เสน่หาอาคมเงาจันทร์•ตอนที่ 21

เสียงเรียกจากบรรพบุรุษ

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
"หยุดฝืนตัวเองเสียที เอลาร่า... เจ้ากำลังจะฆ่าตัวตายเพราะความขลาดกลัวนั้น" เสียงกระซิบที่ไม่ได้มาจากลำคอของมนุษย์ แต่ดังก้องอยู่ในมโนภาพราวกับสายฟ้าฟาด เอลาร่าทรุดกายลงกับพื้นหินเย็นเยียบภายในถ้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกลืมเลือน ลมหายใจของเธอหอบถี่ ร่างกายสั่นสะท้านภายใต้ความกดดันของพลังงานมหาศาลที่กำลังฉีกกระชากจิตวิญญาณของเธอออกเป็นสองส่วน ฝั่งหนึ่งคือความเป็นมนุษย์ที่พยายามยึดเหนี่ยวสติสัมปชัญญะ ส่วนอีกฝั่ง... คือสัตว์ร้ายที่หิวโหยมานานนับศตวรรษ ตรงหน้าเธอ ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว เงาร่างขนาดมหึมาของหมาป่าขนสีเงินยวงก้าวออกมาจากเงามืด นัยน์ตาสีทองอำพันคู่นั้นเย็นชาและทรงอำนาจ มันไม่ได้มีเนื้อหนัง แต่มันคือผลึกแห่งเจตจำนงของบรรพบุรุษที่สืบทอดสายเลือดมาถึงเธอ "ฉันไม่ได้กลัวที่จะเป็นหมาป่า" เอลาร่ากัดฟันกรอด เลือดสีแดงสดซึมออกมาจากริมฝีปากที่ถูกขบจนห่อเลือด "ฉันกลัวว่าถ้าฉันยอมปล่อยให้มันครอบงำ... ฉันจะไม่เหลืออะไรให้รักอีกต่อไป แม้แต่เขา... อลิสแตร์" "รักหรือ?" สุ้มเสียงนั้นคำรามในหัว แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน "แวมไพร์ผู้นั้นเป็นเพียงศัตรูตามธรรมชาติของสายเลือดเจ้า แต่เจ้ากลับยอมสยบให้มันเพียงเพราะความเสน่หาชั่วคราว เจ้ากำลังดูหมิ่นศักดิ์ศรีของบรรพบุรุษที่หลั่งเลือดปกป้องดินแดนนี้!" เอลาร่าสะอื้นไห้ ความเจ็บปวดจากการถูกฉีกกระชากทางวิญญาณรุนแรงพอๆ กับความรู้สึกยามที่อลิสแตร์ฝังเขี้ยวลงบนลำคอของเธอในคืนที่เร่าร้อนคราวนั้น ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกาย แต่มันคือการแลกเปลี่ยนพันธะที่อันตรายที่สุดในโลกใต้พิภพ "เขาไม่ใช่ศัตรู... เขาคือคู่แท้ของฉัน" เธอตะโกนโต้กลับ พลังที่พุ่งพล่านในกายเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเปลวไฟสีเงินที่แผ่ซ่านออกจากร่าง ในขณะเดียวกัน ที่ปราสาทหินโบราณซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายร้อยไมล์ อลิสแตร์ ราชาแวมไพร์ผู้สง่างามกำลังยืนมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาที่ไร้กะพริบ เขาจิบไวน์รสเลิศที่รสชาติเริ่มจืดชืดในความรู้สึก เพราะประสาทสัมผัสของเขากำลังรับรู้ถึงความโกลาหลที่เกิดขึ้นกับเอลาร่า "เจ้ากำลังเล่นกับไฟนะ ที่รัก..." เขารำพึงกับตัวเอง นิ้วมือเรียวยาวบีบแก้วคริสตัลจนแตกร้าว เลือดสีแดงเข้มซึมออกมาจากฝ่ามือ แต่เขากลับไม่มีทีท่าว่าจะเจ็บปวด "ถ้าเจ้าปลุกสิ่งนั้นขึ้นมาได้ เจ้าจะเปลี่ยนไปตลอดกาล... และข้าไม่แน่ใจว่าข้าจะรับมือกับสัญชาตญาณที่แท้จริงของเจ้าได้หรือไม่" อลิสแตร์รู้ดีว่าคาร์ลอสกำลังรอจังหวะนี้อยู่ ผู้นำฝูงหมาป่าผู้โฉดชั่วไม่ได้ต้องการแค่ตัวเอลาร่า แต่มันต้องการอำนาจของบรรพบุรุษที่เอลาร่ากำลังเชื่อมต่ออยู่ หากนางตื่นขึ้นมาในฐานะ 'จ่าฝูงแห่งพงไพรที่แท้จริง' สงครามระหว่างสายเลือดจะปะทุขึ้น และไม่มีใครหยุดยั้งมันได้ กลับมาที่ถ้ำศักดิ์สิทธิ์ เอลาร่าค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ความเจ็บปวดมลายหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ถูกเติมเต็มด้วยพลังอำนาจมหาศาล ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีเงินเรืองรอง เส้นผมสีเข้มพลิ้วไหวราวกับมีชีวิต หมาป่าบรรพบุรุษเดินวนรอบกายเธอ ก่อนจะก้มหัวลงต่ำเสมือนเป็นการยอมรับ "จงรับเอาเขี้ยวเล็บของเจ้าคืนไป เอลาร่า" เสียงนั้นแผ่วเบาแต่ทรงพลัง "จงจำไว้ว่า เจ้าไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเหยื่อให้แวมไพร์เชยชม แต่เกิดมาเพื่อปกครองทั้งความเป็นความตาย" เอลาร่าสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายของธรรมชาติ ป่าไม้ และเลือดที่คละคลุ้งในอากาศชัดเจนขึ้น เธอสัมผัสได้ถึงทุกชีวิตในรัศมีหลายไมล์ รวมถึง... กลิ่นกายอันเป็นเอกลักษณ์ของชายหนุ่มที่เธอโหยหา กลิ่นของไม้หอมและกำยานที่ลอยมาพร้อมกับสายลมยามค่ำคืน ทว่า กลิ่นนั้นไม่ได้มาคนเดียว มันมีกลิ่นสาบสางที่น่ารังเกียจของคาร์ลอสแฝงอยู่ด้วย "เจ้ามาที่นี่เองสินะ คาร์ลอส..." เอลาร่าพึมพำ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าสวยงาม เธอไม่ได้หวาดกลัวอีกต่อไป พลังในร่างของเธอกำลังสั่นสะเทือนรอการปลดปล่อย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มหมาป่าดังมาจากปากถ้ำ คาร์ลอสปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มแสยะที่ดูน่าขยะแขยง เขาไม่ได้มองมาที่เอลาร่าด้วยความรัก แต่ด้วยความหิวกระหายในอำนาจ "เจ้าเปลี่ยนไปแล้วนะ เอลาร่า... แต่ข้าชอบแบบนี้มากกว่า" คาร์ลอสเอ่ยขณะก้าวเข้ามาใกล้ "การเป็นราชินีของข้าจะทำให้พลังนี้มีคุณค่ามากกว่าการเป็นทาสรับใช้ให้แวมไพร์เลือดเย็นตัวนั้น" เอลาร่าเงยหน้าขึ้น สายตาที่เปลี่ยนไปทำให้คาร์ลอสชะงักฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว เธอไม่ได้ดูใสซื่อเหมือนเดิมอีกต่อไป แต่น่าเกรงขามราวกับเทพเจ้าแห่งการล่า "ถ้าเจ้าต้องการพลังนี้... ก็ลองเข้ามาเอาไปจากศพของข้าดูสิ" ขณะที่คาร์ลอสกำลังจะกระโจนเข้าใส่ เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งวาบลงมาจากเพดานถ้ำด้วยความเร็วเหนือแสง คมเขี้ยวสีขาววาววับของอลิสแตร์กระชากคอเสื้อของคาร์ลอสจนลอยละลิ่วไปกระแทกผนังถ้ำหินจนร้าวฉาน อลิสแตร์ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเอลาร่า แผ่นหลังกว้างของเขายังคงเป็นกำแพงที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับเธอ แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะหันกลับมามองเธอนั้นเอง เอลาร่ากลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลกประหลาด—ในแววตาของอลิสแตร์ไม่ได้มีเพียงความรัก แต่มันคือความหวาดกลัว... หวาดกลัวในสิ่งที่เธอกำลังจะเป็น เอลาร่าเอื้อมมือไปแตะไหล่เขา แต่ทว่าเธอกลับหยุดชะงักเมื่อรับรู้ถึงบางอย่างที่ผิดปกติในกระเป๋าเสื้อของเขา มันคือจดหมายที่มีตราประทับของตระกูลที่สาบสูญไปแล้ว... ตระกูลที่เป็นศัตรูคู่อาฆาตของทั้งแวมไพร์และหมาป่ามานับพันปี "อลิสแตร์... จดหมายนั่นคืออะไร" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ พลางก้าวถอยหลังเมื่อเห็นเขามีท่าทีลนลานเป็นครั้งแรกในชีวิต อลิสแตร์หันมามองเธอ สายตาคู่นั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเอลาร่าพังทลายลงในพริบตา "สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้... มันไม่ได้เกี่ยวกับการแย่งชิงเจ้าอีกต่อไป แต่มันคือการที่พวกเราทุกคนกำลังถูกล่อลวงเข้าสู่กับดักที่คนตายเป็นผู้ขีดเส้นเอาไว้" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเร้นลับและเสน่หาในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ภาคินทร์เที่ยงคืน
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสน่หาอาคมเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%