“หากท่านยังคงยืนกรานที่จะปกป้อง 'เลือดผสม' ผู้นี้ไว้ในสภา สมดุลแห่งอำนาจที่บรรพชนสร้างมานับพันปีก็คงถึงคราวล่มสลาย อลิสแตร์”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความอาฆาตของ ‘ลอร์ด วัลเดมาร์’ สมาชิกอาวุโสแห่งสภาแวมไพร์ดังก้องอยู่ในโถงหินอ่อนเย็นเยียบ แสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างสูงตระหง่านสาดส่องลงมากระทบคมดาบประจำตำแหน่งที่วางอยู่บนโต๊ะประชุมยาวเหยียด บรรยากาศภายในห้องกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
อลิสแตร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานที่ทำจากเหล็กกล้าสีดำสนิท ดวงตาสีเพลิงของเขาจ้องมองไปยังเหล่าผู้อาวุโสที่นั่งเรียงรายด้วยความเยือกเย็น แววตาของเขาไร้ซึ่งความเกรงกลัว มีเพียงประกายแห่งการเย้ยหยันที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
“ความล่มสลายที่ท่านกังวล หรือเป็นเพราะท่านกลัวว่าอำนาจที่ท่านถือครองอยู่จะถูกสั่นคลอนกันแน่ วัลเดมาร์?” อลิสแตร์เอ่ยถาม น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่กลับกรีดลึกไปถึงความรู้สึกของผู้ฟัง
“นางไม่ใช่แค่เลือดผสม” วัลเดมาร์ทุบโต๊ะเสียงดังสนั่น “นางคือตัวอันตราย! สัญชาตญาณหมาป่าในกายเอลาร่ากำลังตื่นขึ้น และวันใดที่นางคุมมันไม่อยู่ เมืองหลวงแห่งนี้จะกลายเป็นสุสาน!”
ในมุมมืดหลังม่านกำมะหยี่สีแดงสด เอลาร่ายืนฟังทุกคำพูดด้วยหัวใจที่เต้นรัวจนแทบหลุดออกมา เธอสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านจากปลายนิ้ว ความรู้สึกโหยหาการล่าที่พยายามข่มไว้ในใจกำลังสั่นคลอนทุกครั้งที่ได้ยินชื่อของตัวเอง
อลิสแตร์ลุกขึ้นยืน ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มของเขาแผ่ซ่านไอสังหารที่ทำเอาสมาชิกรอบโต๊ะต้องชะงัก เขาเดินเยื้องย่างไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าวัลเดมาร์ มือหนาเอื้อมไปจับไหล่ของชายชราผู้นั้นแน่นจนได้ยินเสียงกระดูกลั่น
“นางคือคู่แท้แห่งโชคชะตาของข้า” อลิสแตร์กระซิบที่ข้างหู “ใครก็ตามที่คิดจะแตะต้องนาง เท่ากับประกาศสงครามกับข้า… และข้าไม่เคยปรานีศัตรูที่กล้ามาขัดขวางความสุขของข้า”
“ท่านหลงมัวเมาในตัณหาจนลืมหน้าที่!” วัลเดมาร์เค้นเสียงลอดไรฟัน “คาร์ลอสกำลังรอคอยจังหวะนี้อยู่ หากท่านไม่จัดการนาง วันนี้สภาจะลงมติให้ท่านพ้นจากตำแหน่ง!”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มทหารรักษาพระองค์ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องประชุม เอลาร่าที่ซ่อนตัวอยู่เบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของคาร์ลอสเดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารลับในมือ เขาไม่ได้มาในฐานะศัตรู แต่มาในฐานะ ‘แขกผู้ได้รับเชิญ’ โดยใครบางคนในสภา
คาร์ลอสยิ้มเหยียด สายตาของเขากวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดลงที่มุมมืดที่เอลาร่าซ่อนตัวอยู่ รอยยิ้มนั้นแฝงไปด้วยเล่ห์กลอันตราย
“ดูเหมือนว่าการประชุมวันนี้จะร้อนแรงกว่าที่ข้าคิดนะครับ ราชาแวมไพร์” คาร์ลอสเอ่ยทักทายพร้อมกับวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ “ท่านวัลเดมาร์เสนอให้ข้าเข้ามาช่วย… ‘ดูแล’ กฎระเบียบของเมืองให้มีความสงบเรียบร้อยมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดการกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรจะดำรงอยู่”
อลิสแตร์หันกลับไปเผชิญหน้ากับคาร์ลอส แววตาของทั้งคู่ปะทะกันอย่างรุนแรงราวกับไฟฟ้าที่ช็อตเข้าหากัน ความเกลียดชังที่มีมาเนิ่นนานถูกจุดไฟขึ้นอีกครั้ง
“เจ้าไม่มีสิทธิ์ก้าวเข้ามาในนี้ คาร์ลอส” อลิสแตร์กล่าวพลางปล่อยออร่าอันทรงพลังออกมาจนคนรอบข้างต้องถอยร่น
“ข้าอาจจะไม่มีสิทธิ์ แต่ข้ามี ‘สิ่งที่ท่านต้องการ’” คาร์ลอสแสยะยิ้มก่อนจะหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมา มันคือภาพของเอลาร่าในยามที่เผลอไผลจากการใช้พลังหมาป่าในป่าลึก “ท่านปิดบังเรื่องพลังของนางไว้มิดชิดเลยนะครับ แต่อย่าลืมว่าในสภานี้ ไม่ได้มีแค่ท่านที่รับรู้ความลับนี้”
เอลาร่ารู้สึกเหมือนลมหายใจของเธอขาดห้วงไปครู่หนึ่ง มือของเธอสั่นสะท้าน ความกลัวว่าจะสูญเสียอลิสแตร์ไปเพราะตัวเธอเองเริ่มกัดกินหัวใจ แต่ในขณะเดียวกัน สัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายก็เรียกร้องให้เธอออกไปฉีกกระชากคอหอยของชายที่ชื่อคาร์ลอสให้จมกองเลือด
อลิสแตร์ก้าวเข้าไปหาคาร์ลอสอย่างรวดเร็วราวกับเงา เขาบีบคอคาร์ลอสจนลอยขึ้นจากพื้น แต่คาร์ลอสกลับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ฆ่าข้าสิ! แล้วท่านจะไม่ได้คำตอบว่า... เอลาร่าตกอยู่ในมือของใครกันแน่ในคืนที่ท่านออกไปลาดตระเวน!”
อลิสแตร์ชะงัก มือที่บีบคอคาร์ลอสสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความโกรธแค้นและสับสน ในจังหวะนั้นเอง เอลาร่าที่ทนไม่ไหวอีกต่อไปตัดสินใจก้าวออกมาจากเงามืด ร่างบางสั่นเทาแต่แววตากลับกลายเป็นสีเหลืองทองดั่งนักล่า เธอไม่ได้เดินไปหาอลิสแตร์ แต่กลับเดินตรงไปยังคาร์ลอสด้วยท่าทางที่ไม่มีใครคาดคิด
“เจ้าคิดว่าเจ้าคุมเกมอยู่ฝ่ายเดียวงั้นหรือ คาร์ลอส?” เอลาร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังจนทุกคนในห้องต้องตะลึง เธอคว้ามีดสั้นที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา แล้วกรีดลงบนฝ่ามือตัวเอง เลือดสีแดงสดที่ไหลออกมากลับส่งกลิ่นหอมหวานและรุนแรงจนทหารทุกนายในห้องถึงกับเสียอาการ
“เลือดของข้า... ไม่ใช่ของหมาป่าธรรมดา” เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่น่าขนลุก “แต่เป็นเลือดที่ถูกสาปไว้เพื่อกักขังปีศาจ และถ้าเจ้าอยากได้มันนัก ก็ลองมาหยิบเอาไปเองดูสิ!”
ทันทีที่เธอพูดจบ อลิสแตร์กลับพุ่งเข้ามากอดเอลาร่าไว้แน่นจากด้านหลัง ลมหายใจของเขาหอบถี่ขณะที่ความต้องการรุนแรงพุ่งพล่านเข้าสู่กระแสเลือดของเขาจากการได้รับกลิ่นเลือดของคู่แท้
“อย่าทำแบบนี้เอลาร่า...” เขาพึมพำด้วยเสียงที่แหบพร่า “เจ้ากำลังยั่วปีศาจให้ตื่นขึ้น”
ทว่าก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น ประตูห้องประชุมก็ถูกกระแทกจนพังทลายลง พร้อมกับการปรากฏตัวของสตรีผู้หนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าของนางถูกปิดบังด้วยผ้าคลุม แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมานั้นทำเอาเหล่าแวมไพร์อาวุโสถึงกับทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
นางเดินตรงเข้ามาหาอลิสแตร์และเอลาร่า ก่อนจะวางจดหมายตราประทับเลือดลงบนโต๊ะ
“คำสั่งจากราชินีรัตติกาลผู้ล่วงลับ... กฎแห่งเลือดจะถูกเปลี่ยนคืนนี้ และเอลาร่า... เจ้าคือผู้ที่ถูกเลือกให้เป็น 'ภาชนะ' แทนที่บัลลังก์ที่กำลังจะว่างลง”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเร้นลับและเสน่หาในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสน่หาอาคมเงาจันทร์•ตอนที่ 15
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสน่หาอาคมเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!