"ชื่อนั้น... เจ้ากล้าดียังไงถึงได้เอ่ยมันออกมาในปราสาทของข้า"
น้ำเสียงของอลิสแตร์ไม่ได้ดัง แต่ทว่ามันกลับกรีดลึกเข้าไปในโสตประสาทของเอลาร่า ราวกับมีคมมีดที่มองไม่เห็นจ่ออยู่ที่ลำคอระหง ร่างสูงใหญ่ของราชาแวมไพร์ก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเราแทบจะกลายเป็นศูนย์ กลิ่นอายของไม้สนเก่าและไอเย็นจัดจางๆ แผ่ออกมาจากตัวเขา มันเป็นกลิ่นที่น่าหลงใหลแต่ก็อันตรายเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะรับไหว
เอลาร่าถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะเข้ากับบานประตูไม้โอ๊คหนาหนักในห้องหอที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดงเลือดนก เธอพยายามบังคับลมหายใจให้เป็นปกติ ทั้งที่หัวใจกำลังเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกทรวงอก
"ฉัน... ฉันแค่บังเอิญได้ยินมา" เธอเค้นเสียงตอบ ลิ้นของเธอฝาดเฝื่อนราวกับเพิ่งกลืนเศษแก้วลงคอ ความหวาดกลัวที่พยายามกดทับไว้เริ่มสั่นคลอน เมื่อเห็นนัยน์ตาสีรัตติกาลของอลิสแตร์วาวโรจน์ขึ้นมาในเงามืด
"บังเอิญ?" อลิสแตร์แค่นหัวเราะในลำคอ มือหนาที่เย็นเฉียบดั่งน้ำแข็งเลื่อนขึ้นมาเชยคางเธอให้เงยขึ้น บังคับให้เธอต้องสบตาที่ไร้ก้นบึ้งของเขา "ในโลกของข้า ไม่มีคำว่าบังเอิญสำหรับชื่อนั้น เอลาร่า... เจ้าควรจะรู้ว่าการเอ่ยชื่อของ 'คาร์ลอส' ในคืนวิวาห์ของเรา มันเป็นจุดเริ่มต้นของความหายนะ"
นิ้วเรียวยาวของเขาลากไล้ไปตามแนวสันกรามของเธอ ช้าๆ ทว่าหนักแน่น แผ่ซ่านสัมผัสที่ทำให้เลือดในกายของเธอเดือดพล่าน เอลาร่าตัวสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความกลัวเพียงอย่างเดียว แต่เพราะ 'พันธะ' ที่เริ่มก่อตัวขึ้นลึกๆ ในสายเลือดของเธอมันกำลังตอบสนองต่อเขาอย่างบ้าคลั่ง
"ท่านกลัวเขาหรือ อลิสแตร์?" เธอตัดสินใจท้าทาย ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นการกระทำที่โง่เขลาที่สุดในชีวิต
อลิสแตร์หยุดชะงัก รอยยิ้มหยันผุดขึ้นบนใบหน้าคมสัน เขาโน้มตัวลงมาจนริมฝีปากอยู่ห่างจากใบหูของเธอเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนตัดกับสัมผัสเย็นเยือกที่มือของเขา "กลัว? หึ... สัตว์ป่าที่ไร้ทางสู้แบบนั้นน่ะหรือ? ข้าแค่รังเกียจที่กลิ่นเหม็นสาบของมันยังคงติดอยู่ในลมหายใจของเจ้า... หรือว่าเจ้าเองก็โหยหามันอยู่กันแน่?"
คำถามนั้นกระแทกเข้ากลางใจ เอลาร่ารู้สึกเหมือนถูกเปลื้องผ้าจนล่อนจ้อนต่อหน้าเขา เธอเป็นใคร? เป็นเพียงลูกสาวของตระกูลขุนนางตกอับที่ถูกนำมาแลกเปลี่ยนเพื่อสันติภาพ หรือเป็นเพียงภาชนะรอวันแตกสลายของสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่แอบซ่อนอยู่ข้างใน
อลิสแตร์ไม่รอคำตอบ เขาใช้มืออีกข้างรวบข้อมือทั้งสองของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียว แรงบีบที่มั่นคงทำให้เอลาร่าต้องแอ่นอกขึ้นโดยอัตโนมัติ ผ้าไหมสีแดงที่ห่อหุ้มร่างกายเริ่มสั่นไหวตามจังหวะการหอบหายใจของเธอ แสงเทียนที่สั่นไหวในห้องหอสะท้อนให้เห็นแววตารุ่มร้อนของเขาที่เริ่มเปลี่ยนไป ราวกับเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่าง
"คืนนี้เรายังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะ โดยเฉพาะการตรวจสอบดูว่า... เลือดในกายของเจ้ามันมีรสชาติแบบเดียวกับความดื้อรั้นของเจ้าหรือไม่"
เขากดจูบลงที่ซอกคอของเธออย่างรุนแรง สัมผัสที่คาบเกี่ยวระหว่างความอ่อนโยนและการกักขัง เอลาร่าหลุดเสียงครางแผ่วเบาออกมาโดยไม่ตั้งใจ เธอพยายามขัดขืน แต่ร่างกายกลับอ่อนยวบยาบราวกับขี้ผึ้งลนไฟ สัญชาตญาณดิบในตัวเธอกำลังเรียกร้องให้เขาสัมผัสให้ลึกซึ้งกว่านี้
บรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นของดอกกุหลาบที่เริ่มเหี่ยวเฉาและกลิ่นอายแห่งราคะที่ทวีความรุนแรง อลิสแตร์ผลักร่างของเธอให้จมลงบนเตียงกว้างที่ปูด้วยผ้าไหมสีแดงจัดดุจกองเลือด ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของเขาสง่างามและทรงอำนาจ ราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
"เจ้าคือของข้า เอลาร่า" เขาพึมพำขณะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แข็งแกร่งและรอยแผลเป็นจางๆ ที่ดูน่าเกรงขาม "ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องแม้แต่ปลายผมของเจ้า แม้แต่ชื่อของมัน ก็ห้ามผ่านเข้าหูเจ้าอีกเป็นอันขาด"
ทันใดนั้น เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากหน้าต่างบานสูง เสียงนั้นไม่ใช่เสียงลมพัด แต่มันคือเสียงกรงเล็บที่ขูดกับกระจกหน้าต่างจนเกิดรอยร้าวลึก อลิสแตร์ชะงักมือที่กำลังจะรุกรานเธอ นัยน์ตาสีรัตติกาลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจเพลิงนรก
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันไปมองที่หน้าต่างด้วยสายตาที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้แตกสลาย
"มันมาแล้ว..." อลิสแตร์คำรามเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นไม่ใช่เสียงมนุษย์ แต่มันคือเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่ทรงพลังที่สุด
เอลาร่าลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยความตกใจ เธอเห็นเงาร่างสีดำทะมึนปรากฏขึ้นหลังบานกระจกที่กำลังแตกร้าว เงาร่างนั้นใหญ่โตและเต็มไปด้วยไอสังหารที่คุ้นเคย กลิ่นอายของหมาป่า... กลิ่นอายที่เธอไม่ควรจะรู้จัก แต่เธอกลับจำมันได้ขึ้นใจ
ก่อนที่กระจกจะแตกละเอียด เศษแก้วกระเด็นไปทั่วห้อง เสียงแหบพร่าของผู้มาเยือนก็ดังแทรกความเงียบงันขึ้นมา
"ยินดีด้วยนะ... อลิสแตร์ สำหรับคืนวิวาห์ที่ไม่มีวันได้เริ่มต้น"
ท่ามกลางเศษกระจกที่ร่วงหล่น เอลาร่าเห็นใบหน้าที่เธอไม่มีวันลืม... ใบหน้าของชายคนที่เธอเคยเชื่อว่าตายไปแล้วตั้งแต่วันที่เธอได้รับจดหมายฉบับนั้น แต่ทว่าบัดนี้ คาร์ลอสไม่ได้ยืนอยู่หน้าประตู เขากลับก้าวออกมาจากเงามืดหลังตู้เสื้อผ้าในห้องหอนี้เอง!
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "เสน่หาอาคมเงาจันทร์" ครับ
เสน่หาอาคมเงาจันทร์•ตอนที่ 3
ห้องหอสีเลือด
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสน่หาอาคมเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!