เสียงกระจกหน้าต่างบานสูงในห้องโถงกลางปราสาทถูกกระแทกจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ก่อนที่ร่างหนาสีเทาเข้มหลายร่างจะกระโจนผ่านเศษแก้วที่ยังร่วงหล่นลงสู่พื้นพรมสีเลือด กลิ่นสาบสางของหมาป่าตีเข้าจมูกของเอลาร่าจนเธอต้องถอยกรูดไปชนกับแผ่นอกกว้างของอลิสแตร์
"คาร์ลอส... แกกล้าดียังไงถึงเหยียบเข้ามาในเขตแดนของข้า" อลิสแตร์ตวาด เสียงของเขาทรงพลังดุจเสียงคำรามของพายุทอร์นาโด ดวงตาสีโลหิตของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานเข้มข้น ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยแรงโทสะที่พร้อมจะฉีกกระชากผู้บุกรุกให้เป็นชิ้นๆ
คาร์ลอสในร่างมนุษย์กึ่งหมาป่าที่มีขนสีเงินแซมตามไรผม ค่อยๆ ก้าวออกมาจากกลุ่มเงาดำ แววตาของมันกระหายเลือดและเต็มไปด้วยความรังเกียจ มันแสยะยิ้มจนเห็นเขี้ยวคมกริบ "เขตแดนของเจ้าหรืออลิสแตร์? เปล่าเลย... นี่คือพื้นที่ล่าของข้าตั้งแต่วินาทีที่ข้าตัดสินใจเอาเลือดเจ้ามาเซ่นสังเวยให้จันทร์สีเลือดคืนนี้"
เอลาร่ากำชายเสื้อของอลิสแตร์แน่น สัญชาตญาณในกายเธอเริ่มกรีดร้อง ความร้อนรุ่มแล่นพล่านไปทั่วกระดูกสันหลัง เธอสัมผัสได้ถึงพลังที่ถูกกดทับอยู่ข้างใน—พลังที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดชีวิต บัดนี้มันกำลังตื่นขึ้นเพราะกลิ่นเลือดที่เริ่มฟุ้งกระจาย
"ไปอยู่ที่ปลอดภัย เอลาร่า" อลิสแตร์กระซิบข้างหู น้ำเสียงของเขาทั้งอ่อนโยนและสั่งการในเวลาเดียวกัน ก่อนจะผลักร่างของเธอไปด้านหลังอย่างทะนุถนอม แต่ทว่าสายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ศัตรูไม่กะพริบ "ข้าจะสอนให้มันรู้ว่าการบังอาจแตะต้องของๆ ข้านั้นมีราคาที่ต้องจ่ายแพงเพียงใด"
"อย่าฝันไปหน่อยเลย!" คาร์ลอสคำราม พุ่งตัวเข้าหาอลิสแตร์ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ การปะทะกันของทั้งคู่ก่อให้เกิดคลื่นพลังงานที่ทำให้โคมไฟระย้าบนเพดานแกว่งไกวและร่วงหล่นลงมา ไฟจากเชิงเทียนขนาดใหญ่ล้มคว่ำลงบนผ้าม่านกำมะหยี่ ความร้อนเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วห้องโถง ปราสาทที่เคยสงบนิ่งกำลังถูกเพลิงแค้นกลืนกิน
เอลาร่าไม่ได้วิ่งหนี เธอถอยไปหยุดอยู่หน้าภาพวาดบรรพบุรุษของปราสาท ในใจเธอมีภาพจำบางอย่างผุดขึ้นมา... ภาพความทรงจำที่เธอไม่เคยมี แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด เธอเห็นตัวเองในร่างที่ต่างออกไป ร่างที่แข็งแกร่งและน่าเกรงขามกว่าที่เป็นอยู่
"เจ้าไม่ได้เป็นแค่เหยื่อ เอลาร่า..." เสียงกระซิบที่ลอยมาตามสายลมปะทะกับเปลวไฟที่โหมกระหน่ำนั้นเป็นเสียงของเธอเอง
ในขณะที่อลิสแตร์กำลังถูกหมาป่าพิทักษ์สามตัวรุมล้อม คาร์ลอสก็ฉวยโอกาสกระโจนข้ามผ่านกองเพลิงมายังจุดที่เอลาร่ายืนอยู่ มันคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้กระดูกของมนุษย์แหลกสลาย แต่น่าแปลก... เอลาร่ากลับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย เธอกลับรู้สึกถึง 'พลัง' ที่ไหลผ่านจากตัวของคาร์ลอสเข้ามาสู่กระแสเลือดของเธอเอง
"ปล่อยนาง!" อลิสแตร์คำราม เสียงนั้นดังก้องไปทั่วปราสาท เขากระชากร่างของหมาป่าที่เกาะอยู่บนหลังออกก่อนจะเหวี่ยงร่างมันเข้าหาเสาหินจนแตกร้าว แต่เขาก็ช้าไปหนึ่งก้าว
คาร์ลอสหัวเราะร่าในลำคอ ดวงตาของมันเป็นประกายพราย "อลิสแตร์ เจ้าคิดว่าเจ้าคุมนางได้งั้นหรือ? เลือดของนางคือกุญแจสำคัญที่ฝูงของข้าตามหามานับศตวรรษ... นางไม่ใช่แวมไพร์ ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นสิ่งที่ธรรมชาติลืมเลือน!"
คาร์ลอสกระชากแขนเอลาร่าจนเธอถลาเข้าไปหา ในจังหวะนั้นเอง อลิสแตร์พุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ มือแกร่งคว้าหมับเข้าที่ลำคอของคาร์ลอสหวังจะหักกระดูกคอให้สิ้นซาก แต่ทันใดนั้น เอลาร่าก็สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่ขั้วหัวใจ เธอมองเห็นเงาสีดำทมิศพุ่งออกมาจากเงามืดของมุมห้อง พุ่งเข้าใส่หลังของอลิสแตร์ที่กำลังเสียสมาธิ
"ระวัง!" เอลาร่าตะโกนสุดเสียง
แทนที่เธอจะหนี เธอตัดสินใจกระโจนเข้าหาอลิสแตร์ ผลักเขาสุดแรงจนทั้งคู่ล้มลงไปบนพื้นหินที่เปียกชุ่มไปด้วยคราบเลือดและน้ำมันจากตะเกียงที่แตกดับไปแล้ว กรงเล็บแหลมคมของผู้บุกรุกลับลับพุ่งผ่านตำแหน่งที่อลิสแตร์เคยยืนอยู่ไปเพียงเสี้ยววินาที
ทว่าความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวก็เข้าปกคลุมห้องโถงในวินาทีต่อมา เมื่ออลิสแตร์ลุกขึ้นยืน เขาไม่ได้มองไปที่คาร์ลอส แต่เขากลับมองไปที่เอลาร่าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่สายตาของความรักที่เขามีให้เธอเสมอมา แต่เป็นสายตาของความหวาดกลัวที่ปนเปไปกับความสับสน
เอลาร่ามองมือตัวเอง... ปลายนิ้วของเธอที่เคยขาวนวล บัดนี้กลับมีเล็บที่ยาวแหลมและงอกยาวออกมาดุจกรงเล็บสัตว์ป่า และเส้นเลือดบนหลังมือเธอก็ขึ้นนูนเป็นสีดำสนิทราวกับพิษร้ายที่กำลังกัดกินร่างการของเธอจากภายใน
"เอลาร่า... เจ้า..." อลิสแตร์พูดไม่ออก พยายามก้าวถอยหลังด้วยความไม่ตั้งใจ
ทว่าก่อนที่เหตุการณ์จะคลี่คลาย ประตูปราสาทบานยักษ์ที่ถูกปิดตายกลับถูกพังทลายเข้ามาด้วยแรงระเบิดจากภายนอก เผยให้เห็นกองทัพหมาป่าจำนวนนับไม่ถ้วนที่ยืนเรียงรายอยู่ภายใต้แสงจันทร์เต็มดวง และผู้ที่ก้าวออกมาจากแถวหน้าไม่ใช่ใครอื่น... หากแต่เป็นหญิงสาวในชุดคลุมสีดำสนิทที่มีใบหน้าเหมือนกับเอลาร่าราวกับพิมพ์เดียวกัน เธอผู้นั้นยกยิ้มที่มุมปากพร้อมกับเอ่ยชื่อที่ทำให้อลิสแตร์ต้องตัวแข็งทื่อ
"ไม่ได้พบกันนานนะ... อลิสแตร์... พี่ชายผู้ทรยศ"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเร้นลับและเสน่หาในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสน่หาอาคมเงาจันทร์•ตอนที่ 23
คืนที่ปราสาทลุกเป็นไฟ
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสน่หาอาคมเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!