"แกคิดว่ากรงขังทองคำของไอ้แวมไพร์นั่น จะขังจิตวิญญาณหมาป่าในตัวนังนั่นได้ตลอดไปงั้นหรือ คาร์ลอส?"
เสียงแหบพร่าของชายชราคนสนิทดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดในโพรงถ้ำลึก คาร์ลอสไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขาเพียงแต่มองเงาสะท้อนของตนเองในผืนน้ำที่นิ่งสนิท ดวงตาสีอำพันเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่สุมอก
"มันไม่ได้ขังแค่ร่าง แต่มันกำลังพยายามลบกลิ่นอายของฝูงเราออกจากตัวเอลาร่า" คาร์ลอสเค้นเสียงลอดไรฟัน "แต่สายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวนาง... มันร้องเรียกหาเลือดและการฆ่าฟัน ไม่ใช่ความอ่อนหวานจอมปลอมที่ไอ้อลิสแตร์ปรนเปรอให้"
เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ประกายไฟสีม่วงอมแดงพุ่งเข้ากระทบผนังถ้ำจนเกิดเป็นภาพนิมิตที่คมชัดราวกับหน้าต่างมิติ ภายในคฤหาสน์หรูหราที่รายล้อมด้วยอาคมป้องกันของแวมไพร์ชั้นสูง เอลาร่ากำลังยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ใบหน้าที่เคยดูไร้เดียงสาในตอนที่พบกันครั้งแรก บัดนี้กลับมีความหมองหม่นปนความโหยหา
"คืนนี้... เมื่อจันทร์ดับสนิท อาคมของอลิสแตร์จะอ่อนกำลังลง" คาร์ลอสวางแผนด้วยน้ำเสียงที่เหี้ยมเกรียม "เตรียมกองกำลังเงามืดไว้ ข้าจะไม่ได้แค่ตัวนางกลับมา แต่ข้าจะทำให้ราชาวีรบุรุษของพวกแวมไพร์ต้องคุกเข่าต่อหน้าข้า เห็นนางสยบแทบเท้าข้าในฐานะอาวุธสงครามที่สมบูรณ์แบบที่สุด"
***
ภายในห้องบรรทมที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานหายาก อลิสแตร์ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่ไร้เสียง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทปลดกระดุมออกสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแข็งแกร่งที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นแห่งอดีต เขาหยุดยืนข้างหลังเอลาร่าที่กำลังนั่งนิ่งอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ มือหนาวางลงบนลาดไหล่บอบบางของนาง สัมผัสของเขาเย็นเยียบแต่กลับทำให้ผิวกายของหญิงสาวร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา
"เจ้าดูใจลอยนะ เอลาร่า" เสียงทุ้มต่ำของอลิสแตร์กระซิบอยู่ข้างใบหู "หรือว่ากลิ่นอายของ 'บางอย่าง' กำลังรบกวนสมาธิเจ้าอยู่?"
เอลาร่าสะดุ้งเล็กน้อย นางรีบเบนสายตาหลบจูบที่กำลังจะประทับลงบนซอกคอ "ข้าแค่รู้สึก... อึดอัดกับอาคมที่ท่านใช้ปกป้องที่นี่ ราวกับท่านไม่ได้กำลังปกป้องข้า แต่กำลังขังข้าไว้จากโลกภายนอก"
อลิสแตร์ชะงัก นิ้วมือที่ลากไล้ตามต้นคอของนางหยุดกึก เขาบีบไหล่นางแน่นขึ้นจนสัมผัสได้ถึงแรงต้าน "โลกภายนอกไม่มีอะไรให้เจ้าหรอก นอกจากความโสมมและฝูงหมาป่าที่จ้องจะฉีกกระชากเจ้าให้เป็นชิ้นๆ"
"และท่านล่ะ?" เอลาร่าหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย "ท่านไม่ได้ต้องการให้ข้าเป็นผู้หญิงของท่าน ท่านแค่ต้องการครอบครองสมบัติที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์เผ่าพันธุ์ใช่หรือไม่?"
แววตาของอลิสแตร์เปลี่ยนไปในพริบตา มันไม่ใช่ความเย็นชาที่เคยมี แต่เป็นความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ เขาคว้าตัวนางเข้ามากอดแน่นจนร่างของทั้งคู่แนบชิดกันจนไร้ช่องว่าง ลมหายใจอุ่นๆ รดรินใบหน้าของนางก่อนที่เขาจะกระซิบด้วยน้ำเสียงอันตราย
"หากเจ้าอยากเห็นความต้องการที่แท้จริงของข้าล่ะก็... คืนนี้ข้าจะแสดงให้เห็นว่า ข้าไม่ได้ต้องการแค่สมบัติ แต่ข้าต้องการทำลายหัวใจของเจ้าจนกว่ามันจะยอมสยบให้แก่ข้าเพียงผู้เดียว"
เขากดจูบลงไปอย่างดุดัน รสสัมผัสที่ป่าเถื่อนและเร่าร้อนทำให้อาคมรอบห้องสั่นไหวเล็กน้อย เอลาร่าเผลอจิกเล็บลงบนหลังของอลิสแตร์ สัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายของนางลุกโชนขึ้นมาตอบสนองต่อแรงกระตุ้นของแวมไพร์หนุ่มอย่างไม่อาจหักห้าม ทว่าในวินาทีที่ความปรารถนาพุ่งสูงถึงขีดสุด เสียงกริ่งอาคมที่หน้าต่างก็ดังขึ้นเบาๆ เป็นสัญญาณว่ามีผู้บุกรุกกำลังทำลายเกราะป้องกัน
อลิสแตร์ผละออกทันที ดวงตาสีแดงฉานเบิกกว้างขึ้นเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย กลิ่นของจ่าฝูงหมาป่าที่เขาเกลียดชังที่สุด
"คาร์ลอส..." อลิสแตร์พึมพำ ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยแรงโทสะ
แต่ในขณะที่อลิสแตร์หันไปเตรียมจะพุ่งตัวออกไปจัดการกับศัตรูที่หน้าต่าง เอลาร่ากลับลุกขึ้นยืนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นางไม่ได้หวาดกลัว แต่กลับมองไปที่เงาสีดำที่กำลังพุ่งทะลุเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของอลิสแตร์กระตุกวูบ
"ท่านลืมไปอย่างหนึ่งนะ อลิสแตร์" เอลาร่าเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสั่นประสาท "ว่ากรงขังที่ท่านสร้างขึ้นมาเพื่อขังข้า... แท้จริงแล้วมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อขังท่านไว้กับข้าต่างหาก"
เงาสีดำจากภายนอกพุ่งผ่านหน้าต่างเข้ามา แต่แทนที่จะโจมตีอลิสแตร์ มันกลับตวัดรัดร่างของเอลาร่าไว้ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของราชาแวมไพร์ และเมื่อร่างนั้นหยุดนิ่งลงในอ้อมแขนของเงาสีดำ คาร์ลอสก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน แต่สิ่งที่ทำให้อลิสแตร์ต้องหยุดชะงักไปจริงๆ ไม่ใช่การลักพาตัว
เอลาร่าไม่ได้ขัดขืน นางกลับคว้าคอเสื้อของคาร์ลอสแล้วกระซิบเสียงแผ่วที่ทำให้อลิสแตร์ถึงกับหน้าถอดสี
"ฆ่าเขาสิ คาร์ลอส... ฆ่าชายที่ข้าเกลียดชังที่สุดคนนี้เสียที"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้องทันทีที่ประโยคนั้นจบลง อลิสแตร์ที่กำลังจะเงื้อมมือสังหารศัตรูต้องหยุดนิ่งสนิทราวกับถูกสาป เพราะเขาสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปทั่วหัวใจ เมื่อแววตาของเอลาร่าที่มองมายังเขานั้น... มันว่างเปล่าจนน่ากลัว ราวกับนางได้ตัดสินใจเลือกข้างในวินาทีสุดท้ายที่ไม่มีใครคาดคิด
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเร้นลับและเสน่หาในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสน่หาอาคมเงาจันทร์•ตอนที่ 22
แผนลักพาตัว
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสน่หาอาคมเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!