“ถ้าเจ้าไม่ถอยออกไปตอนนี้ ข้าจะตัดหัวใจของตัวเองทิ้งเสียตรงนี้แหละ!”
เสียงของเอลาร่าสั่นพร่า ทว่าแฝงด้วยความเด็ดเดี่ยวที่มากกว่าครั้งไหน กรงเล็บแหลมคมของเธอจดจ่ออยู่เหนืออกซ้ายของตัวเอง กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ซึมผ่านเนื้อผ้าชุดสีครามเข้มเรียกสัญชาตญาณดิบในกายของอลิสแตร์ให้ตื่นขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
เบื้องหน้าของพวกเขา คาร์ลอสในร่างมนุษย์ที่เปื้อนไปด้วยคราบเลือดจากการต่อสู้ยืนหัวเราะร่าด้วยความสมเพช มือของมันบีบคอ ‘ลูคัส’ คนสนิทผู้ซื่อสัตย์ของอลิสแตร์จนร่างนั้นห้อยต่องแต่งไร้เรี่ยวแรง ราชาแวมไพร์ผู้น่าเกรงขามอย่างอลิสแตร์ในยามนี้กลับต้องชะงักงัน ดวงตาสีเพลิงที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกกำลังสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดที่หยั่งรากลึก
“เอลาร่า... เจ้ากำลังทำอะไร เจ้ากำลังฆ่าตัวเองเพื่อปกป้องมดปลวกพวกนี้งั้นหรือ?” เสียงทุ้มต่ำของอลิสแตร์แผ่วเบา หากแต่แฝงไปด้วยความเปราะบางที่น้อยคนนักจะได้เห็น เขาขยับก้าวเข้าหาเธออย่างเชื่องช้า ราวกับเกรงว่าหากขยับเร็วกว่านี้ ปีกผีเสื้อที่สวยงามที่สุดในชีวิตเขาจะแตกสลายคามือ
“ข้าไม่ได้ปกป้องมดปลวก!” เธอตวาด น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้ม “ข้ากำลังปกป้องหัวใจของตัวเองต่างหากล่ะอลิสแตร์ หากเจ้าแลกชีวิตของลูคัสด้วยการทรยศต่อสัญญาเลือดที่เจ้ามีต่อฝูงหมาป่า... ความเป็นมนุษย์ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดในใจเจ้าก็จะดับสูญไปตลอดกาล”
คาร์ลอสแสยะยิ้ม มันสะบัดร่างลูคัสลงพื้นอย่างแรงจนเกิดเสียงกระดูกร้าว “ดราม่าเหลือเกินนะพวกเจ้า... เอาล่ะ อลิสแตร์ เจ้ามีเวลาอีกไม่กี่วินาที ตัดสินใจเสียว่าจะสละอำนาจและตัวหญิงคนรักให้ข้า หรือจะดูลิ่วล้อของเจ้าตายไปต่อหน้าต่อตา!”
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วลานประหารที่ล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาโบราณ อลิสแตร์หลับตาลงแน่น ความทรงจำนับร้อยปีหลั่งไหลเข้ามา ทั้งความรักที่เขามีต่อเอลาร่า และภาระหน้าที่ที่รัดตัวจนแทบหายใจไม่ออก ในวินาทีนั้น เขาตัดสินใจ... ไม่ใช่การยอมจำนนต่อคาร์ลอส แต่เป็นการทิ้งไพ่ใบสุดท้าย
“เอลาร่า... มองข้า” อลิสแตร์ลืมตาขึ้น ดวงตาสีแดงฉานเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มอย่างผิดปกติ “จงจำไว้ว่าไม่ว่าข้าจะกลายเป็นอะไร หรือหายไปที่ใด วิญญาณของข้าผูกติดอยู่กับเจ้า... เสมอ”
ก่อนที่คาร์ลอสจะทันได้ขยับตัว อลิสแตร์พุ่งเข้าหาลูคัสด้วยความเร็วที่เหนือขีดจำกัดของแวมไพร์ชั้นสูง พร้อมกับที่เขาสละพลังแห่งเงาจันทร์ออกไปห่อหุ้มร่างกายเพื่อนสนิท แรงระเบิดของพลังทำลายล้างทำให้คาร์ลอสกระเด็นออกไปไกล แต่ทว่า... พลังนั้นย้อนกลับมาทำร้ายอลิสแตร์เสียเอง ร่างสูงสง่าทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดสีทองเข้มไหลออกจากมุมปาก
เอลาร่าหวีดร้องสุดเสียง เธอพุ่งเข้าไปประคองร่างที่กำลังเย็นเยียบของเขาไว้ในอ้อมแขน สัมผัสถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากอกของเขาที่ถูกดาบอาคมของคาร์ลอสเสียบทะลุในจังหวะที่เขากำลังถ่ายโอนพลัง
“อลิสแตร์! อย่า... อย่าจากข้าไป!” มือเล็กสั่นเทาพยายามกดแผลที่ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดไหล ความโศกเศร้าผสมปนเปกับความโกรธแค้นจนพลังมืดในกายเอลาร่าเริ่มระเบิดออกมา บรรยากาศโดยรอบเริ่มแปรปรวน เงาจันทร์ที่เคยทอแสงเปลี่ยนเป็นสีเลือด
“เจ้า... ช่างดื้อรั้นจริงๆ” อลิสแตร์ยิ้มอ่อนแรง เขาใช้นิ้วที่เย็นจัดเกลี่ยน้ำตาบนใบหน้าเธอ “รอยแผลที่หัวใจ... ข้าเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง เพื่อให้เจ้าเรียนรู้ที่จะแข็งแกร่ง... ในวันที่ไม่มีข้า”
“ข้าไม่ต้องการความแข็งแกร่ง! ข้าต้องการแค่เจ้า!” เธอแผดเสียงร้องไห้กอดร่างเขาไว้แน่น
ทันใดนั้นเอง ผืนดินที่รองรับพวกเขาก็สั่นสะเทือน เสียงหัวเราะที่คุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวดังขึ้นจากเงามืดหลังเสาหิน คาร์ลอสที่ควรจะบาดเจ็บกลับยืนขึ้นอย่างสง่างาม ราวกับว่าการโจมตีเมื่อครู่เป็นเพียงละครฉากหนึ่งเท่านั้น
“ขอบใจมากนะเอลาร่า... พลังแห่งความโศกเศร้าของเจ้านี่แหละ คือกุญแจสำคัญที่จะเปิดผนึก ‘เงาอมตะ’ ที่ข้าตามหามานาน” คาร์ลอสเดินเข้ามาใกล้ด้วยแววตาที่หิวกระหาย “ลาก่อน อลิสแตร์... เพราะวินาทีที่เธอตัดสินใจจะสละชีวิตให้เจ้า บ่วงกรรมของเธอก็กลายเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”
ร่างของเอลาร่าเริ่มเรืองแสงสีดำสนิท ลมพายุหมุนวนรอบตัวเธอจนอลิสแตร์ถูกเหวี่ยงออกไปไกล ราชาแวมไพร์ทำได้เพียงมองดูหญิงคนรักถูกดึงเข้าสู่ความมืดมิดโดยที่เขาไม่อาจยื่นมือไปฉุดรั้งไว้ได้
เอลาร่าลืมตาขึ้น ดวงตาสีครามใสเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้แววตา เธอมองอลิสแตร์ด้วยความว่างเปล่าราวกับคนแปลกหน้า ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้อลิสแตร์หัวใจสลาย...
“ท่านคือใคร... และเหตุใดข้าถึงรู้สึกเหมือนเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่งในอ้อมกอดของท่าน?”
ความเงียบเข้าครอบงำ ทิ้งให้อลิสแตร์มองดูคนรักที่ถูกอาคมของคาร์ลอสบิดเบือนจิตวิญญาณไปต่อหน้าต่อตา ทว่าในวินาทีที่คาร์ลอสกำลังจะแตะตัวเอลาร่า เงาร่างหนึ่งที่สวมผ้าคลุมสีเทาหม่นก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า พร้อมกับเสียงกระซิบที่ทำให้คาร์ลอสต้องชะงักและถอยกรูด...
“ปล่อยมือจากนาง... เพราะนางคือสมบัติที่ข้าเฝ้าคอยมานานกว่าเจ้าหลายศตวรรษ”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและรอยแผลในหัวใจครั้งนี้ไปด้วยกันครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสน่หาอาคมเงาจันทร์•ตอนที่ 25
รอยแผลที่หัวใจ
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสน่หาอาคมเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!