“เจ้ากล้าดียังไงถึงคิดจะทิ้งข้าไปในเวลาแบบนี้... เอลาร่า!”
เสียงคำรามต่ำของอลิสแตร์ดังก้องท่ามกลางเศษหินและซากอิฐที่พังทลายของวิหารเก่าแก่ แรงบีบจากมือหนาที่กระชากแขนของหญิงสาวไม่ได้ทำให้เธอสะทกสะท้าน แต่กลับเป็นสายตาสีอำพันที่วาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งความโกรธแค้นและตัณหาที่ปะปนกันจนแยกไม่ออกที่ทำให้หัวใจของเอลาร่าสั่นระรัว
“แล้วท่านจะให้ข้าอยู่เพื่อรอรับความตายจากคมเขี้ยวของคาร์ลอสหรืออย่างไร อลิสแตร์? ท่านไม่ได้ต้องการข้า ท่านเพียงแค่ต้องการอาวุธที่ยังควบคุมได้!” เอลาร่าตวาดกลับ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านจากพลังอำนาจที่พยายามจะทะลักออกมาจากสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่เธอพยายามกักขังไว้
อลิสแตร์ไม่รอช้า เขาเหวี่ยงร่างบอบบางกระแทกเข้ากับผนังหินที่เหลือเพียงครึ่งหนึ่งของวิหาร กลิ่นอายของแวมไพร์ชั้นสูงเข้มข้นจนทำให้บรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยว รัศมีอำนาจของเขากดทับลงมาจนเอลาร่าแทบหายใจไม่ออก แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากต่อต้าน นิ้วเรียวยาวของราชาแวมไพร์ก็เชยคางเธอขึ้น บังคับให้สบตากับดวงตาที่ราวกับหลุมดำลึกที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
“อาวุธงั้นหรือ?” เขาเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมสันขยับเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เย็นเยียบแต่ทว่าแฝงไปด้วยความปรารถนาอันเร่าร้อน “ถ้าข้าอยากได้แค่อาวุธ ข้าคงไม่ยอมแลกเลือดครึ่งหนึ่งของข้าเพื่อช่วยเจ้าให้รอดพ้นจากพันธนาการของไอ้คาร์ลอสในคืนพระจันทร์สีเลือดหรอก... เจ้าเป็นของข้า เอลาร่า ทุกตารางนิ้ว ทุกจังหวะการเต้นของหัวใจ และทุกหยดเลือดที่ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนังเจ้า มันเป็นกรรมสิทธิ์ของข้าเพียงผู้เดียว”
ท่ามกลางเสียงระเบิดของเวทมนตร์ที่ดังอยู่ไม่ไกล และเสียงฝีเท้าของกองทัพหมาป่าที่กำลังไล่ล่าเข้ามาใกล้ อลิสแตร์กลับโน้มใบหน้าลงซุกไซ้ที่ซอกคอขาวเนียนของเอลาร่าอย่างหิวกระหาย สัมผัสจากริมฝีปากที่เย็นเฉียบตัดกับความร้อนรุ่มของอารมณ์ที่พุ่งพล่านในกายของหญิงสาว
เอลาร่าเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังพยายามต่อสู้กับสัญชาตญาณที่ร่ำร้องให้ตอบสนอง แรงปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าจากการสัมผัสของเขาทำให้ร่างกายของเธออ่อนระทวย มือเล็กๆ ที่เคยหมายจะผลักไส กลับกลายเป็นจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อคลุมสีเข้มของเขา
“ท่านมันปีศาจ... อลิสแตร์” เธอครางชื่อเขาออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า
“และเจ้าก็คือทาสของปีศาจตนนี้” เขาตอบรับพลางขบเม้มที่ติ่งหูของเธอเบาๆ ก่อนจะสอดแทรกนิ้วมือเข้าไปในกลุ่มผมยาวสลวย ดึงรั้งให้เงยหน้าขึ้นเพื่อรับจุมพิตที่ดุเดือดและเร่าร้อนราวกับจะเผาผลาญโลกทั้งใบให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน
ความตึงเครียดของสงครามเบื้องนอกดูเหมือนจะกลายเป็นเพียงฉากหลังที่ไร้ความหมาย เมื่อลมหายใจของทั้งสองประสานเป็นหนึ่งเดียว ในพื้นที่แคบๆ ท่ามกลางซากปรักหักพัง อลิสแตร์รุกเร้าด้วยความป่าเถื่อนและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน มือหนาปลดเปลื้องอาภรณ์ที่ขวางกั้นออกไปอย่างไม่รีรอ ราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าของท่ามกลางความตายที่คืบคลานเข้ามาทุกขณะ
ผิวสัมผัสที่เสียดสีกันท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บทำให้ความรู้สึกพุ่งทะยานไปสู่จุดสูงสุด เอลาร่ารู้สึกราวกับวิญญาณของเธอถูกกระชากออกจากร่าง สัญชาตญาณสัตว์ป่าที่เธอหวาดกลัวเริ่มสูญเสียการควบคุม เธอไม่ต้องการเป็นฝ่ายถูกกระทำอีกต่อไป เธอพลิกตัวขึ้นมาเป็นฝ่ายคุมเกม บดเบียดร่างที่สั่นเทาของตนเข้ากับความแกร่งของชายหนุ่ม เธอคือหมาป่าที่กำลังหลงรักแวมไพร์ผู้เย่อหยิ่ง และนั่นคือความผิดพลาดที่งดงามที่สุดเท่าที่เธอเคยกระทำมา
“ได้โปรด... อย่าปล่อยให้ข้าสูญเสียตัวเองไปมากกว่านี้” เธอพึมพำขณะที่เขากระซิบคำรักที่เต็มไปด้วยอาคมสะกดใจ
แต่ในวินาทีที่ความเร่าร้อนกำลังแตะถึงจุดสูงสุดและหัวใจของทั้งสองหลอมรวมเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นจากมุมมืดของวิหาร เอลาร่าสะดุ้งสุดตัวและถอยห่างออกมาด้วยความตื่นตระหนก อลิสแตร์ที่ยังคงกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนพื้นหินรีบตวัดสายตาไปยังเงามืดนั้น พร้อมกับดวงตาที่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจโลหิต
ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืดของเสาหินที่แตกหัก... ไม่ใช่ทหารหมาป่าของคาร์ลอสอย่างที่คิด แต่เป็นหญิงสาวในชุดคลุมสีดำสนิทที่ใบหน้าคุ้นตาเกินกว่าที่พวกเขาจะคาดคิด นางถือดาบอาคมที่เปล่งแสงสีม่วงหม่นเอาไว้ในมือ และที่สำคัญที่สุด... บนข้อมือของนางมีตราประทับแห่งราชาแวมไพร์รุ่นก่อนที่น่าจะสูญหายไปนานแสนนาน
“ข้าเตือนพวกท่านแล้วว่าความตายที่แท้จริง ไม่ได้มาจากคมเขี้ยวของฝูงหมาป่า” หญิงแปลกหน้ากล่าวพลางยิ้มเยาะ ก่อนจะชี้ดาบมาที่เอลาร่า “ราชาผู้ลุ่มหลง... ท่านกำลังส่งมอบหัวใจของท่านให้กับสิ่งที่ท่านควรจะสังหารตั้งแต่วินาทีแรกที่พบหน้า”
ทุกสิ่งหยุดนิ่งลงราวกับถูกแช่แข็ง อลิสแตร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ ขณะที่ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยดุจหินผา ทว่ามือของเขากลับกำแน่นจนกระดูกลั่นดังกรอบ เอลาร่ามองสลับระหว่างหญิงแปลกหน้ากับอลิสแตร์ด้วยความสับสนที่ถาโถมเข้าใส่จนมืดแปดด้าน เพราะในตอนนั้นเอง เธอก็รับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติในเลือดของตัวเอง... แรงสั่นสะเทือนที่เตือนให้รู้ว่า พันธนาการที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดเวลาที่ผ่านมา อาจจะเป็นเพียงแค่กรงขังที่เขาสร้างไว้เพื่อหลอกล่อให้เธอกลายเป็นอะไรบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนและแรงปรารถนาในคืนอันมืดมิดนี้ไปด้วยกันครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสน่หาอาคมเงาจันทร์•ตอนที่ 26
ความเร่าร้อนท่ามกลางซากปรักหักพัง
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสน่หาอาคมเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!