เสน่หาอาคมเงาจันทร์•ตอนที่ 39

คืนจันทร์เต็มดวงแห่งนิรันดร์

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
“เจ้าพร้อมจะเป็นของข้า... ทั้งวิญญาณและเลือดเนื้อที่ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนังนั่นหรือไม่ เอลาร่า?” เสียงทุ้มต่ำของอลิสแตร์ดังกังวานขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงลับใต้ปราสาท แสงจันทร์สีเงินยวงลอดผ่านช่องระบายอากาศบนเพดานสูง ตกกระทบลงบนร่างของเขาราวกับอาภรณ์แห่งราชา ดวงตาสีโลหิตของเขาวาวโรจน์ด้วยแรงปรารถนาที่สะกดกลั้นมาเนิ่นนาน ในขณะที่เอลาร่า—หญิงสาวผู้มีกลิ่นอายของหมาป่าและพลังแห่งพันธุกรรมลึกลับ—ยืนอยู่เบื้องหน้าเขาด้วยลมหายใจที่สั่นพร่า เอลาร่าไม่ตอบด้วยคำพูด เธอเพียงแต่ก้าวเข้าหาเขา เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่หนักแน่นดุจการตัดสินใจ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านเมื่อฝ่ามือเย็นเยียบของอลิสแตร์สัมผัสเข้าที่เอวคอด เขารั้งเธอเข้าหาตัวจนช่องว่างระหว่างทั้งสองเลือนหายไป ความร้อนแรงจากร่างกายของเธอปะทะกับความเย็นเยือกของเขา ก่อเกิดเป็นประกายไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสรรพสิ่ง “ข้าเป็นของท่านมาตั้งแต่วินาทีที่โชคชะตาผูกมัดเราไว้ด้วยรอยเลือดแล้ว... อลิสแตร์” เสียงของเธอแผ่วเบาหากเต็มไปด้วยความเว้าวอน เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวระหง ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาตัดกับผิวสัมผัสที่เย็นเยียบสร้างความรู้สึกวาบหวามจนเธอแทบยืนไม่อยู่ อลิสแตร์กดจูบเน้นหนักลงบนจุดชีพจรที่เต้นเร่าของเธอ ก่อนจะขบเม้มเบาๆ ด้วยความหลงใหล เอลาร่าเชิดหน้าขึ้น หูอื้ออึงด้วยเสียงหัวใจที่เต้นรัว สัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายเธอไม่ได้ต่อต้าน แต่กลับโหยหาการครอบครองนี้อย่างบ้าคลั่ง มือหนาของราชาแวมไพร์เลื่อนขึ้นมาปลดเปลื้องอาภรณ์ของหญิงสาวอย่างใจเย็น ทุกสัมผัสแฝงไปด้วยความเคารพและตัณหาที่พุ่งพล่าน ผ้าไหมเนื้อดีร่วงหล่นลงพื้นราวกับกลีบดอกไม้ที่สิ้นอายุขัย เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่อาบไปด้วยแสงจันทร์ อลิสแตร์ถอยออกไปครึ่งก้าวเพื่อชื่นชมภาพตรงหน้า สายตาของเขาไม่ได้มองเพียงแค่รูปโฉม แต่มองลึกลงไปถึงตัวตนที่เขารักสุดหัวใจ “เจ้าสวยงามจนข้าแทบหยุดหายใจ... แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าข้าไม่มีลมหายใจให้หยุดก็ตาม” เขาเอ่ยพลางอุ้มร่างบางขึ้นไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะวางเธอนอนลงบนแท่นหินที่ปูด้วยผ้ากำมะหยี่สีดำสนิท บนเตียงกว้างแห่งนี้ ความยับยั้งชั่งใจทั้งหมดถูกโยนทิ้งไป เอลาร่าโอบกอดลำคอของเขาไว้แน่นเมื่ออลิสแตร์ทาบทับลงมา รสจูบของเขาร้อนแรงและรุกราน ราวกับจะสูบเอาความนึกคิดทั้งหมดไปจากเธอ ลิ้นร้อนของเขาเกี่ยวกระหวัดสำรวจโพรงปากที่หวานล้ำ ทั้งคู่ต่างแลกเปลี่ยนรสสัมผัสที่บ่งบอกถึงพันธะสัญญาที่ไม่สามารถพรากจากกันได้ มือของเอลาร่าจิกลงบนแผ่นหลังแกร่ง ยามที่เขาเคลื่อนไหวกายเข้ามาแทรกกลางระหว่างขาเรียว ความคับแน่นที่ไร้ช่องว่างทำให้ทั้งคู่หลุดเสียงครางแผ่วออกมาพร้อมกัน มันไม่ใช่เพียงแค่การเสพสมทางกาย แต่มันคือการหลอมรวมพลังงาน มนตราแห่งจันทร์เต็มดวงส่องสว่างขึ้นเหนือศีรษะของพวกเขา พลังในกายของเอลาร่าปะทุขึ้น อลิสแตร์รับรู้ได้ถึงหยาดเหงื่อที่ชื้นแฉะบนผิวหนังและเสียงครางกระเส่าที่เรียกชื่อเขาซ้ำๆ ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน อลิสแตร์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ยามที่เขาเร่งเร้าจังหวะให้รุนแรงขึ้น เอลาร่าโอบรัดเขาไว้แน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือ เขาจะสลายกลายเป็นเถ้าถ่านไปกับแสงจันทร์ ความสุขสมที่ถาโถมเข้ามาดุจคลื่นพายุทำลายล้างกำแพงแห่งความกลัวในใจเธอจนหมดสิ้น เธอไม่ได้เป็นเพียงเหยื่อหรือราชินี แต่เธอคือคู่แท้ที่เติมเต็มส่วนที่ขาดหายของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ในห้วงอารมณ์ที่พุ่งสู่จุดสูงสุด อลิสแตร์ฝังเขี้ยวลงบนหัวไหล่ของเธอเบาๆ ไม่ใช่เพื่อดูดกลืน แต่เพื่อประทับรอยแห่งความเป็นเจ้าของนิรันดร์ เลือดอุ่นๆ ซึมออกมาปะทะกับริมฝีปากเย็นของเขา กลิ่นหอมหวานของเธออบอวลไปทั่วห้องโถง ทั้งคู่กระตุกเกร็งก่อนจะปล่อยใจให้จมดิ่งลงสู่ห้วงลึกแห่งความสุขสมที่ไร้ขอบเขต เมื่อความร้อนระอุเริ่มคลายตัวลง ทั้งสองยังคงแนบชิด ไม่ยอมห่างกันแม้เพียงเสี้ยววินาที อลิสแตร์ลูบไล้เส้นผมที่ยุ่งเหยิงของเอลาร่าอย่างทะนุถนอม ราวกับเธอกลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในจักรวาลที่เขาสามารถครอบครองได้ “เจ้าเป็นของข้าแล้ว... เอลาร่า” เขาพึมพำชิดริมฝีปากเธอ “ตลอดกาลและตลอดไป...” เธอตอบรับด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ทว่าความเงียบสงบที่ควรจะโรยตัวลงกลับถูกทำลายด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังสะท้อนมาจากทางเดินทิศตะวันออก เสียงดาบเหล็กกล้าที่เสียดสีกับฝักดังกังวานขึ้นเป็นจังหวะ อลิสแตร์ผุดลุกขึ้นด้วยสัญชาตญาณนักรบ ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยอำนาจสังหารเมื่อกลิ่นสาบของหมาป่าชั้นต่ำโชยมาแตะจมูก “คาร์ลอส... มันมาเร็วกว่าที่ข้าคิด” อลิสแตร์คำรามในลำคอ พร้อมกับคว้าดาบเงาจันทร์ที่วางอยู่ข้างแท่นหินขึ้นมา เอลาร่าลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตระหนก สายตาของเธอมองไปที่ประตูบานใหญ่ที่สั่นสะเทือนจากการถูกกระแทกอย่างแรงจากภายนอก ก่อนที่ประตูบานนั้นจะพังทลายลง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาที่เต็มไปด้วยอาคมมืดมิด “ราตรีนี้ยังไม่จบสิ้นหรอก อลิสแตร์... เพราะข้าไม่ได้มาเพื่อเอาชีวิตเจ้าคนเดียว แต่ข้ามาเพื่อพรากสิ่งที่เป็นของข้ากลับคืนไป!” คาร์ลอสตะโกนก้อง เสียงของมันแฝงด้วยมนตราที่ทำให้พื้นปราสาทสั่นสะเทือน พร้อมกับกองทัพเงาที่กรูเข้ามานับร้อยชีวิต ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านร้อนผ่านหนาวมากับนิยายเรื่องนี้จนถึงบรรทัดสุดท้ายนะครับ - ภาคินทร์เที่ยงคืน
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสน่หาอาคมเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%