงักไป ความรู้สึกผิดและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดพุ่งเข้าปะทะกัน เธอคว้าข้อมือเขาไว้แน่นขณะที่เขากำลังจะก้าวไปสู่สมรภูมิ “อลิสแตร์! อย่าออกไป! ถ้าท่านไป... ข้าเกรงว่า...” ยังไม่ทันสิ้นคำ ดาบเงินที่เธอเหน็บไว้ที่ข้างเอวกลับสั่นสะท้านและเรืองแสงสีฟ้าอ่อนออกมาด้วยพลังที่เธอไม่เคยควบคุมได้มาก่อน ประตูระเบียงกระแทกเปิดออกพร้อมกับร่างของชายผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางเงาจันทร์ เขาไม่ใช่คาร์ลอส แต่เป็นคนจากอดีตที่เธอคิดว่าตายไปแล้วนับสิบปี... คนที่ถือครองกุญแจสำคัญที่จะทำลายพันธะทุกอย่างระหว่างเธอกับราชาแวมไพร์ผู้นี้ “ทิ้งดาบเล่มนั้นซะ เอลาร่า... หรือเจ้าจะยอมให้เลือดของพ่อเจ้า ย้อมมือของแวมไพร์ตัวนี้กันแน่?” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเร้นลับและเสน่หาในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ภาคินทร์เที่ยงคืน
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสน่หาอาคมเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%