ยัยตัวแสบของคุณหนูเย็นชา•ตอนที่ 22

ง้อด้วยการกระทำ

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
"ถ้ายังคิดจะยืนทำหน้าถมึงทึงเป็นยักษ์วัดแจ้งอยู่ตรงนั้น ฉันคงต้องเตือนด้วยความหวังดีนะคะว่า... รอยยิ้มของคุณมันชวนให้ฝันร้ายมากกว่าจะน่ากลัวค่ะ, คุณหนูคริสตัล" น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้สั่นไหวอย่างที่คู่สนทนาคาดหวังแม้แต่น้อย แม้แผ่นหลังของเธอจะแนบชิดติดกับบานประตูห้องแต่งตัวจนไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน ร่างเพรียวบางของหญิงสาวเชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย ดวงตากลมโตจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีฟ้าคู่นั้นที่กำลังวาวโรจน์ด้วยแรงอารมณ์ ความนิ่งงันที่น่ากลัวเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันระลอกใหม่ที่แทบจะทำให้ห้องทั้งห้องอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้า คริสตัลไม่ได้ขยับถอยหนี ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเข้มก้าวเข้ามาประชิดอีกเพียงครึ่งก้าว จนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย็นยะเยือกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคุณหนูตระกูลใหญ่ ปลายนิ้วเรียวยาวที่ผ่านการทำเล็บมาอย่างประณีตยกขึ้น ก่อนจะวางทาบลงบนบานประตู... กักขังร่างของรินรดาไว้ตรงกลางระหว่างอ้อมแขนอย่างสมบูรณ์แบบ "ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะคะ... รินรดา" คริสตัลเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ริมฝีปากที่ยกยิ้มเยือกเย็นเมื่อครู่ค่อยๆ หุบลง ความตึงเครียดฉายชัดอยู่บนสันจมูกรั้นและดวงตาคู่นคม "คิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรคุณในห้องนี้จริงๆ งั้นเหรอคะ?" "ถ้ากล้า... ก็คงทำไปนานแล้ว ไม่มายืนทำหน้าเป็นเจ้าเข้าเจ้าทรงอยู่แบบนี้หรอกค่ะ" รินรดาตอกกลับทันควัน ไหล่บางไหวเล็กน้อยด้วยความถือดี แต่หัวใจข้างในกลับเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "หลบไปค่ะ ฉันจะออกไปข้างนอก เมษารออยู่" ชื่อของ 'เมษา' ทำเอาอุณหภูมิในห้องดิ่งฮวบทันที ดวงตาสีฟ้าของคริสตัลไหววูบด้วยความไม่พอใจที่พยายามสะกดกลั้นไว้ไม่มิด ความหึงหวงและทิฐิพุ่งชนกันจนเกิดประกายไฟในอากาศ แต่แทนที่จะระเบิดอารมณ์ออกมาด้วยการตะคอกเหมือนทุกครั้ง คุณหนูจอมเย็นชากลับเลือกใช้วิธีที่ร้ายกาจยิ่งกว่า คริสตัลไม่ยอมถอย แต่กลับโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนหน้าผากแทบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ ริมฝีปากบางเฉียบขยับกระซิบด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อยอย่างไม่น่าเชื่อ "อยากไปหาเขานักใช่ไหมคะ... งั้นก็เชิญค่ะ แต่อย่าลืมนะว่าเสื้อผ้าที่คุณใส่อยู่... ฉันเป็นคนเลือกให้ และถ้าคุณก้าวออกไปจากห้องนี้ด้วยชุดที่ฉันไม่พอใจ... ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนจัดการ 'ถอด' มันออกด้วยตัวเอง" รินรดาชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจกับคำขู่ที่ไร้ยางอายแต่จริงจังเสียจนน่ากลัว บ้าจริง... ผู้หญิงคนนี้เสียสติไปแล้วหรือไง ถึงได้กล้าพูดจาแบบนี้หน้าตาเฉย! ทว่า ก่อนที่รินรดาจะทันได้งัดคำพูดไหนมาสวนกลับ ประตูห้องแต่งตัวก็ถูกเคาะเบาๆ สองครั้ง ตามด้วยเสียงหวานใสของเมษาที่ดังแทรกเข้ามาจากด้านนอก "คุณคริสตัลคะ... รินรดาค่ะ? ใกล้เวลาเริ่มงานเลี้ยงแล้วนะคะ ทุกคนรออยู่ที่ห้องโถงใหญ่ค่ะ" บรรยากาศระอุเมื่อครู่ถูกแช่แข็งลงในพริบตา คริสตัลสบตากับรินรดาอีกครั้งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำสั่งเด็ดขาด ก่อนที่ร่างสูงระหงจะยอมลดแขนลงแล้วถอยหลังออกไปช้าๆ ปรับสีหน้าและท่าทีให้กลับมาเรียบเฉยราวน้ำแข็งได้อย่างรวดเร็วราวกับยอดนักแสดง "ออกไปสิคะ... อย่าปล่อยให้แขกคนสำคัญของคุณต้องรอนาน" คริสตัลเอ่ยเสียงเรียบ เดินเลี่ยงผ่านรินรดาไปเปิดประตูด้วยท่าทีสง่างามราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น รินรดากัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ อย่างขัดใจ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะก้าวตามออกไป งานเลี้ยงในค่ำคืนนี้จัดขึ้นอย่างหรูหรา ณ คฤหาสน์ริมผา แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลส่องประกายระยิบระยับสะท้อนกับผืนน้ำทะเลสีดำมืดนอกหน้าต่างบานใหญ่ เสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ เคล้ากับเสียงพูดคุยของผู้ทรงเกียรติในสังคมชั้นสูง รินรดาเลือกที่จะปลีกตัวมานั่งเงียบๆ ที่มุมหนึ่งของระเบียงด้านนอก เพื่อหลีกหนีสายตาและความวุ่นวายภายในงาน โดยมีแก้วแชมเปญอยู่ในมือ แต่ดูเหมือนความสงบสุขจะเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยเกินไปสำหรับเธอบนค่ำคืนนี้ "นั่งคนเดียวไม่เหงาเหรอคะ, รินรดา?" เสียงหวานนุ่มที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับร่างสะโอดสะองของเมษาที่เดินเข้ามาใกล้ เมษาในชุดราตรีสีแชมเปญขับผิวให้ดูโดดเด่นส่งยิ้มหวานหยดให้เธอ รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษซึ่งรินรดาจำได้แม่นยำ "ไม่หรอกค่ะ ฉันชอบความสงบ มากกว่าจะต้องไปปั้นหน้ายิ้มปลอมๆ ใส่ใครบางคน" รินรดาตอบเสียงเรียบ ไม่แม้แต่จะหันไปมองคู่สนทนา เมษาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวข้างๆ ดวงตากลมโตสำรวจร่องรอยความเหนื่อยล้าบนใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยความพอใจ "พูดจาระวังปากหน่อยสิคะ... ระวังจะไม่มีที่ยืนในสังคมนี้นะคะ รินรดา คุณก็รู้ว่าตระกูลของคุณไม่ได้มีน้ำหนักอะไรมากพอที่จะค้ำ The Crystal Group ได้หรอก... ถ้าไม่มีคุณคริสตัลคอยปกป้องไว้" รินรดาหันขวับไปมองทันที ประกายไฟในดวงตาวาบขึ้น "คุณหมายความว่ายังไง?" "ก็หมายความว่า..." เมษาโน้มตัวเข้าไปใกล้ ลดเสียงลงให้ได้ยินกันแค่สองคน "ที่คุณยังลอยหน้าลอยตาอยู่เหนือคนอื่นได้ในตอนนี้ ก็เพราะคุณคริสตัลเขาเมตตา... แต่ความเมตตาของคุณเธอมันมีวันหมดอายุนะคะ โดยเฉพาะกับคนที่เอาแต่ใจตัวเองและไม่รู้จักเจียมตัว" คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้รินรดากำแก้วแชมเปญในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อก ไม่ใช่เพราะเธอกลัวคำขู่ของเมษา แต่เพราะลึกๆ แล้ว เธอกลังว่าสิ่งที่เมษาพูดมันจะเป็นความจริง... ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคริสตัล มันเป็นแค่ความเมตตาเวทนา หรือเป็นแค่เกมสนุกๆ ของคุณหนูผู้สูงศักดิ์กันแน่? "ถ้าพูดจบแล้ว ก็เชิญกลับเข้าไปข้างในเถอะค่ะ อากาศข้างนอกเริ่มชื้นแล้ว ฉันไม่อยากรับฟังมลพิษทางเสียงมากกว่านี้" รินรดาพ่นคำพูดเชือดเฉือนออกไปอย่างไม่ไว้หน้า เมษาหน้าเสียไปเล็กน้อย รอยยิ้มหวานหยดบิดเบี้ยวลงด้วยความโกรธ "ปากเก่งให้ได้ตลอดเถอะค่ะ... แล้วเราจะได้เห็นกันว่า คุณคริสตัลจะปกป้องคุณได้สักกี่น้ำ!" พูดจบ เมษาก็สะบัดหน้าเดินกลับเข้างานไปอย่างหัวเสีย รินรดาทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงช้าๆ เพื่อระงับความหงุดหงิดที่ตีรวนอยู่ในอก ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและศึกน้ำลายเริ่มกัดกินพลังงานของเธอไปทีละน้อย ลมทะลดยามค่ำคืนพัดพาความเย็นเยียบเข้ามาปะทะผิวเนื้อจนเธอเผลอห่อไหล่ด้วยความหนาว แต่แล้ว... ความอบอุ่นแปลกปลอมก็ทาบทับลงบนไหล่ทั้งสองข้าง รินรดาลืมตาขึ้นอย่างตกใจ เสื้อคลุมผ้าแคชเมียร์เนื้อดีสีดำสนิทที่มีกลิ่นอายความคุ้นเคยถูกคลุมทับลงบนร่างกายของเธออย่างเบามือ และเมื่อเงยหน้าขึ้นมอง เธอก็พบกับร่างสูงระหงของคริสตัลที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่ดวงตาสีฟ้าคู่คมกลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด "ถ้าไม่อยากให้ใครมาเหยียบย่ำ... ทำไมถึงไม่รู้จักปกป้องตัวเองให้มากกว่านี้ล่ะคะ?" คริสตัลเอ่ยเสียงแผ่วเบา ทิ้งตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่เมษาเพิ่งลุกออกไป สายตาทอดมองออกไปที่ผืนน้ำทะเลเบื้องหน้า รินรดาขยับตัวเล็กน้อย ดึงเสื้อคลุมของอีกฝ่ายให้กระชับเข้าหาตัว ความอบอุ่นจากเนื้อผ้าซึมซาบเข้าสู่ผิวเนื้อ พร้อมๆ กับหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ "แล้วมันเรื่องอะไรที่คุณต้องมาสนใจฉันด้วยล่ะคะ? จะปล่อยให้ฉันโดนคนอื่นเหยียบย่ำ หรือจะปล่อยให้ฉันหนาวตายไปเลย... มันก็เรื่องของฉันไม่ใช่เหรอ คุณหนูคริสตัล" คริสตัลหันมาสบตาเธอนิ่ง มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ใช่การเยาะเย้ย แต่เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนจนน่าประหลาดใจ... รอยยิ้มที่เธอแทบไม่เคยเห็นจากผู้หญิงคนนี้มาก่อน "ไม่ใช่เรื่องของคุณคนเดียวหรอกค่ะ..." คริสตัลเอื้อมมือมาดึงปริมเสื้อคลุมให้เข้าที่อย่างเบามือ ปลายนิ้วเรียวสัมผัสโดนผิวแก้มเนียนโดยบังเอิญจนรินรดาสะấuสะท้าน "เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไป... คนที่จะคลั่งตายก่อน คงไม่ใช่ใครอื่น... นอกจากฉันเองค่ะ" คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่มีอานุภาพรุนแรงราวกับระเบิดเวลาที่ทำลายล้างกำแพงทิฐิทั้งหมดในใจของรินรดาจนพังทลายลงในพริบตา ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความอึ้งงัน สมองขาวโพลนไปหมด คิดหาคำพูดมาโต้แย้งไม่ถูก ก่อนที่ใครสักคนจะทันได้พูดอะไรต่อ เสียงปรบมือและเสียงฮือฮาจากห้องโถงใหญ่ก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงประกาศผ่านไมโครโฟนที่เรียกความสนใจจากทุกคน "ขอเรียนเชิญคุณคริสตัล และ... แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน มาร่วมรับฟังการประกาศสำคัญเกี่ยวกับทิศทางธุรกิจของเราในค่ำคืนนี้ครับ" คริสตัลชะงัก สีหน้าเปลี่ยนกลับมาเป็นความเย็นชาและจริงจังในเสี้ยววินาที หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วยื่นมือเรียวมาตรงหน้าของรินรดา "ไปค่ะ... ได้เวลาไปเคลียร์เกมที่ยัยตัวแสบนั่นเริ่มไว้แล้ว" รินรดามองมือนั้นสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของคุณหนูจอมซึน หัวใจเต้นรัวระเรศราวกับกลองศึก ความลังเลหายวับไปกับสายลม เธอวางมือลงบนฝ่ามืออุ่นของอีกฝ่ายอย่างมั่น ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวเดินกลับเข้าไปในงาน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของระเบียงมืดทึบ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอמהขึ้นทำลายบรรยากาศทั้งหมดให้พังครืนลงในทันที "ไม่ต้องลำบากเดินไปหรอกครับ... เพราะผมเป็นคนมาหาพวกคุณเอง" รินรดาและคริสตัลหันขวับไปมองพร้อมกัน และในเสี้ยววินาทีที่ดวงตาสบเข้ากับร่างสูงของชายหนุ่มปริศนาที่ก้าวออกมาจากเงาดำ คริสตัลก็หน้าถอดสี ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน! --- *ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "บลัดดี้แมรี่" เสมอมานะคะ*
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบของคุณหนูเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%