"เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าอลิสแตร์จะมอบสิ่งที่เจ้าถวิลหาให้ได้... เอลาร่า? เขาเห็นเจ้าเป็นเพียงเครื่องประดับชิ้นงามที่รอวันหมองมัว ไม่ใช่คู่ชีวิตที่จะเดินเคียงข้างบนบัลลังก์แห่งเลือด"
เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของคาร์ลอสกรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องโถงหินใต้ดิน กลิ่นสาบป่าอันเป็นเอกลักษณ์ของหมาป่าอัลฟ่าผู้ดุดันโชยมาแตะจมูกเอลาร่าจนหญิงสาวต้องกำหมัดแน่น พยายามข่มสัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายไม่ให้คำรามตอบกลับไป
เอลาร่านั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้โอ๊คเก่าคร่ำ ดวงตาสีอำพันของเธอกวาดมองคาร์ลอสที่ยืนอยู่เบื้องหน้า เขาไม่ได้อยู่ในร่างสัตว์ป่า แต่ในร่างมนุษย์เขากลับดูอันตรายยิ่งกว่า รอยแผลเป็นพาดผ่านโหนกแก้มซ้ายไม่ได้ทำให้ความสง่างามลดน้อยลง แต่มันกลับตอกย้ำถึงความป่าเถื่อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดสูทราคาแพง
"การปกครองหมาป่าไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการ คาร์ลอส" เอลาร่าเอ่ยน้ำเสียงเรียบเย็น แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก "และอลิสแตร์... เขาไม่เคยปฏิบัติต่อฉันในฐานะของเล่น ความเข้าใจของท่านที่มีต่อเราสองคนมันช่างตื้นเขินเหลือเกิน"
คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เขาก้าวเข้ามาใกล้จนเอลาร่าสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา เขาโน้มตัวลงมาใช้ปลายนิ้วเชยคางเธอขึ้น บังคับให้สบสายตาที่ร้อนแรงดุจเปลวเพลิงสีคราม
"ความเข้าใจงั้นหรือ? เขาเก็บเจ้าไว้ในกรงทองที่เรียกว่าปราสาทแวมไพร์ ให้เจ้าเสพติดความรุนแรงและแรงปรารถนาที่เขามอบให้... นั่นไม่ใช่ความรัก แต่มันคือการพันธนาการ" คาร์ลอสกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นจัดทำให้ขนอ่อนของเธอลุกชัน "มาร่วมกับข้า เอลาร่า... มาเป็นราชินีแห่งฝูงหมาป่า ปกครองแดนเถื่อนที่ไม่มีวันสิ้นสุด อำนาจที่แท้จริงไม่เคยมาจากใครคนหนึ่งที่กดขี่เรา แต่มันมาจากเลือดที่หลั่งรินและพลังที่เราสร้างขึ้นร่วมกัน"
เอลาร่าสะบัดหน้าหนี แววตาของเธอวูบไหวเพียงชั่วครู่เมื่อนึกถึงสัมผัสของอลิสแตร์ที่ยังคงทิ้งรอยตราจูบไว้บนผิวเนื้อ มันเป็นสัมผัสที่ทั้งรุนแรงและครอบครอง แต่คาร์ลอสพูดถูกในแง่หนึ่ง... อลิสแตร์กลัวการสูญเสียเธอจนมักจะกักขังเธอไว้ในขอบเขตที่เขากำหนด
"ท่านกำลังเสนออำนาจที่ฉันไม่ได้ร้องขอ" เอลาร่าแค่นยิ้มที่มุมปากอย่างท้าทาย "และข้าก็ไม่ใช่สตรีที่จะก้มหัวให้กับข้อเสนอที่แลกมาด้วยความจงรักภักดีที่ผิดฝาผิดตัว"
"แล้วถ้าข้าบอกว่า... สิ่งที่เจ้าปรารถนาจะได้รับคืออิสรภาพที่แท้จริงล่ะ?" คาร์ลอสเหยียดยิ้ม รอยยิ้มที่ทำให้เอลาร่ารู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง "ข้าไม่ได้ต้องการเพียงแค่ตัวเจ้า แต่ข้าต้องการทำลายพันธนาการที่อลิสแตร์ล่ามเจ้าไว้ หากเจ้าเลือกข้า เราจะล้างบางแวมไพร์ทุกตนที่ขวางทางเรา และเจ้าจะเป็นคนถือคมดาบเล่มนั้นด้วยมือของเจ้าเอง"
ห้องโถงตกอยู่ในความเงียบงันที่บีบคั้นจนแทบขาดใจ เอลาร่ารู้ดีว่าการปฏิเสธในตอนนี้อาจหมายถึงการตาย แต่การตอบตกลงก็คือการก้าวเท้าเข้าสู่สงครามที่อาจจะไม่มีวันจบสิ้น เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอัลฟ่าหนุ่ม พยายามค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้เจตนาอันชั่วร้ายนั้น
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังสะท้อนผ่านทางเดินหินเข้ามา ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
"นางไม่ได้ต้องการอำนาจที่เปื้อนเลือดจากคนอย่างเจ้า คาร์ลอส" เสียงเย็นเยียบและทรงอำนาจดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังคาร์ลอส เอลาร่าเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างสูงโปร่งที่ก้าวออกมาจากเงามืด อลิสแตร์ยืนอยู่ที่นั่น ใบหน้าของเขาราบเรียบ ทว่านัยน์ตาสีแดงฉานดุจโลหิตกลับพราวระยับด้วยความพิโรธที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเยือกเย็น
คาร์ลอสหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูคู่อาฆาตโดยไม่สะทกสะท้าน "อลิสแตร์... มาช้าไปหน่อยนะ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มา"
อลิสแตร์ไม่ได้สนใจคำยั่วยุ เขาเดินผ่านคาร์ลอสไปราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงอากาศธาตุ ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าเอลาร่า ฝ่ามือหนาที่เย็นเฉียบประคองใบหน้าเธอไว้เบาๆ ทว่าดวงตาของเขากลับกวาดมองไปทั่วร่างเธอเหมือนต้องการตรวจสอบว่าเธอได้รับอันตรายใดๆ หรือไม่
"กลับกันเถอะ เอลาร่า" อลิสแตร์เอ่ยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยคำสั่งที่ยากจะปฏิเสธ "ของเล่นชิ้นนี้... ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะมาแตะต้องได้ง่ายๆ"
เอลาร่าเงยหน้ามองคนรัก แววตาของเธอสับสนระคนขัดแย้ง ความโกรธที่เขามักจะตัดสินใจแทนเธอพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ในขณะที่คาร์ลอสที่ยืนอยู่ด้านหลังกลับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"เจ้าคิดว่าเขากลัวข้าหรือ อลิสแตร์?" คาร์ลอสชักมีดเงินยาวออกมาจากข้างเอว แสงไฟสลัวกระทบคมมีดจนเกิดประกายวาววับ "เขากำลังกลัวเจ้าต่างหาก... กลัวว่าวันหนึ่งเจ้าจะกลายเป็นเหมือนคนอื่นๆ ที่เขาทอดทิ้งให้จมกองเลือดเพียงเพราะความเห็นแก่ตัวของเจ้าเอง!"
อลิสแตร์ชะงัก ร่างกายของเขาสั่นไหวด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ เอลาร่าเห็นเพียงเสี้ยวหน้าของเขาที่บิดเบี้ยวไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองเธออีกครั้ง สายตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความรัก... แต่มันมี 'ความลับ' บางอย่างที่เธอยังไม่เคยรู้ถูกซ่อนอยู่ในเงามืดของดวงตาสีเลือดนั้น
เอลาร่าตัดสินใจหยิบกริชที่ซ่อนไว้ในสาบเสื้อออกมา แล้วจ่อมันไว้ที่ลำคอของตัวเองท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของชายทั้งสองคน
"ถ้าพวกท่านทั้งสองยังไม่หยุด... ข้าจะเป็นคนจบเรื่องนี้ด้วยเลือดของข้าเอง เดี๋ยวนี้!"
ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะหยุดหายใจ อลิสแตร์ก้าวเข้ามาหาเธอหนึ่งก้าว แต่ทว่าคาร์ลอสกลับก้าวเข้ามาหาเขาสองก้าวพร้อมกับเสียงพึมพำที่ไม่น่าไว้วางใจ ซึ่งนั่นทำให้เอลาร่าตระหนักได้ว่า... ความตายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในค่ำคืนนี้
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนและแรงปรารถนาในคืนอันมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสน่หาอาคมเงาจันทร์•ตอนที่ 28
ข้อเสนอจากศัตรู
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสน่หาอาคมเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!