เสน่หาอาคมเงาจันทร์•ตอนที่ 35

พิธีกรรมแลกวิญญาณ

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
“ภาชนะที่สมบูรณ์แบบงั้นหรือ? คาร์ลอส... เจ้าคงประเมินความรักของข้าต่ำไปเสียแล้ว” เสียงของเอลาร่าสั่นพร่าทว่ากังวานด้วยอำนาจที่แฝงอยู่ในกระแสเลือด นางยืนตระหง่านอยู่กลางวงเวทย์สีเลือดที่ถูกวาดขึ้นด้วยหยาดหยดแห่งชีวิตของตัวเอง ร่างของอลิสแตร์ที่ไร้ลมหายใจทอดตัวยาวอยู่บนแท่นหินเย็นเยียบ หัวใจของราชาแวมไพร์ผู้นี้หยุดเต้นไปนานเท่าใดแล้วไม่ทราบได้ แต่ไอเย็นที่แผ่ออกจากกายเขากลับกรีดลึกเข้าไปในกระดูกของนาง คาร์ลอสที่ยืนอยู่มุมมืดของวิหารกึ่งซากปรักหักพังยกยิ้มเหยียดหยัน แสงจันทร์สีนวลที่ลอดผ่านรอยแตกของหลังคาวิหารอาบไล้ใบหน้าอันบิดเบี้ยวด้วยความโสมมของมัน “เจ้าไม่มีวันเข้าใจหรอก เอลาร่า การแลกวิญญาณไม่ได้ต้องการแค่เลือด แต่ต้องการ ‘สิ่งที่สำคัญที่สุด’ ของเจ้า... เจ้าพร้อมจะสูญเสียความทรงจำทุกอย่างที่มีเกี่ยวกับเขา เพื่อให้เขากลับมามีลมหายใจในโลกที่ไม่มีเจ้าอยู่อีกต่อไปหรือ?” เอลาร่าไม่ตอบ นางเพียงแต่หลับตาลง ภาพความทรงจำครั้งแรกที่อลิสแตร์สัมผัสนาง... สัมผัสที่เปลี่ยนจากความเย็นเยียบของกระแสเลือดแวมไพร์เป็นความร้อนแรงที่แผดเผาจิตวิญญาณ มันชัดเจนจนน่าเจ็บปวด นางก้มลงมองมือตัวเองที่กำลังสั่นระริก ก่อนจะจรดปลายมีดสลักอาคมลงบนฝ่ามือเลือดสีแดงสดหยดลงบนริมฝีปากที่ซีดเซียวของชายผู้เป็นที่รัก “ข้าไม่สนว่าโลกจะลืมข้า หรือข้าจะลืมเขา ขอเพียงแค่เขายังคงหายใจ... นั่นก็ถือว่าวิญญาณของข้าได้รับการชดเชยแล้ว” ความเจ็บปวดแล่นริ้วราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่เส้นประสาท เอลาร่าทรุดกายลงข้างแท่นหิน นางคว้ามือของอลิสแตร์มากดไว้แนบแก้ม สัมผัสถึงไออุ่นที่เริ่มหมุนวนกลับมาทีละน้อย แสงสีเงินยวงเริ่มแผ่ออกจากร่างกายของนาง กระแสพลังชีวิตไหลถ่ายโอนผ่านทางสายเลือดเข้าสู่ร่างของบุรุษผู้สูงศักดิ์ กลิ่นกุหลาบป่าที่มักหอมอบอวลอยู่รอบตัวนางเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นอายแห่งความตายที่กัดกินตัวตน อลิสแตร์เริ่มขยับนิ้ว... เปลือกตาที่ปิดสนิทกระตุกเบาๆ เขาไม่ได้ลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกนึกคิด แต่ลืมตาขึ้นด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่กระหายเลือด เขาพุ่งขึ้นจากแท่นหินราวกับสปริง แรงปะทะทำให้เอลาร่ากระเด็นไปกระแทกกับเสาหินจนโลหิตกระฉูดออกจากปาก “อลิสแตร์...” นางกระซิบเสียงแผ่ว พยายามยื่นมือไปหาเขา แต่ชายตรงหน้ากลับหันมามองด้วยดวงตาสีแดงฉานที่ปราศจากความทรงจำใดๆ เขาจำนางไม่ได้... เขามองนางราวกับมองเหยื่อชิ้นหนึ่งที่กำลังบาดเจ็บ คาร์ลอสหัวเราะร่าในเงามืด “เห็นไหมเล่า! เจ้ามอบชีวิตให้เขา แต่เขากลับมอบความตายให้เจ้าเป็นของขวัญ เอลาร่า เจ้าทำพังไปหมดแล้ว!” อลิสแตร์ก้าวเข้ามาหานางช้าๆ กรงเล็บแหลมคมงอกออกมาจากปลายนิ้ว เขากดร่างของเอลาร่าลงกับพื้นหินเย็นเฉียบ แรงกดทับนั้นมหาศาลจนนางแทบขาดใจ เอลาร่ามองเข้าไปในดวงตาที่เคยเป็นโลกทั้งใบของนาง นางเห็นเพียงความว่างเปล่าที่หิวกระหาย นางยิ้ม... ยิ้มทั้งน้ำตาที่ไหลอาบแก้มก่อนจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายโน้มคอเขาลงมา “ถ้าเจ้าจะฆ่าข้า... ก็จงดื่มกินข้าให้หมดเสียเถิด แต่อย่าลืม... ว่าในเลือดนี้มีหัวใจของข้าอยู่ด้วย” นางไม่ขัดขืนเมื่อคมเขี้ยวของเขาฝังลงบนซอกคอ ความเจ็บปวดพุ่งพล่าน แต่สิ่งที่ทำให้ใจนางสลายกว่านั้นคือสัมผัสที่แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับเขากำลังดูดกลืนเศษเสี้ยววิญญาณสุดท้ายของนางไปพร้อมกับเลือดอุ่นๆ ที่รินไหล ทันใดนั้นเอง... ในจังหวะที่เอลาร่ากำลังจะหมดสติ อลิสแตร์กะพริบตาถี่ๆ ร่างกายของเขาเกร็งกระตุกกะทันหัน ดวงตาสีแดงฉานเริ่มฉายแววสับสน เขากรีดร้องออกมาด้วยความทรมานก่อนจะผลักร่างที่โชกเลือดของนางออกไปไกล “เจ้า... เจ้าเป็นใคร?” อลิสแตร์คำรามเสียงต่ำ มือทั้งสองข้างกุมศีรษะราวกับมีพายุโหมกระหน่ำอยู่ภายใน “ทำไมข้าถึงเห็นภาพใบหน้าของเจ้าซ้อนทับกับความมืดมิด...” ทว่าก่อนที่เอลาร่าจะได้เอ่ยคำใด ร่างของคาร์ลอสก็ปรากฏขึ้นเบื้องหลังอลิสแตร์ มันง้างกรงเล็บขึ้นหมายจะฉีกกระชากลำคอของราชาผู้สูญเสียความทรงจำ เอลาร่าเบิกตากว้าง พยายามรวบรวมพลังที่เหลืออยู่ทั้งหมดผลักอลิสแตร์ให้พ้นวิถี *ฉัวะ!* เสียงกรงเล็บกรีดผ่านเนื้อหนังดังสนั่นหวั่นไหว แต่ทว่า... ร่างที่ทรุดลงกับพื้นกลับไม่ใช่ร่างของอลิสแตร์ แต่เป็นร่างของชายอีกคนหนึ่งที่ก้าวออกมาจากเงามืดของเสาหินอย่างเงียบเชียบ เขารับคมกรงเล็บนั้นไว้แทนด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ อลิสแตร์หันไปมองร่างที่ล้มลง และในวินาทีที่เขาสบตากับคนผู้นั้น ความทรงจำที่แตกสลายก็พุ่งกลับเข้ามาดุจคลื่นยักษ์ เขาร้องคำรามลั่นวิหารด้วยความเจ็บปวดที่มากกว่าการถูกแทง “เอลาร่า! เจ้าทำอะไรลงไป!” เขาพุ่งเข้าไปโอบร่างที่กำลังมอดไหม้เป็นธุลีของนางไว้ในอ้อมแขน แต่มือของเขากลับทะลุผ่านร่างของนางไปราวกับไอหมอก เอลาร่าไม่ได้เป็นมนุษย์อีกต่อไป นางได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพันธสัญญาเงาจันทร์ที่ไม่มีใครมองเห็น... และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือกองทัพหมาป่าของคาร์ลอสนับร้อยชีวิตกำลังกรูเข้ามาล้อมรอบพวกเขาไว้จากทุกทิศทาง ภาคินทร์เที่ยงคืนขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ความรักต้องแลกด้วยชะตากรรมที่ไม่อาจหวนคืนนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสน่หาอาคมเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%