เสน่หาอาคมเงาจันทร์•ตอนที่ 37

สันติภาพบนกองซาก

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
“อย่าเพิ่งขยับ... อลิสแตร์!” เสียงของเอลาร่าสั่นพร่าขณะที่เธอกระโจนเข้าหาชายหนุ่ม มือเรียวบางสัมผัสเข้าที่หัวไหล่ของอลิสแตร์ ทันทีที่ผิวเนื้อแตะต้อง ตราประทับสีเลือดที่ลามขึ้นมาถึงหัวไหล่ของเขาก็แผ่รังสีร้อนระอุออกมาดุจเหล็กเผาไฟ มันกัดกินอาภรณ์หรูหราจนขาดวิ่น และในเสี้ยววินาทีนั้น เงาร่างไร้ใบหน้าที่ก่อตัวจากไอหมอกก็แผ่ขยายออร่าแห่งความตายปกคลุมไปทั่วห้องโถงกว้างของปราสาท อลิสแตร์กัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันชัดเจน ดวงตาคมกริบสีแดงฉานวาวโรจน์ด้วยความทรมาน เขาผลักเอลาร่าออกอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเงามืดนั้นด้วยท่าทีเย่อหยิ่งดุจราชันย์ แม้ความเจ็บปวดจะลุกลามเข้าสู่กระดูกสันหลัง เขาก็ไม่ยอมคุกเข่า “เจ้าคิดว่าจะฆ่าข้าด้วยเศษซากความแค้นของทรราชงั้นรึ?” อลิสแตร์เค้นเสียงออกมา คำพูดของเขาดังกังวานไปทั่วโถง “คาร์ลอส! เจ้าซ่อนตัวอยู่ในเงานั้นมานานพอแล้ว ออกมา!” ไอหมอกมืดมิดค่อยๆ บิดเบี้ยว ก่อนที่ร่างของคาร์ลอสจะก้าวออกมาจากความว่างเปล่า เขาอยู่ในสภาพสะบักสะบอม ลมหายใจหอบถี่ และดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความอาฆาตบัดนี้กลับฉายแววหวาดหวั่นไม่ต่างจากสัตว์ป่าที่ถูกต้อนเข้ามุม “ข้าไม่ได้เป็นคนควบคุมมัน... อลิสแตร์” คาร์ลอสทรุดลงนั่งกับพื้น กุมหน้าอกที่เต็มไปด้วยรอยแผลฉกรรจ์ “คำสาปนั่นมันสูบกินชีวิตของข้าและเจ้าพร้อมๆ กัน หากเจ้าไม่รีบปิดผนึกมัน สองเผ่าพันธุ์ของเราจะกลายเป็นกองซากศพก่อนรุ่งสาง” เอลาร่าก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสอง สายตาของเธอตวัดมองตราประทับที่ข้อมือของอลิสแตร์ ก่อนจะตัดสินใจทำสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุด เธอคว้ามือแกร่งของชายหนุ่มขึ้นมาแนบกับริมฝีปากนุ่มนิ่มของตน กลิ่นเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่นกายหอมละมุนของเธอกลายเป็นตัวกระตุ้นที่รุนแรงกว่าสิ่งใด “เราต้องเชื่อมต่อกัน” เอลาร่ากระซิบข้างหูเขา ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินบนต้นคอแกร่ง “ไม่ใช่แค่การร่วมรักเพื่อกามารมณ์ แต่เป็นการหลอมรวมพลังชีวิตผ่านเลือดเนื้อและจิตวิญญาณ... ไม่อย่างนั้น พลังมืดนี่จะสูบเจ้าไปตลอดกาล” อลิสแตร์นิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สายตาของเขาจะเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงที่ปนเปไปกับความหิวกระหาย เขาช้อนตัวเธอขึ้นแนบกาย สัมผัสจากร่างกายของเอลาร่าคือโอเอซิสกลางทะเลทรายที่กำลังแผดเผา เขาอุ้มเธอตรงไปยังแท่นหินใจกลางห้องโถงที่ซึ่งแสงจันทร์สาดส่องลงมาพอดี เขาโถมตัวลงทับร่างบางบนแท่นหินเย็นเยียบ รสจูบแรกเริ่มอย่างดุดัน ราวกับจะกักตุนลมหายใจของกันและกัน ลิ้นร้อนตวัดเกี่ยวรัดสลับหยอกเย้า เสียงครางแผ่วเบาของเอลาร่าทำให้เส้นความอดทนของอลิสแตร์ขาดผึง มือแกร่งกระชากชุดของหญิงสาวออกจนเผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนที่สั่นไหวตามจังหวะหัวใจที่เต้นรัว “ข้าจะเปลี่ยนความตายให้กลายเป็นความปรารถนา...” อลิสแตร์กระซิบชิดยอดอก ก่อนจะครอบครองมันด้วยริมฝีปากร้อนฉ่า ปลุกเร้าให้ความต้องการของเอลาร่าพุ่งพล่านจนเธอแอ่นกายรับสัมผัส มือของเธอจิกลงบนแผ่นหลังกว้างของเขา สัมผัสที่ปลายนิ้วผ่านไปคือรอยไหม้ของคำสาปที่เริ่มจางลงทุกทีที่ความสุขสมเข้าครอบงำ เมื่อกายแกร่งสอดประสานเข้าสู่ความอ่อนนุ่ม ความรู้สึกวาบหวามสายหนึ่งก็แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย มันไม่ใช่แค่ความใคร่ แต่คือการแลกเปลี่ยนพลังชีวิตที่รุนแรงและเร่าร้อน อลิสแตร์ขยับกายเป็นจังหวะที่หนักหน่วงและมั่นคง ทุกการเคลื่อนไหวเหมือนตอกย้ำพันธสัญญาที่ไม่อาจถอนคืน เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องไปทั่วโถงเงียบสงัด คาร์ลอสที่นั่งมองอยู่มุมห้องถึงกับต้องหลับตาลงด้วยความอับอายและเคารพในพลังที่เหนือธรรมชาติของทั้งคู่ เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม ทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งท่ามกลางแสงจันทร์ที่อาบไล้ร่างเปลือยเปล่า อลิสแตร์ฝังเขี้ยวลงบนหัวไหล่ของเอลาร่าเบาๆ เพื่อส่งผ่านอาคมที่ใช้ปิดผนึกคำสาปของทรราช แสงสีทองและสีเลือดสว่างวาบขึ้นรอบกายพวกเขา พลังที่เคยเป็นพิษร้ายถูกแปรเปลี่ยนเป็นแรงขับเคลื่อนแห่งชีวิตใหม่ เมื่อบทรักอันยาวนานและเร่าร้อนสิ้นสุดลง ความเงียบสงัดก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจที่เริ่มแผ่วเบา อลิสแตร์จุมพิตที่หน้าผากของเอลาร่าอย่างแผ่วเบา ร่องรอยของคำสาปที่ข้อมือของเขาได้เลือนหายไปจนสิ้น เหลือเพียงผิวหนังที่เนียนสะอาด “จากนี้ไป... เลือดของเจ้าคือเลือดของข้า” อลิสแตร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สงบเย็นลงกว่าที่เคย คาร์ลอสลุกขึ้นยืนด้วยอาการอ่อนล้า เขาเดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าอลิสแตร์ ก่อนจะคุกเข่าลงข้างหนึ่ง “ข้ายอมรับข้อตกลง สันติภาพระหว่างหมาป่าและแวมไพร์จะเป็นจริงตามสัญญา... แต่จงจำไว้ อลิสแตร์ สิ่งที่เจ้าเพิ่งทำไป มันคือการเปิดประตูสู่อีกโลกหนึ่งที่แม้แต่ราชาแวมไพร์ก็อาจจะรับมือไม่ไหว” ขณะที่อลิสแตร์กำลังจะเอ่ยตอบ บานประตูหนักอึ้งของห้องโถงกลับเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของสตรีคนหนึ่งที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีชีวิตอยู่... นางเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม ใบหน้ามีรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของอลิสแตร์เย็นเฉียบ “พี่ชาย... ท่านลืมข้าไปแล้วหรืออย่างไร?” อลิสแตร์เบิกตากว้าง ร่างกายที่เพิ่งผ่านศึกหนักสั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อตระหนักว่าภัยคุกคามที่แท้จริงไม่ได้มาจากความแค้นของทรราช แต่มันมาจากสายเลือดที่เขาเคยคิดว่าได้ลบเลือนหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์นานมาแล้ว... หวังว่าทุกท่านจะดื่มด่ำไปกับความเร่าร้อนและกลิ่นอายแห่งอำนาจในบทนี้ ขอบพระคุณที่ติดตามกันมาจนถึงวินาทีที่เข้มข้นที่สุดเช่นนี้ครับ - ภาคินทร์เที่ยงคืน
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสน่หาอาคมเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%