"ปล่อยมือจากเธอเดี๋ยวนี้... คาร์ลอส"
เสียงของอลิสแตร์เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งที่ถูกกักขังไว้ในหุบเขาที่ไร้แสงตะวัน เขาไม่ได้ตะโกน แต่น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจนั้นกลับทำให้บรรยากาศรอบกายเอลาร่าหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก
ท่ามกลางความมืดมิดในโถงทางเดินหินอ่อน มือที่เย็นเฉียบราวกับศพของคาร์ลอสยังคงรัดแน่นอยู่ที่ต้นคอของเอลาร่า เล็บคมกริบของมันฝังลึกลงในผิวเนื้อจนเธอสัมผัสได้ถึงหยดเลือดที่ค่อยๆ ซึมออกมา กลิ่นคาวเลือดจางๆ ปลุกสัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายเอลาร่าให้ตื่นขึ้น แต่นางกลับถูกพันธนาการไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากชายทั้งสอง
"อลิสแตร์... เจ้ายังคงเป็นราชาผู้แสนดีเสมอมา" คาร์ลอสแสยะยิ้ม นัยน์ตาสีเหลืองอำพันดุจหมาป่าในเงามืดส่องประกายวาววับ "เจ้าบอกว่านางคือ 'คู่แท้' แต่ดูสิ กลิ่นสาบของหมาป่าในตัวนางมันรุนแรงจนข้าแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะฉีกทึ้งนางออกมาจากอาณัติของเจ้า"
เอลาร่าพยายามดิ้นรน แต่สัมผัสของคาร์ลอสเหมือนโซ่ตรวนที่หลอมละลายเข้ากับผิวหนังของเธอ ความหวาดกลัวเริ่มถูกแทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่แล่นพล่านอยู่ในกระแสเลือด เธอรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัว สลับกับการเต้นที่ผิดจังหวะจนน่าประหลาดใจ—มันเหมือนกับว่ามีอีกหัวใจหนึ่งกำลังเต้นซ้อนอยู่ในร่างของเธอ
"ข้าเตือนเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย" อลิสแตร์ก้าวเข้ามาข้างหน้าเพียงหนึ่งก้าว แต่แรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้านั้นทำให้ผนังหินรอบด้านถึงกับร้าว
อลิสแตร์ไม่ได้ชักอาวุธ เขาเพียงแค่ปลดปล่อย 'รังสีแห่งราชัน' ออกมา แสงสีแดงจางๆ เรืองรองรอบดวงตาที่เคยเป็นสีนิลสนิท คาร์ลอสชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมปล่อยมือจากเอลาร่าด้วยความหงุดหงิด มันถอยหลังกลับเข้าไปในเงามืดพร้อมกับเสียงหัวเราะที่บาดหู "สนุกให้พอเถอะอลิสแตร์ ก่อนที่ดวงจันทร์สีเลือดจะขึ้นเหนือยอดเขา... เมื่อนั้นพันธะของเจ้าจะกลายเป็นคำสาป"
สิ้นเสียงของคาร์ลอส ร่างของมันก็หายไปในความมืดราวกับควันไฟ
เอลาร่าทรุดฮวบลงกับพื้น ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน ความรู้สึกเจ็บปวดที่ลำคอเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่ลุกลามไปทั่วร่าง อลิสแตร์ปรากฏกายอยู่ตรงหน้าเธอในชั่วพริบตา เขานั่งคุกเข่าลงข้างๆ กลิ่นอายของไม้จันทน์และโลหิตเข้มข้นโชยมาจากกายเขา มันช่างเย้ายวนจนเอลาร่าแทบจะลืมเลือนความเจ็บปวดไปสิ้น
"เอลาร่า... มองข้า" มือที่สั่นเทาของเขาสัมผัสที่แก้มของเธอ ผิวของเขากลับมาร้อนผ่าวผิดปกติ ราวกับเขากำลังเผชิญกับความปรารถนาที่ยากจะควบคุม
"มัน... มันเกิดอะไรขึ้นกับข้า?" เอลาร่ากระซิบ เสียงของเธอแหบพร่า สายตาของเธอพร่าเลือน ความมืดมิดในใจของเธอเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง สัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เธอพยายามกดทับกำลังเรียกร้องหาการเติมเต็ม
อลิสแตร์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจทับทิมที่ถูกอาบด้วยเลือด เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกัน "เจ้ากำลังตื่นขึ้นมา เอลาร่า เลือดในกายเจ้ากำลังเปลี่ยนไป เพราะข้าจะประทับรอยตราแห่งพันธะที่ไม่มีใครพรากจากกันได้... แม้แต่ความตาย"
เขากดริมฝีปากลงบนรอยแผลที่คาร์ลอสทิ้งไว้ที่ลำคอของเธอ ไม่ใช่เพียงการเลียแผล แต่เป็นการกัดลึก—ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วกระดูกสันหลัง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกซาบซ่านที่ไหลผ่านกระแสเลือด เอลาร่ากระตุกเกร็ง ร่างกายของเธอโค้งงอเข้าหาอ้อมกอดของเขาโดยไม่รู้ตัว
รสเลือดที่ปนเปกันระหว่างแวมไพร์ผู้ทรงอำนาจและหญิงสาวผู้มีสายเลือดหมาป่าปริศนาสร้างประกายไฟที่รุนแรง พันธะเลือดถูกผูกมัดด้วยหยดเลือดที่ซึมลึก อลิสแตร์คำรามเบาๆ ในลำคอ ดวงตาของเขาสะท้อนความหิวกระหายและความรักที่รุนแรงจนน่ากลัว เขากำลังกลืนกินและครอบครองเธอ ทั้งจิตวิญญาณและรอยประทับที่หน้าอกของเอลาร่าเริ่มปรากฏเป็นรูปสัญลักษณ์สีดำสนิทที่เต้นตุบตามจังหวะหัวใจของเขา
"บัดนี้... เจ้าเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว" อลิสแตร์กระซิบชิดใบหู ขณะที่เอลาร่ารู้สึกได้ถึงกระแสพลังที่ไหลเวียนผ่านรอยประทับนั้น มันรุนแรงและร้อนแรงจนเธอเกือบจะกรีดร้อง
ทว่า ในขณะที่ความสุขสมกำลังแผ่ซ่านอยู่นั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นที่ปลายโถงทางเดิน เสียงฝีเท้าที่ไม่ใช่ของคาร์ลอส และไม่ใช่ของแวมไพร์ตนใดที่เธอเคยรู้จัก
"ราชาผู้หลงใหลในกามารมณ์... ท่านลืมไปแล้วหรือว่า 'ผู้เฝ้าประตู' กำลังจับจ้องท่านอยู่"
ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงามืด ถือคฑาที่ทำจากกระดูกมนุษย์และใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากรูปหัวกะโหลก อลิสแตร์ชะงักกึกทันที แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเร่าร้อนเป็นความตื่นตระหนกที่พบได้ยากยิ่ง
"เจ้านั่น... มันตายไปนานแล้ว" อลิสแตร์คำรามพลางลุกขึ้นยืนบังเอลาร่าไว้
"ความตายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเงาที่ท่านสร้างขึ้นเอง... อลิสแตร์" ชายปริศนาคนนั้นยกคฑาขึ้น ชี้มาที่หน้าอกของเอลาร่า "และเด็กสาวคนนี้... ไม่ใช่คู่แท้ที่ท่านคิดหรอก แต่นางคือกุญแจที่จะเปิดประตูสู่ขุมนรกที่ท่านพยายามปิดผนึกไว้"
สิ้นคำพูดของมัน รอยประทับที่หน้าอกของเอลาร่าก็เริ่มเปล่งแสงสีน้ำเงินจัดจ้าน ความเจ็บปวดแหลมคมพุ่งพล่านเข้าสู่หัวใจจนเธอไม่อาจทรงตัวได้ อลิสแตร์หันกลับมามองเธอด้วยความตระหนก แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้เขาต้องชะงักงัน... รอยประทับนั้นไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ แต่มันกำลังสลักชื่อของใครบางคนลงบนผิวหนังของเอลาร่าอย่างช้าๆ
และชื่อนั้น... ก็คือชื่อของคนที่ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่ในโลกนี้อีกต่อไป
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดและแรงปรารถนากับภาคินทร์เที่ยงคืนนะครับ
เสน่หาอาคมเงาจันทร์•ตอนที่ 2
รอยประทับที่หน้าอก
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสน่หาอาคมเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!