เสน่หาอาคมเงาจันทร์•ตอนที่ 12

ความอ่อนแอของราชา

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะดังก้องในความเงียบงัน มันไม่ใช่เสียงจากการขยับร่างกายธรรมดา แต่เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงการฉีกขาดของมิติและพันธนาการแห่งอาคม อลิสแตร์กระอักเลือดสีเข้มข้นออกมาทันทีที่เงาปริศนานั้นสัมผัสถูกลำคอของเขา แรงปะทะมหาศาลผลักร่างสูงใหญ่ของราชาแวมไพร์กระเด็นไปกระแทกกับผนังหินเก่าแก่จนรอยร้าวขยายตัวเป็นวงกว้าง “อลิสแตร์!” เอลาร่ากรีดร้อง สัญชาตญาณของเธอสั่งให้พุ่งเข้าไปหา แต่ขาของเธอกลับไร้เรี่ยวแรง ราวกับถูกดูดพลังชีวิตไปจนหมดสิ้น เงาที่พื้น—สัตว์ร้ายที่ก่อตัวจากความมืดมิด—กำลังแสยะยิ้มผ่านเงาสะท้อนของเธอเอง อลิสแตร์ทรุดเข่าลงกับพื้น มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกที่ถูกอาคมเงาแผดเผาจนเสื้อเชิ้ตสีขาวขาดวิ่น เผยให้เห็นรอยไหม้เกรียมที่เริ่มลามเลียลึกเข้าไปถึงเนื้อเยื่อ แวมไพร์ผู้ที่ไม่เคยแม้แต่จะกะพริบตาต่อหน้ากองทัพศัตรู กลับกำลังหอบหายใจถี่รัว ดวงตาสีแดงฉานที่เคยคมกริบดุจมีดโกนบัดนี้สั่นไหวด้วยความเจ็บปวดที่เหนือคำบรรยาย “ออกไป... เอลาร่า...” เสียงของเขาทุ้มต่ำและแหบพร่า “หนีไปให้ไกลจากเงาของเจ้าเอง... ก่อนที่ข้าจะคุมตัวเองไม่อยู่” “ฉันไม่ไป!” เธอฝืนลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะสั่นสะท้าน เธอสาวเท้าเข้าไปใกล้เขา กลิ่นเลือดของราชาแวมไพร์ที่ปนกับกลิ่นไอของอาคมโบราณทำให้ประสาทสัมผัสของเธอเต้นเร่า เอลาร่าทรุดตัวลงตรงหน้าเขา มือที่สั่นเทาเอื้อมไปแตะใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อของชายหนุ่ม อลิสแตร์คว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอจะหักกระดูกมนุษย์ทั่วไปได้ แต่สำหรับเอลาร่า มันคือความรุนแรงที่แฝงไปด้วยความโหยหา “เจ้าไม่เข้าใจหรือไง? สิ่งที่อยู่ในตัวเจ้า... มันกำลังจะกลืนกินทุกอย่างที่ข้ารัก” “ถ้ามันจะกลืนกิน ก็ให้มันกลืนกินทั้งฉันและท่านไปพร้อมกัน” เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังเปลี่ยนสีของเขา “ท่านเป็นราชาของข้า อลิสแตร์... และข้าจะไม่ปล่อยให้ท่านต้องเผชิญกับความมืดมิดนี้ลำพัง” สัมผัสจากปลายนิ้วของเอลาร่าที่แตะลงบนรอยแผลทำให้อลิสแตร์ชะงัก พลังอาคมที่เคยดุร้ายในร่างกายเขากลับสยบยอมลงเมื่อสัมผัสไออุ่นจากตัวเธอ อลิสแตร์โน้มตัวเข้าหาเธอราวกับคนกระหายน้ำที่พบแหล่งน้ำกลางทะเลทราย เขาซุกใบหน้าลงที่ซอกคอของหญิงสาว สูดกลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยบรรเทาความทรมานในกาย ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงกว้าง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ เอลาร่ารับรู้ได้ถึงความอ่อนแอที่เขามักจะซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งอำนาจ มันเป็นความเปราะบางที่น่าหลงใหล เธอค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อของเขาออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าอกที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นแห่งการศึก “ดื่มสิ...” เธอเอ่ยกระซิบเบาๆ ยื่นข้อมือที่มีรอยกรีดบางๆ ให้เขา “เลือดของข้า... มันจะเยียวยาท่านได้” อลิสแตร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทด้วยความกระหายที่ถูกกระตุ้นด้วยความรักและอาคม เขาลังเลเพียงครู่ก่อนจะกดจูบลงบนข้อมือของเธอ สัมผัสที่นุ่มนวลเปลี่ยนเป็นความรุนแรงเมื่อเขากัดลงไป ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่างของเอลาร่า มันไม่ใช่แค่ความเจ็บปวด แต่มันคือการเชื่อมโยงวิญญาณ ขณะที่เลือดอุ่นไหลผ่านลำคอของราชาแวมไพร์ เงาที่พื้นก็เริ่มสลายตัวลงชั่วคราว อลิสแตร์ครางต่ำในลำคอ ร่างกายที่บาดเจ็บเริ่มสมานตัวด้วยความเร็วเหนือธรรมชาติ แต่ในจังหวะที่ความอ่อนแอของเขาถูกแทนที่ด้วยพลังอำนาจ เขากลับไม่ได้ผลักเธอออก กลับกัน... เขาโอบกอดเธอไว้แน่นขึ้น พลิกตัวให้เธอนอนราบลงไปกับพื้นหินเย็นเยียบ “เจ้าทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน... เอลาร่า?” เขาถาม เสียงของเขาต่ำลึกและเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ยากจะควบคุม “เจ้าก็รู้ว่าถ้าเจ้าเป็นของข้าจนหมดสิ้น เจ้าจะไม่มีวันหนีจากพันธนาการของราชาอย่างข้าได้อีก” “ท่านก็รู้ดีที่สุด... อลิสแตร์ ว่าต่อให้ไม่มีพันธนาการนี้ ข้าก็ไม่เคยอยากหนีจากท่านเลย” คำตอบนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง อลิสแตร์ก้มลงประทับจูบที่ร้อนแรงและเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนสำรวจโพรงปากของเธออย่างหิวกระหาย ความเป็นชายของเขาเสียดสีไปกับร่างบางผ่านชั้นผ้าที่เริ่มเบาบางลง มือหนาลูบไล้ไปทั่วสัดส่วนโค้งเว้า ปลุกเร้าสัญชาตญาณที่เธอเองก็พยายามสะกดไว้ ท่ามกลางความมืดมิดของหอคอยที่ล่มสลาย ความสัมพันธ์ของพวกเขากำลังก้าวผ่านเส้นแบ่งระหว่างความรักและความหายนะ ความอ่อนแอของอลิสแตร์กลายเป็นจุดอ่อนเดียวที่ทำให้เขาสามารถเปิดใจให้เธอเข้าใกล้ถึงแก่นแท้ของวิญญาณร้ายในตัวเขาได้ ทว่า... ในวินาทีที่ความเร่าร้อนแตะระดับขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดหน้าประตู เงาที่พื้นเริ่มกลับมาก่อตัวอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แค่สัตว์ร้าย แต่เป็นร่างในชุดเกราะสีดำทมิฬของคาร์ลอสที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน “ช่างเป็นภาพที่น่าอภิรมย์เหลือเกิน... ราชาผู้ทรงอำนาจกำลังนอนกอดผู้หญิงที่กำลังจะปลิดชีพเขาในไม่ช้า” คาร์ลอสเอ่ยพร้อมชักดาบเงินอาคมออกมา “เจ้าคิดว่าเลือดของนางจะรักษาเจ้าได้ตลอดไปหรือ? ผิดแล้ว... อลิสแตร์ เลือดนั่นแหละคือยาพิษที่จะทำให้เจ้าตายอย่างช้าๆ!” อลิสแตร์ลุกขึ้นยืนทันที แม้จะยังมีรอยแผลที่ยังไม่หายดี เขากางแขนปกป้องเอลาร่าไว้ด้านหลัง แววตาของเขาดุดันดุจราชสีห์ที่ถูกต้อนให้จนมุม ทว่าในวินาทีนั้นเอง เอลาร่ากลับรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากภายใน เธอไม่ได้มองไปที่คาร์ลอส แต่เธอกำลังมองเห็นเงาของตัวเองที่ขยายตัวพุ่งเข้าหาอลิสแตร์... จากด้านหลัง! ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของอลิสแตร์และเอลาร่ามาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสน่หาอาคมเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%