"เจ้าคิดว่าการหนีไปให้พ้นจากสายตาข้า จะทำให้สัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวเจ้าสงบลงได้งั้นหรือ เอลาร่า?"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพายุที่ถูกกักขังดังก้องไปทั่วถ้ำหินปูนชื้นแฉะ กลิ่นอายความเย็นเยียบของรัตติกาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงโปร่งที่ก้าวออกมาจากเงามืด อลิสแตร์ไม่ได้รีบร้อน ความเย่อหยิ่งในท่าทางการเดินของเขานั้นช่างดูเป็นธรรมชาติราวกับเจ้าของพื้นที่ ไม่ใช่ผู้บุกรุก
เอลาร่าที่กำลังทรุดตัวลงพิงผนังถ้ำหอบหายใจถี่ สายตาของเธอพร่าเลือน ความเจ็บปวดจากการพยายามกดทับสัญชาตญาณหมาป่าในกายมันรุนแรงจนเส้นเลือดบนขมับปูดโปน ผิวหนังของเธอกำลังร้อนผ่าวด้วยไข้แห่งการกลายร่างที่ฝืนธรรมชาติ
"ออกไป... ท่านไม่ควรอยู่ที่นี่ อลิสแตร์" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
อลิสแตร์สาวเท้าเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงคืบ กลิ่นหอมประหลาดที่เขากำลังตามหาลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ กลิ่นของดอกไม้ป่าที่ถูกขยี้ด้วยพายุ กลิ่นของสัญชาตญาณดิบที่กำลังตื่นตัว—มันคือกลิ่นกายของคู่แท้ที่กระตุ้นให้เลือดในกายแวมไพร์หนุ่มเดือดพล่าน เขายื่นมือหนาไปเชยคางหญิงสาวให้เงยขึ้นสบตา
นัยน์ตาของเขาไม่ได้เป็นสีน้ำเงินเย็นชาเหมือนเคย แต่มันกลับฉายแววสีแดงก่ำดุจทับทิมที่ถูกลนด้วยไฟ "กลิ่นของเจ้า... มันกำลังตะโกนบอกข้าว่าเจ้าต้องการอะไร เอลาร่า อย่าให้ข้าต้องใช้ไม้แข็งกับคนที่ข้าควรจะทะนุถนอมเลย"
"ท่านไม่เข้าใจ..." เอลาร่าพยายามเบือนหน้าหนี แต่การสัมผัสของเขากลับมีแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้เธอยิ่งอ่อนแรงลง "สิ่งที่ข้าซ่อนไว้... มันไม่ใช่แค่ความกลัว แต่มันคือคำสาปที่คาร์ลอสฝังไว้ในสายเลือดข้า ถ้าท่านเข้าใกล้ข้ามากกว่านี้ ท่านจะถูกดึงเข้าสู่วงโคจรแห่งความพินาศของข้าด้วย"
อลิสแตร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความกระหาย เขาโน้มใบหน้าลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน "ความพินาศงั้นหรือ? สำหรับราชาแวมไพร์ที่ครองบัลลังก์มานานนับศตวรรษ ความตายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดหรอกนะเอลาร่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการไม่ได้ครอบครองสิ่งที่โชคชะตากำหนดมาให้เป็นของข้า"
มือของอลิสแตร์เปลี่ยนจากการเชยคางมาเป็นการลูบไล้ไปตามลำคอระหง ปลายนิ้วเย็นเฉียบของเขาตัดกับผิวที่ร้อนจัดของหญิงสาวอย่างรุนแรง เอลาร่าหลุดเสียงครางหวานหูออกมาโดยไม่ตั้งใจ แรงอารมณ์ที่เธอกดไว้พุ่งพล่านจนไม่อาจต้านทาน เธอกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นเลือดคาวคลุ้ง ซึ่งนั่นยิ่งทำให้อลิสแตร์ตาเป็นประกายวาวโรจน์
เขากดร่างของเธอลงกับพื้นหินเย็นเยียบ ร่างกายกำยำทาบทับลงมาอย่างจงใจ ความเป็นชายของเขาแนบชิดกับหน้าท้องแบนราบของเธอ สัมผัสที่ปลุกเร้าให้ความต้องการในใจของทั้งคู่ระเบิดออกโดยไม่มีการยับยั้งชั่งใจ
"บอกข้า... ว่าเจ้าต้องการให้ข้าหยุด หรือเจ้าต้องการให้ข้ากลืนกินเจ้าให้สิ้นซากในค่ำคืนนี้" เขาถามพลางขบเม้มที่ติ่งหูของเธออย่างยั่วยวน
"อลิสแตร์... ข้า..."
ยังไม่ทันที่เอลาร่าจะเอ่ยจบประโยค เสียงคำรามกึกก้องที่ไม่ได้มาจากมนุษย์ก็ดังสนั่นมาจากทางปากถ้ำ แรงสั่นสะเทือนทำเอาเศษหินร่วงกราวลงมา อลิสแตร์ชะงัก สายตาสีแดงก่ำของเขาเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบที่เปี่ยมด้วยรังสีสังหาร เขาผละออกจากร่างของหญิงสาวเพียงเล็กน้อย แต่ยังคงโอบรัดเอวเธอไว้แน่น
คาร์ลอสยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ร่างกายที่ใหญ่โตของเขาเริ่มมีขนสีเทาขึ้นตามผิวหนัง ดวงตาสีเหลืองอำพันจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความเคียดแค้น "ช่างเป็นภาพที่น่าอภิรมย์เหลือเกิน ท่านราชา... แย่งชิงของเล่นจากหมาป่าที่กำลังหิวโหยงั้นหรือ?"
อลิสแตร์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็งแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกเหยียดหยาม "ของเล่นงั้นหรือ? เจ้าคงเข้าใจผิดไปไกลนัก คาร์ลอส นางไม่ใช่ของเล่น... แต่นางคือหัวใจที่เจ้าไม่มีวันจะได้แตะต้อง"
ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดถึงขีดสุด เอลาร่ากลับกุมหน้าอกตัวเองแน่น ร่างกายของเธอเริ่มบิดเบี้ยวอย่างผิดธรรมชาติ ผิวหนังที่เคยเนียนละเอียดเริ่มมีรอยร้าวสีดำทมิฬลามขึ้นมาตามลำคอ ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีนิลสนิทไร้แววตา เธอกรีดร้องออกมาด้วยเสียงที่ไม่ใช่มนุษย์ ก่อนที่ร่างของเธอจะลอยขึ้นจากพื้นหินด้วยพลังงานมืดที่รุนแรงจนกำแพงถ้ำพังทลายลง
อลิสแตร์เบิกตากว้างเมื่อเห็นสัญลักษณ์ตราประทับโบราณบนแผ่นหลังของเธอที่เปิดเผยออกมาจากเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น—มันไม่ใช่คำสาปของคาร์ลอส แต่มันคือตราประทับของผู้ที่ถูกเลือกให้เป็น "ภาชนะแห่งเงาจันทร์"
"นางไม่ใช่หมาป่า... แต่อีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า นางจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า รวมถึงพวกเราทั้งสองคนด้วย" คาร์ลอสคำรามด้วยความหวาดหวั่นขณะถอยกรูด
เอลาร่าลืมตาขึ้นอีกครั้ง แต่นั่นไม่ใช่ดวงตาของหญิงสาวที่เขารัก แสงสีเงินยวงแผ่ออกมาจากร่างของเธอราวกับระเบิดพลังงานที่พร้อมจะลบทุกสิ่งให้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับโศกนาฏกรรมและความเสน่หาในค่ำคืนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสน่หาอาคมเงาจันทร์•ตอนที่ 6
กลิ่นกายที่ทำให้คลั่ง
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสน่หาอาคมเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!