“คุณกำลังเล่นตลกอะไรอยู่ครับ ท่านประธาน”
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความกรุ่นโกรธดังขึ้นทันทีที่ประธานกรรมการบริหารแห่งบริษัทสถาปนิกและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง วางแฟ้มเอกสารสีดำสนิทลงบนโต๊ะกระจกใสตัวยาว กรณ์ไม่ได้ขยับตัวเข้าหาโต๊ะทำงานแม้แต่น้อย เขายืนกอดอกพิงผนังกระจกที่สะท้อนภาพเมืองหลวงเบื้องล่าง ใบหน้าคมคายเรียบเฉยจนเย็นชา ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยยามกวาดมองเอกสารแผ่นนั้นด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังถูกตบหน้ากลางสาธารณะ
ในห้องประชุมใหญ่แห่งนี้ มีเพียงพวกเขาสามคน… กรณ์ สถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบจนใครๆ ต่างขนานนามว่า ‘ไอซ์ซึน’ รตา หัวหน้าทีมวางแผนงานโครงการหญิงสาวผู้มีแววตาดุดั่งพญาเสือและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร และท่านประธานผู้กำลังถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความเหนื่อยหน่าย
“ผมไม่ได้เล่นตลก กรณ์” ท่านประธานประสานมือบนโต๊ะ น้ำเสียงจริงจังไร้ซึ่งร่อรอยล้อเล่น “โปรเจกต์ ‘The Heritage’ มูลค่าหมื่นล้านนี้ บริษัทเราประมูลมาได้ด้วยเงื่อนไขที่บีบรัดที่สุด ถ้างานนี้พลาด เราไม่ได้แค่เสียหน้า แต่หมายถึงความอยู่รอดของบริษัทในอีกสามปีข้างหน้า และผมต้องการทีมที่ดีที่สุด”
“ผมก็ทำทีมของผมอยู่แล้ว” กรณ์สวนกลับทันควัน สายตาคมกริบเหลือบไปมองร่างเพรียวของคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม “สถาปัตยกรรมต้องมาก่อนแผนการตลาดที่ไร้รสนิยม ผมไม่ต้องการคนมานั่งจับผิดเส้นสายงานออกแบบของผม”
“ใครกันแน่ที่ไร้รสนิยม คุณกรณ์?”
รตาที่ยืนนิ่งเงียบมาตลอดก้าวเท้าเข้ามาหนึ่งก้าว ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มเยาะอย่างไม่เกรงกลัว ร่างบางในชุดสูทเข้ารูปดูทรงพลังและเย่อหยิ่งในเวลาเดียวกัน “โปรเจกต์ที่ผ่านมาของคุณ โด่งดังเรื่องดีไซน์อลังการงานสร้างก็จริง แต่ต้นทุนงบบานปลายจนฝ่ายวางแผนอย่างฉันต้องตามเช็ดตามล้างกี่รอบแล้วคะ? ถ้าไม่มีสมองส่วนการตลาดของฉันคอยดึงคุณไว้ ป่านนี้คุณคงสร้างตึกรูปทรงประหลาดกลางสยามโดยที่ไม่มีใครกล้าซื้อไปนานแล้ว”
“คุณว่าใครไม่มีสมองนะ รตา?” กรณ์ผละออกจากผนัง ก้าวเข้าประชิดด้วยแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวตนของสถาปนิกหนุ่ม ความสูงของเขาสร้างเงาทาบทับร่างบางจนมิด แต่รตากลับเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาไม่มีหลบเลìสักนิด ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงคืบ… ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเธอ ปะปนกับกลิ่นกาแฟเข้มข้นที่เขาคุ้นเคย
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาปะทะกัน… และมันก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่จบลงด้วยความสงบ
ตั้งแต่วันแรกที่รตาเข้ามาทำงานที่นี่ ทั้งคู่เปรียบเสมือนน้ำกับน้ำมัน กรณ์เกลียดคนขี้โวยวายและยึดติดกับตัวเลขผลกำไรมากกว่าสุนทรียศาสตร์ ขณะที่รตาก็เกลียดพวกศิลปินอีโก้จัดที่มองไม่เห็นหัวคนทำงานเบื้องหลังอย่างเธอ
แต่โชคชะตา (หรือความเฮงซวยของบอร์ดบริหาร) กลับสนุกกับการจับคู่เสือสองตัวมาไว้ในถ้ำเดียวกัน
“พอได้แล้ว!” ท่านประธานยกมือขึ้นปราامเสียงแข็ง ก่อนที่สงครามประสาทจะลุกลามใหญ่โต “นี่ไม่ใช่การขอร้อง แต่นี่คือ ‘คำสั่ง’ จากบอร์ดบริหาร คุณกรณ์ต้องรับผิดชอบงานออกแบบร่วมกับคุณรตาในฐานะหัวหน้าทีมวางแผนอย่างไร้เงื่อนไข ไม่มีข้อแม้ ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เอกสารเซ็นอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป พวกคุณต้องย้ายไปทำงานร่วมกันที่ ‘สตูดิโอโครงการพิเศษ’ ชั้นสิบห้า”
คำว่า *“สตูดิโอโครงการพิเศษ”* ทำให้คิ้วหนาของกรณ์กระตุกวูบ
สถานที่นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกักขัง… เอ้ย เพื่อให้ทีมโปรเจกต์ใหญ่ทำงานร่วมกันแบบปิดตาย มีโต๊ะทำงานตัวเดียวกัน มีห้องประชุมย่อย และที่สำคัญที่สุด… มันไม่มีทางหนีพ้นสายตาของอีกฝ่ายไปได้เลย
“ชั้นสิบห้า?” กรณ์ทวนคำ น้ำเสียงลอดไรฟัน “ท่านประธาน กำลังจะบอกว่าผมต้องนั่งหายใจร่วมกับผู้หญิงคนนี้ ตลอดแปดเดือนเต็มอย่างนั้นเหรอครับ”
“ถูกต้องครับ” ท่านประธานตอบหน้าตาเฉย หยิบแฟ้มเอกสารอีกฉบับขึ้นมาเปิดอ่านเสมือนตัดบทสนทนา “หวังว่าจะได้เห็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซจากพวกคุณนะ เชิญครับ”
รตาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอหันไปหยิบแฟ้มโปรเจกต์บนโต๊ะมาถือไว้แนบอก ปรายตามองสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ใบหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าก้นกระทะ “ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยสิคะ คุณสถาปนิกปากร้าย หรือกลัวว่าฉันจะเข้าไปทำลายโลกส่วนตัวของคุณจนทนไม่ไหว?”
“คนที่ควรระวังตัวไม่ใช่ผม แต่เป็นคุณต่างหาก รตา” กรณ์โน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่าจนคนฟังรู้สึกวูบวาบในอกอย่างน่าประหลาด “ระวังตัวไว้ให้ดี… ถ้าแผนงานของคุณมันห่วยแตกจนทำให้งานออกแบบของผมเสียหาย ผมไม่เอาคุณไว้แน่”
“เชิญตามสบายเลยค่ะ” รตาหันกลับมาสบตาเขาในระยะประชิด รอยยิ้มมุมปากของเธอยั่วเย้าท้าทาย “ถ้าคุณแน่จริง ก็อย่าร้องไห้งอแงขอย้ายทีมกลางคันก็แล้วกัน”
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ประตักประต่อราวกับมีประกายไฟแลบแปล๊บออกมาจากดวงตา เคมีที่ดึงดูดและผลักไสในเวลาเดียวกันทำให้คนที่ยืนมองอยู่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่ยังไม่มีใครฆ่ากันตายในห้องประชุม
แต่ก่อนที่รตาจะสะบัดหน้าเดินออกไปจากห้อง เสียงเคาะประตูก็กร่อนดังขึ้นสามครั้ง
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ทั้งกรณ์และรตาชะงัก ประธานผู้กำลังจะลุกขึ้นยืนก็ขมวดคิ้วมุ่น
ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างสูงโปรดในชุดสูทตัดเย็บชั้นดีปรากฏตัวขึ้น พร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่พราวระยับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา เส้นผมเซ็ตอย่างประณีต ดวงตาคมปลาบกวาดมองคนทั้งสามในห้องอย่างคุ้นเคย
“ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะครับ พอดีผมผ่านมารับ ‘ว่าที่คู่หมั้น’ ไปทานมื้อเที่ยง”
น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้น ทว่าชื่อของบุคคลมาใหม่ทำให้รตาชะתาฝีเท้าโดยพลัน ส่วนกรณ์ถึงกับหรี่ตาลงมองชายหนุ่มที่ก้าวเข้ามา
“ธีรภัทร?” รตาหลุดปากเรียกชื่อนั้นออกมาด้วยความแปลกใจ
นักลงทุนหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจากกลุ่มทุนต่างประเทศ และเป็นบุคคลที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในโปรเจกต์นี้… รวมถึงเป็นคนที่บอร์ดบริหารพยายามจับคู่ให้เธออย่างลับๆ
ธีรภัทรเดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างรตาอย่างสนิทสนม มือหนาวางลงบนลาดไหล่บางอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ สายตาคมกริบของเขาเหลือบมองกรณ์ที่ยืนจ้องเขม็งอยู่ก่อนแล้ว รอยยิ้มบนมุมปากของนักลงทุนหนุ่มยิ่งกว้างขึ้น ราวกับกำลังประกาศสงครามกลายๆ
“สวัสดีครับคุณกรณ์ สถาปนิกคนเก่ง” ธีรภัทรทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเย้ยหยัน “ได้ยินว่าคุณกับรตาต้องทำงานร่วมกัน… หวังว่ารตาของผมจะไม่เหนื่อยจนเกินไปนะครับ พอดีผมเป็นห่วงเธอเป็นพิเศษเสียด้วยสิ”
คำว่า *‘รตาของผม’* กระแทกเข้าโสตประสาทของกรณ์อย่างจัง กล้ามเนื้อกรามของสถาปนิกหนุ่มขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน ความรู้สึกร้อนรุ่มบางอย่างพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ… ความหึงหวงที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา บัดนี้กำลังถูกแผดเผาด้วยรอยยิ้มของไอ้สารเลวคนนี้
รตาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อหลบเลี่ยงสัมผัสบนไหล่ แต่ธีรภัทรกลับกระชับมือให้แน่นขึ้น สายตาของเธอดูลำบากใจชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย
กรณ์แค่นยิ้มหยันในลำคอ สายตาสีเข้มคมกริบมองเลยผ่านร่างของธีรภัทรไปสบเข้ากับดวงตากลมโตของหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงกลาง
“เชิญตามสบายครับ ธีรภัทร” กรณ์เอ่ยเสียงเย็นเยียบ รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความรู้สึก “พาเธอไปกินข้าวให้เรียบร้อย… เพราะตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เวลาทั้งหมดของเธอในโปรเจกต์นี้ จะต้องอยู่ใต้กำมือของผม”
รตาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคท้าทายนั้น หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
ศึกครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องงานเสียแล้ว… และสถาปนิกปากแข็งอย่างเขาก็กำลังจะทำให้เธอกลายเป็นบ้าตายในสตูดิโอชั้นสิบห้าอย่างแน่นอน!
***
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของจอมยุทธ์เสื้อแพรด้วยนะครับ
สถาปนิกปากแข็งกับหัวหน้าทีมสายลุย•ตอนที่ 2
คำสั่งที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแข็งกับหัวหน้าทีมสายลุย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
