“ถ้าเธอคิดว่าความสงสารที่ฉันหยิบยื่นให้มันราคาถูกขนาดนั้น ก็เอาไปทิ้งในถังขยะซะ รินรดา... เพราะคนอย่างเธอ ไม่ควรค่าแม้แต่จะได้รับเศษเสี้ยวของความเมตตาจากฉันด้วยซ้ำ!”
เสียงตวาดกร้าวของคริสตัลยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่แค่คำด่า แต่มันคือเกราะกำบังอันแหลมคมที่เธอใช้ผลักไสทุกคนออกไป รินรดายืนนิ่งอยู่กลางห้องนั่งเล่นที่เงียบเชียบ ราวกับภาพจิ๊กซอว์ที่เพิ่งต่อติดเมื่อครู่นี้เอง
หญิงสาวกอดอกแน่น ความเย็นเยียบจากแอร์คอนดิชันเนอร์ยังไม่เท่ากับความเย็นชาในแววตาของคนตรงหน้าเมื่อครู่ หากมองเผินๆ คริสตัลคือคุณหนูผู้สูงส่งที่แสนร้ายกาจ แต่ในจังหวะที่ดวงตาคู่สวยคู่นั้นสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะหันหลังหนี... มันฟ้องชัดว่าทุกคำถากถาง คือการตะโกนบอกว่า 'อย่าเข้ามาใกล้มากกว่านี้ เพราะฉันกลัวจะคุมตัวเองไม่อยู่'
รินรดากระตุกยิ้มที่มุมปาก ทว่าดวงตากลับหม่นแสงลง เธอเดินไปทรุดตัวนั่งบนโซฟาหนังตัวหรูที่คริสตัลมักจะนั่งขดตัวอยู่บ่อยๆ กลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นดอกกุหลาบสีขาวผสมกับความเย็นของไม้สนยังคงติดอยู่ที่นี่ กลิ่นหอมที่เหมือนกับตัวตนของเจ้าของห้อง... สวยงาม สง่า แต่ไร้ซึ่งไออุ่น
*“คนอย่างเธอไม่ควรค่าแม้แต่จะได้รับเศษเสี้ยวของความเมตตา”*
“เหอะ... ปากจัดจริงนะแม่คุณ” รินรดาพึมพำกับความเงียบ “แต่ถ้ามันหมายความว่าฉันคือคนเดียวที่ทำให้เธอต้องเสียอาการจนต้องพ่นคำด่าพวกนี้ออกมา... ก็ถือว่าคุ้ม”
เธอไม่ใช่คนโง่ที่จะมองไม่ออก การที่คริสตัลจงใจขุดเรื่องตำแหน่งทางสังคม เรื่องความเหมาะสมขึ้นมาอ้างซ้ำๆ ทั้งที่เจ้าตัวไม่เคยแคร์ใคร นั่นมันชัดเจนอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายกำลัง 'กลัว' กลัวว่าจะพ่ายแพ้ให้กับความรู้สึกที่ตัวเองเป็นคนเริ่มจุดไฟขึ้นมา
ประตูห้องเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างโปร่งของใครบางคนที่รินรดาเดาได้ไม่ยาก เมษาเดินนวยนาดเข้ามาด้วยท่าทางที่มั่นใจเกินร้อย เธอไม่ได้อยู่ในฐานะแขก แต่ในฐานะ 'ว่าที่คู่หมั้น' ที่คริสตัลพยายามใช้เป็นไม้กันหมา แต่วันนี้ไม้กันหมาอันนี้ดูจะเหิมเกริมเกินไปหน่อย
“ยังไม่ไปอีกเหรอคะรินรดา? หรือว่าต้องให้คริสตัลไล่ออกไปเองถึงจะยอมเข้าใจว่าตัวเองไม่ได้มีความหมายอะไรกับที่นี่” เมษาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อม ทว่าแววตากลับกรีดลึก
รินรดาเงยหน้าขึ้น สบตากับผู้มาใหม่ด้วยสายตาเรียบเฉย “ฉันไม่ได้มีความหมายกับที่นี่ แต่ดูเหมือนฉันจะมีราคาแพงมากในสายตาคริสตัลนะคะ ไม่งั้นเธอคงไม่ใช้เวลาทั้งวันมานั่งเถียงกับคนอย่างฉันแทนที่จะไปนั่งจิบไวน์กับคุณหรอก”
เมษาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ “คำด่าก็คือคำด่า อย่าเอามาตีความเป็นความรักเลยค่ะ มันสมเพช”
“งั้นเหรอคะ?” รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้าไปหาเมษาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ “แล้วที่คุณดั้นด้นมาที่นี่ ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ได้อยากเจอ... คุณเรียกว่าอะไรคะ? ความรัก? หรือความพยายามจะรักษาผลประโยชน์ของตระกูลตัวเองกันแน่?”
เมษาหน้าตึงขึ้นมาทันที ทว่าก่อนที่สงครามเย็นจะปะทุขึ้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางบันได คริสตัลเดินลงมาด้วยชุดนอนผ้าไหมสีมุก ใบหน้าเรียบตึงราวกับรูปปั้นน้ำแข็ง ดวงตาคู่คมกวาดมองทั้งคู่ด้วยความรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง
“ใครอนุญาตให้พวกเธอใช้ห้องนั่งเล่นของฉันเป็นสมรภูมิ?” น้ำเสียงของคริสตัลเรียบนิ่ง แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล
“คริสตัล... เมษาแค่เป็นห่วงเห็นว่าคุณดูเครียดๆ” เมษาเปลี่ยนท่าทีเป็นอ่อนหวานทันที แต่คริสตัลกลับไม่แม้แต่จะปรายตามอง
“กลับไปซะ เมษา ฉันไม่มีเรื่องอะไรจะคุยกับเธอทั้งนั้น”
“แต่ว่าคุณแม่ท่าน...”
“อย่าเอาชื่อท่านมาอ้าง” คริสตัลสวนกลับเสียงแข็ง “ถ้ายังไม่กลับไปตอนนี้ ฉันจะให้คนจัดการเรื่องสัญญาที่บ้านเธอคุยไว้ใหม่ พรุ่งนี้เช้าหวังว่าฉันคงไม่ต้องเห็นหน้าเธออีก”
เมษาขบกรามแน่น จ้องมองรินรดาด้วยสายตาอาฆาตก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัด รินรดายืนกอดอกมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เธอไม่ได้รู้สึกสะใจ แต่เธอกำลังสงสาร... สงสารคนที่ต้องแบกโลกทั้งใบไว้ด้วยคำด่าทอเพียงเพื่อปกป้องพื้นที่เล็กๆ ของหัวใจตัวเอง
“มองอะไร?” คริสตัลหันมาถาม เสียงยังคงแข็งกร้าว แต่รินรดาสังเกตเห็นว่ามือของอีกฝ่ายที่กำชายเสื้อนอนแน่นนั้นกำลังสั่น
รินรดาไม่ตอบ แต่เดินเข้าไปใกล้ๆ จังหวะการก้าวเดินนั้นหนักแน่นและเปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ เธอหยุดลงตรงหน้าคุณหนูผู้เย่อหยิ่ง สบสายตาที่พยายามจะเบือนหนี
“ปากบอกว่าเกลียด... แต่ทำไมหัวใจถึงเต้นแรงขนาดนี้คะ?”
คริสตัลชะงักไป ลมหายใจสะดุดกึก “เพ้อเจ้อ”
“งั้นลองดูนี่ไหม” รินรดาถือวิสาสะคว้าข้อมือของคริสตัลมาวางไว้บนหน้าอกตัวเอง “รู้สึกไหมคะ? มันไม่ได้เต้นเพื่อโกรธคุณ แต่มันเต้นเพราะกำลังรอลุ้นว่า... คำด่าถัดไปของคุณ จะมีความหมายว่า ‘อย่าไปไหน’ ซ่อนอยู่กี่เปอร์เซ็นต์”
คริสตัลหน้าแดงซ่าน ก่อนจะรีบดึงมือออกราวกับโดนของร้อน “หลงตัวเอง! ฉันแค่... ฉันแค่เกลียดเวลาที่เธอทำตัวเป็นเจ้าของชีวิตฉัน!”
“ถ้าฉันไม่ใช่เจ้าของชีวิต แล้วใครคือคนที่คุณยอมปล่อยให้พังกำแพงพวกนี้เข้ามาได้ล่ะคะ?” รินรดาขยับเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน กลิ่นหอมกรุ่นของคริสตัลทำให้เธอแทบคลั่ง “บอกมาสิคะ... ที่ด่าฉันทุกวัน ไม่ใช่เพราะกลัวว่าวันหนึ่งฉันจะเลิกสนคุณจริงๆ ใช่ไหม?”
คริสตัลเม้มปากแน่น ดวงตาคู่สวยคลอไปด้วยความสับสนและหยิ่งทะนง เธอถอยหลังจนแผ่นหลังพิงกับขอบโซฟา หมดทางหนี
“รินรดา... ถ้าเธอพูดอีกคำเดียว ฉันจะ...”
“จะทำอะไรคะ?” รินรดาท้าทาย “จะจูบฉัน? หรือจะไล่ฉันออกจากบ้าน?”
คริสตัลเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ก่อนจะคว้าคอเสื้อรินรดาเข้ามากระชากจูบอย่างดุดัน ไร้ความอ่อนหวาน มีแต่ความโหยหาและความกดดันที่สะสมมานานนับเดือน
รินรดาสะดุ้งเฮือกแต่ก็โต้ตอบกลับด้วยจุมพิตที่เร่าร้อนพอๆ กัน ราวกับจะเติมเต็มความว่างเปล่าที่คริสตัลซ่อนไว้ภายใต้คำด่าทอเหล่านั้น
แต่ในขณะที่สถานการณ์กำลังถลำลึกไปสู่ความเสน่หาที่ไร้การควบคุม เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะของใครบางคนก็ดังขึ้นจากหน้าประตูบ้านที่เปิดค้างไว้
“ว้าว... ดูเหมือนว่าฉันจะมาขัดจังหวะอะไรที่สำคัญมากๆ เลยสินะ”
ทั้งคู่ผละออกจากกันทันที คริสตัลหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของ 'บุคคลที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้' ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าประตู
ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจของรินรดาที่เต้นรัว... เกมนี้มันกำลังจะจบลง หรือมันเพิ่งจะเริ่มเข้าสู่บทที่โหดร้ายที่สุดกันแน่?
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงอยู่เป็นกำลังใจให้กับความรักที่แสนวุ่นวายคู่นี้ แล้วพบกันตอนหน้าด้วยความระทึกกว่าเดิมนะคะ บลัดดี้แมรี่รักทุกคนค่ะ!
ยัยตัวแสบของคุณหนูเย็นชา•ตอนที่ 28
ความรักที่ซ่อนอยู่ในคำด่า
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบของคุณหนูเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!