"ถ้าคุณอ่านแปลนนี้ไม่ออก บอกกันดีๆ ได้นะครับคุณรตา ผมจะได้หาล่ามแปลภาษามนุษย์มาช่วยอธิบายให้คุณเข้าใจง่ายขึ้น"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางเสียงฝุ่นตลบและเสียงเครื่องจักรคำรามของไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง กรณ์ สถาปนิกหนุ่มเจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิร์ตพับแขนและหมวกนิรภัยสีขาว ปิดม้วนกระดาษพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ในมือลงด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับกำลังมองตรงไปยังคู่สนทนาด้วยประกายคมปลาบ
รตา หญิงสาวหัวหน้าทีมวางแผนงานโครงการผู้สวมชุดยูนิฟอร์มทะมัดทะแมงและหมวกนิรภัยสีเดียวกัน ชะงักเท้าที่กำลังก้าวเข้าประชิดแผ่นแปลนบนโต๊ะชั่วขณะ เธอยกมือขึ้นกอดอก ปรายตามองสถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและปากร้ายเป็นอันดับต้นๆ ของวงการด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
"แปลนนี้ฉันอ่านขาดทุกมิลลิเมตรค่ะ... เอ้ย... ทุกมิลลิเมตรครับ" รตาจงใจแก้คำสรรพนามประชดประชันด้วยความหมั่นไส้ "แต่ที่ฉัน 'ไม่เข้าใจ' และรับไม่ได้อย่างแรง คือสมองของสถาปนิกบางคนต่างหาก ที่คิดโครงสร้างเสาแบบนี้ออกมาได้ยังไงในเมื่อมันไปกินพื้นที่โซนส่วนกลางที่ทีมฉันคำนวณความคุ้มค่าทางธุรกิจไว้หมดแล้ว ถ้าสร้างตามใจคุณ โครงการนี้เจ๊งก่อนเปิดขายห้องชุดแน่ๆ"
กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าเรียวสวยที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนฝุ่นเล็กน้อยแต่กลับดูมีชีวิตชีวาอย่างประหลาด รตาเป็นผู้หญิงประเภทที่เขาเกลียดที่สุดในทางทฤษฎี—พวกปากเก่ง ดื้อรั้น ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร และพร้อมชนกับเขาทุกครั้งที่มีการประชุม—ทว่าในทางปฏิบัติ... ในทุกๆ ครั้งที่เธอเถียงสู้ตาเขียวปั๊ด หัวใจเจ้ากรรมของเขากลับเต้นผิดจังหวะอย่างน่ารำคาญ
"สถาปัตยกรรมไม่ได้มีไว้เพื่อกวาดต้อนเงินเข้ากระเป๋าอย่างเดียวหรอกนะครับคุณรตา มันคือศิลปะ มันคือความมั่นคงทางโครงสร้าง ถ้าเสาต้นนี้ไม่อยู่ตรงนั้น ตึกของคุณอาจจะถล่มลงมาทับหัวคนซื้อก่อนที่คุณจะทันได้เซ็นอนุมัติงบการตลาดงวดแรกเสียอีก"
"อุ้ย กลัวจังเลยค่ะ" รตาแกล้งทำเป็นยกมือทาบอกด้วยท่าทางเยาะเย้ย ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานชั่วคราวแล้วใช้นิ้วเรียวเคาะลงบนจุดที่เป็นปัญหาในแปลนเสียงดัง *ป๊อก* "ฟังให้ดีนะคะคุณกรณ์ ฉันไม่ได้เรียนมาเพื่อปล่อยให้ตึกถล่มทับใคร แต่ฉันเรียนมาเพื่อบริหารความสมดุลระหว่าง 'ความฝันอันบรรเจิด' ของสถาปนิกหัวโบราณ กับ 'ความเป็นจริง' ของตลาดอสังหาฯ... และบอกไว้ตรงนี้เลยนะว่า ฉันไม่ยอมให้คุณแก้แปลนนี้ใหม่เป็นรอบที่สามแน่ๆ"
ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นซิตรัสสะอาดๆ ลอยปะปนมากับกลิ่นอายฝุ่นปูนและเหงื่อกาฬ กรณ์ก้มมองหญิงสาวที่สูงเพียงแค่ระดับอกของเขา รตาเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหลบสายตาหรือหวั่นเกรงแม้แต่น้อย ความดื้อรั้นในแววตานั้นช่างท้าทาย และในขณะเดียวกัน... มันก็ดึงดูดสายตาของเขาให้ติดตรึงอยู่กับริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
สถาปนิกหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาพยายามดึงสติกลับมาที่งานตรงหน้า มือหนาเอื้อมไปแตะแผ่นแปลนเพื่อขยับหนี แต่ปลายนิ้วของเขากลับไปสัมผัสโดนหลังมือของรตาเข้าอย่างจัง ประจุความร้อนแปลกประหลาดแล่นปราดจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจของกรณ์ทันทีจนเขาต้องรีบชักมือกลับราวกับโดนของร้อน
รตาเองก็ชะงักไปเช่นกัน ดวงตากลมโตไหววูบไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากมือของอีกฝ่าย แต่เพียงเสี้ยววินาทีเธอก็รีบดึงหน้ากลับมาเป็นปกติเพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม
"เป็นอะไรคะ? เถียงไม่ออกแล้วล่ะสิ" รตาแสร้งทำเป็นกระเซ้าเพื่อกลบเกลื่อนความประหลาดใจเมื่อครู่
"ผมไม่ได้เถียงไม่ออก..." กรณ์ปรับน้ำเสียงให้กลับมานิ่งสนิทและเย็นชาดังเดิม แม้ว่าใบหูทั้งสองข้างของเขาจะเริ่มขึ้นสีแดงจางๆ อย่างปิดไม่มิด "ผมแค่กำลังคิดว่า... ถ้าเรายังยืนเถียงกันเรื่องเสาต้นนี้ต่อไปจนถึงเที่ยง เราคงได้กินฝุ่นแทนข้าวกลางวันแน่ๆ และที่สำคัญ..."
เขายื่นหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับความดังลงจนทุ้มนุ่มและชวนใจสั่น "ผมไม่ชอบแพ้ใคร... โดยเฉพาะกับคุณ"
รตาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างไร้สาเหตุกับประโยคที่เต็มไปด้วยความท้าทายและแววตาที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดเผ็ดร้อนตามสไตล์ แต่ยังไม่ทันที่เสียงใสๆ จะได้หลุดรอดจากริมฝีปาก
เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากพร้อมกับเสียงปรบมือแปะๆ ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของทางเข้าไซต์งาน
"ว้าว บรรยากาศการทำงานกระตือรือร้นดีแท้... ผมมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย?"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความเจ้าเล่ห์ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของ ธีรภัทร นักลงทุนหนุ่มรูปงามผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ของโปรเจกต์นี้ ในชุดสูทเนี๊ยบไร้ฝุ่นที่ดูขัดตาอย่างสิ้นเชิงกับบรรยากาศไซต์งานก่อสร้าง ธีรภัทรเดินยิ้มกริ่มเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้คนทั้งคู่ สายตาดุจแพรเทาคมกริบกวาดมองระหว่างรตาที่หน้าแดงระเรื่อกับกรณ์ที่กำลังตีสีหน้าบึ้งตึงใส่ผู้มาใหม่
รตาผละถอยหลังออกมาจากกรณ์ทันทีเพื่อรักษาระยะห่าง ขณะที่กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ
"คุณธีรภัทร..." รตาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว "คุณมาทำอะไรที่ไซต์งานตอนนี้คะ? ตามกำหนดการ คุณต้องเข้าประชุมที่สำนักงานใหญ่ไม่ใช่เหรอครับ"
"พอดีผมเปลี่ยนใจน่ะครับ..." ธีรภัทรยิ้มพราย ดวงตาพราวระยับมองสลับไปมาระหว่างสถาปนิกหนุ่มปากร้ายกับหัวหน้าทีมสาวฝีปากกล้า "พอดีผมได้ยินข่าวลือว่า ทีมออกแบบกับทีมวางแผนโครงการของเรากำลัง... 'ปะทะกันอย่างดุเดือด' ที่หน้างาน ผมก็เลยอยากมาเห็นกับตาตัวเองว่ามันดุเดือดขนาดไหน... และดูท่าทางแล้ว... มันคงดุเดือดกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีกนะครับเนี่ย"
กรณ์แค่นเสียงทางจมูก ดวงตาคมกริบจ้องมองธีรภัทรด้วยความไม่เป็นมิตรอย่างชัดเจน เขารู้ดีว่าการมาเยือนกะทันหันของนักลงทุนหนุ่มคนนี้ไม่เคยมีเรื่องบังเอิญ และรอยยิ้มพึงพอใจบนใบหน้าของธีรภัทรในตอนนี้ ก็กำลังบอกเขาเป็นนัยว่า... เกมกำลังจะเปลี่ยนไป และมันจะเป็นเกมที่ไม่ง่ายเลยสำหรับเขา
รตาหันมาสบตากับกรณ์อีกครั้งในระยะประชิด ท่ามกลางความเงียบที่โรยตัวลงมาอย่างกดดัน ทั้งสองคนต่างรู้ดีว่าศึกใหญ่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับตัวละครของเรานะครับ
สถาปนิกปากแข็งกับหัวหน้าทีมสายลุย•ตอนที่ 1
การปะทะกันครั้งแรกที่หน้าไซต์งาน
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแข็งกับหัวหน้าทีมสายลุย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
