เสน่หาอาคมเงาจันทร์•ตอนที่ 38

บทส่งท้ายของความหวัง

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
“เลือดสีเงิน... มันกำลังตื่นขึ้นมาแล้ว อลิสแตร์” เสียงแหบพร่าของเอลาร่าสั่นสะท้านในลำคอ ดวงตาของเธอไม่ได้สะท้อนแสงจันทร์สีนวลตาอีกต่อไป แต่มันวาวโรจน์ด้วยสีอำพันจัดจ้านที่แฝงไว้ด้วยอำนาจเหนือธรรมชาติ เธอทรุดตัวลงบนพรมขนสัตว์เบื้องหน้าชายหนุ่มผู้เป็นดั่งราชาในใจ ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาขณะลากผ่านรอยแผลเป็นบนแผงอกเปลือยเปล่าของอลิสแตร์ ซึ่งหยดเลือดของเขาไม่ได้เป็นสีแดงชาดธรรมดา แต่มีประกายระยิบระยับดั่งละอองดาวที่กำลังเดือดพล่าน อลิสแตร์ขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน มือหนาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น สายตาของเขาไม่ได้มีความอ่อนโยนเฉกเช่นที่เคยมีให้กับคนรัก แต่มันคือสายตาของนักล่าที่มองเห็นหายนะคืบคลานเข้ามา “ข้าคิดว่าสายเลือดแห่งผู้สร้างถูกล้างผลาญไปตั้งแต่ยุคบรรพกาล... ข้าคิดว่าเรากำลังจะสร้างโลกที่เป็นของเราเองได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องคำสาปแช่งพวกนั้นอีก” “เราไม่มีวันหนีพ้นจากโชคชะตาที่ขีดเส้นไว้หรอกครับ... อลิสแตร์” เอลาร่ากระซิบข้างใบหูเขา ลมหายใจร้อนผ่าวของเธอรดรินผิวกายที่เย็นเยียบของแวมไพร์หนุ่ม “แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะพ่ายแพ้ให้กับมัน” ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบขาดใจ อลิสแตร์ตัดสินใจทำในสิ่งที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังหวาดกลัว เขาโน้มตัวลงบดจูบเรียวปากของหญิงสาวอย่างดุดัน รสสัมผัสที่แลกเปลี่ยนกันคือรสของความสิ้นหวังและความหวังที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว มือของเขาเลื่อนไปกอบกุมเอวคอดกิ่ว กดร่างของเธอให้แนบชิดกับความแข็งแกร่งของตนจนแทบไม่มีอากาศแทรกผ่าน ความเงียบในห้องโถงกว้างถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจหอบกระเส่าและเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ เอลาร่าแอ่นกายรับสัมผัสจากมือที่ลูบไล้ไปตามสรีระอันโค้งมนของเธออย่างจาบจ้วง ราวกับอลิสแตร์กำลังจะตราตรึงความเป็นเจ้าของลงไปในทุกอณูผิวเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสงครามที่กำลังจะมาถึง เขายกตัวเธอขึ้นจนเท้าลอยจากพื้น เอลาร่าโอบกอดลำคอเขาไว้แน่น ปล่อยให้สัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายนำทาง ในยามที่ร่างกายประสานกันเป็นหนึ่ง อลิสแตร์สัมผัสได้ถึงพลังงานมหาศาลที่ไหลวนผ่านกายของเอลาร่า มันคือความร้อนแรงที่เผาผลาญความเย็นชาในสายเลือดแวมไพร์ของเขาจนหลอมละลาย ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและละเอียดอ่อนในเวลาเดียวกัน อลิสแตร์เน้นย้ำทุกความรู้สึกที่ส่งผ่านไป เพื่อย้ำเตือนให้เธอรู้ว่า ไม่ว่าสายเลือดโบราณจะชั่วร้ายเพียงใด หรือคาร์ลอสจะส่งกองทัพมาทำลายอาณาจักรใหม่ของพวกเขาอย่างไร สิ่งเดียวที่อยู่เหนือกว่านั้นคือพันธนาการระหว่างพวกเขาสองคน ในจุดที่อารมณ์พุ่งทะยานถึงขีดสุด เอลาร่ากรีดร้องเบาๆ ในลำคอ ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีทองสว่างจ้า พลังที่หลับใหลอยู่ภายในระเบิดออกมาเป็นละอองแสงสีเงินที่หมุนวนรอบห้องโถง ราวกับโลกกำลังก้มหัวให้กับราชินีผู้เพิ่งตื่นจากนิทรา “เจ้าไม่ใช่แค่เครื่องมือของใคร...” อลิสแตร์กระซิบเสียงต่ำด้วยความสุขสมขณะกอดรัดเธอไว้แน่นในวินาทีสุดท้าย “เจ้าคือหัวใจของอาณาจักรที่ข้ากำลังจะสร้าง” หลังจากความเงียบงันกลับคืนสู่ห้องโถง เอลาร่านอนหอบหายใจอยู่บนอกแกร่ง ผิวพรรณของเธอมีประกายจางๆ ที่ไม่ใช่มนุษย์ อลิสแตร์มองไปยังหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดกว้างสู่ความมืดมิดภายนอก ที่นั่น... เขามองเห็นเงาร่างของหมาป่าหลายร้อยตัวยืนเรียงรายอยู่บนยอดเขา ทว่าที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือกลุ่มคนที่ยืนอยู่หน้าสุด ไม่ใช่คาร์ลอสอย่างที่เขาคาดไว้ บุคคลผู้นั้นก้าวออกมาจากเงามืด สวมอาภรณ์สีขาวสะอาดตาผิดกับกลิ่นอายความตายที่แผ่ออกมา เขาผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากอดีตผู้ดูแลตำนานที่ทุกคนเชื่อว่าเสียชีวิตไปนานแล้ว เขามองมาที่เอลาร่าด้วยสายตาหิวกระหายและเอ่ยประโยคที่ทำให้อลิสแตร์ต้องชะงัก “ขอบใจที่ปลุกนางขึ้นมาให้ข้า อลิสแตร์... เพราะเลือดของนาง คือกุญแจดอกเดียวที่จะเปิดประตูนรกที่ข้าเฝ้ารอมานานนับพันปี” ประตูบานใหญ่ที่ปิดตายของห้องโถงค่อยๆ พังทลายลงด้วยแรงกระแทกมหาศาลจากภายนอก พร้อมกับการปรากฏตัวของกองทัพเงาที่ไม่ใช่มนุษย์และไม่ใช่อสูรที่เขารู้จัก... นี่ไม่ใช่แค่สงครามแย่งชิงอาณาจักร แต่คือจุดจบของทุกสิ่งที่เขารัก ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านร้อนผ่านหนาวมากับนิยายเรื่องนี้จนถึงบรรทัดสุดท้ายนะครับ - ภาคินทร์เที่ยงคืน
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสน่หาอาคมเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%