ยัยตัวแสบของคุณหนูเย็นชา•ตอนที่ 15

ของขวัญชิ้นแรก

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
กระดาษแผ่นบางในมือรินรดาสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะแรงปะทะของความไร้ยางอายจากผู้หญิงที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่เบื้องหน้า เมษากำลังแย้มยิ้มราวกับผู้ชนะในเกมกระดานที่เธอเป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์เองทั้งหมด รอยยิ้มหวานหยดย้อยนั้นอาบยาพิษชัดเจนเสียจนบรรยากาศในห้องชุดหรูหราอวลไปด้วยกลิ่นอายของความพินาศ “ยึดทรัพย์?” รินรดาเลิกคิ้วขึ้นสูง น้ำเสียงไม่ได้ตื่นตระหนกอย่างที่เมษาคาดหวัง ตรงกันข้าม เธอกลับหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกขัน “นี่คุณคงว่างมากสินะ ถึงได้วิ่งเต้นเอาเอกสารปลอมๆ หรือไม่ก็กระดาษชำระพวกนี้มาวิ่งโชว์พาวเวอร์ถึงห้องคนอื่น” “ปากดีให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะค่ะ รินรดา” เมษาหุบยิ้มฉับ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความริษยา “คิดเหว่าคุณคริสตัลผู้สูงส่งคนนั้น จะปกป้องเธอได้ตลอดไปเหรอคะ? ตอนนี้บริษัทของตระกูลเขากำลังสั่นคลอน หุ้นร่วงติดฟลอร์ติดต่อกันสามวันซ้อน... และอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ทุกอย่างที่คุณชายผู้เย่อหยิ่งถือครอง จะกลายเป็นอากาศธาตุ!” เพล้ง! เสียงวัตถุกระแทกพื้นดังสนั่นจนทั้งสองคนสะดุ้ง เมษาหันขวับไปมองต้นตอ และพบว่าคริสตัลยืนอยู่ตรงข้ามมุมห้อง ใบหน้าสวยเฉียบคมราวกับรูปสลักน้ำแข็งบัดนี้ดำมืดสนิท ดวงตาสีไพลินคู่สวยฉายแววกร้าวร้าวและเยียบเย็นจนน่ากลัว ส้นสูงราคาแพงเหยียบย่ำเศษซากแจกันกันพลาสติกที่ตกแตกละเอียดโดยไม่ใส่ใจ “พูดจบหรือยังคะ... คุณเมษา” เสียงของคริสตัลต่ำทุบและราบเรียบ แต่มันกลับทรงพลังพอกดให้บรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนติดลบ ร่างระหงก้าวเข้ามาใกล้ศัตรูตัวฉกาจทีละก้าว ช้าๆ ทว่ามั่นคง ราวกับพญาเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม “ถ้าการที่คุณเอาเวลามาคุ้ยเขี่ยชีวิตของคนอื่น แล้วทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองมีค่าขึ้นมาบ้าง... ฉันแนะนำให้ไปหาจิตแพทย์นะคะ เผื่อสมองส่วนที่บกพร่องเรื่องมารยาทจะได้รีเซ็ตใหม่” “นี่คุณ...!” เมษาหน้าเสีย กัดริมฝีปากจนห้อเลือดเมื่อเจอวาจาเชือดเฉือนสวนกลับทันควัน “อย่ามาทำเป็นปากเกิดไปหน่อยเลยคริสตัล อีกไม่นานเธอก็จะไม่มีแม้แต่แผ่นดินจะซุกหัวนอนแล้ว!” “เชิญออกไปค่ะ” คริสตัลผายมือไปทางประตูด้วยท่าทางเย่อหยิ่งและเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด “ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วเรียก รปภ. มาลากตัวคุณออกไปให้พ้นหูพ้นตา... และจำไว้ด้วยนะคะว่า ต่อให้ฉันเหลือแต่ตัว คุณก็ไม่มีวันได้แม้แต่เศษเสี้ยวของความเป็น ‘คนโปรด’ ในสายตาฉันหรอกค่ะ” เมษากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อด้วยความแค้น เธอกวาดสายตามองคริสตัลและรินรดาด้วยความอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้อง พร้อมกับกระแทកประตูปิดเสียงดังสนั่นเพื่อระบายอารมณ์ ความเงียบงันกลับคืนสู่ห้องชุดอีกครั้ง รินรดาลอบผ่อนลมหายใจยาว เธอนำเอกสารในมือวางลงบนโต๊ะกระจก ก่อนจะหันมามองคนตัวสูงที่ยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง แผ่นหลังบางที่มักจะตั้งตรงราวกับหุ่นเชิดผู้หยิ่งผยอง บัดนี้กลับดูโดดเดี่ยวและเปราะบางอย่างประหลาด “ไหวไหมคะคุณหนูคนเก่ง?” รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย เจือความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความกวนประสาท คริสตัลไม่ตอบ เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยหลบวูบไปทางอื่นอย่างไม่ยอมสบตา ท่าทีเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความดื้อรั้นตามประสาคนปากไม่ตรงกับใจ ร่างสูงเดินเลี่ยงไปอีกทางราวกับจะหนีสายตาที่อ่านทะลุปรุโปร่งของรินรดา “ฉันไม่ได้ขอให้เธอมาทำเป็นสงสารนะคะ” คริสตัลเชิดหน้าขึ้น น้ำเสียงแข็งกระด้างพยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก “บริษัทของฉัน... ฉันจัดการเองได้ เมษาไม่มีทางทำอะไรฉันได้หรอก” รินรดาถอนหายใจเบาๆ เธอก้าวเข้าไปใกล้คนปากแข็งทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัวรัศมีเย็นชาที่อีกฝ่ายแผ่ออกมา มือเรียวเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวเล็กของคริสตัลไว้เบาๆ แต่อีกฝ่ายกลับสะบัดออกตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว “อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ!” “โอ๊ะ! แรงเยอะขนาดนี้ แสดงว่าข่าวลือเรื่องล้มละลายคงเป็นเรื่องโกหกล่ะสิคะ” รินรดาแกล้งแซวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ จงใจยั่วโมโหเพื่อดึงสติคนตรงหน้าให้หลุดจากความเครียด “รินรดา!” คริสตัลหันมาถลึงตาใส่ แก้วตาสั่นระริกด้วยความโกรธปนน้อยใจ “เธอไม่เข้าใจอะไรเลย... พวกมันกำลังจะเอาทุกอย่างไป เอาความภาคภูมิใจของตระกูลฉันไป... แล้วเธอยังมาทำเป็นเล่นสนุกอยู่ได้!” คำพูดที่หลุดออกมาพร้อมน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ทำให้ระเบิดความเย็นชาของคริสตัลพังทลายลง รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาสีไพลินคู่นั้น และพบความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้างมาตลอด ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยร้องขอความช่วยเหลือจากใคร เพราะถูกสอนให้ต้องสมบูรณ์แบบและยืนหยัดด้วยตัวเองมาตั้งแต่เด็ก หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความรู้สึกบางอย่างที่อ่อนโยนเกินกว่าจะห้ามใจไว้ ทำให้เธอตัดสินใจทำในสิ่งที่คริสตัลไม่มีวันคาดคิด รินรดาก้าวเข้าไปประชิดตัว ใช้สองมือประคองใบหน้าสวยเฉียบคมนั้นไว้อย่างนุ่มนวล ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่โหนกแก้มเนียน คริสตัลเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน หัวใจเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอกเมื่อลมหายใจของทั้งคู่ปะทะกันในระยะประชิด “ฉันไม่ได้เล่นสนุกนะคะ... คริสตัล” รินรดากระซิบเสียงแผ่วเบา ชิดริมฝีปากจนแทบจะสัมผัสกัน “ต่อให้คุณจะเหลือแต่ตัว... หรือต่อให้โลกใบนี้หันหลังให้คุณ... จำไว้นะคะว่าฉันไม่มีทางเดินหนีคุณไปไหนแน่นอน” คำพูดที่จริงจังและอบอุ่นเกินคาด ทำให้คริสตัลสมองขาวโพลนไปหมด ความเย็นชาทั้งหมดที่มีละลายหายไปในพริบตา เธอกะพริบตาปริบๆ หัวใจดวงน้อยที่ด้านชามานานนับปีกลับมาเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งในอก “เธอ... พูดบ้าอะไรเนี่ย...” คริสตัลพยายามเค้นเสียงดุเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า พวงแก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดในระยะประชิดนี้ “ใครบอกว่าฉันต้องการให้เธอมาสงสาร... ปล่อยฉันนะ!” “ปากแข็งจังนะคะ ทั้งๆ ที่หน้าแดงซะขนาดนี้” รินรดาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาระยิบระยับด้วยความพึงพอใจที่ได้แกล้งคนฟอร์มจัด “ไหนล่ะคะของขวัญที่คุณบอกว่าจะให้ฉัน... หวังว่าคงไม่ใช่กระดาษทิชชู่แผ่นเมื่อกี้หรอกนะ” คริสตัลชะงักไปนิด เธอเม้มปากแน่นอย่างขัดเขิน ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาแพรวพราวของรินรดา มือเรียวควานหาบางอย่างในกระเป๋าเสื้อสูทสีเข้มของตัวเองด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง “ใครเขาจะให้ของแบบนั้นกันเล่า... เธอนี่มัน...” คริสตัลพึมพำเสียงเบา ก่อนจะดึงกล่องกำมะหยี่สีดำสนิทขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋า แล้วยัดใส่มือของรินรดาอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ ท่าทางเก้ๆ กังๆ และใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำนั้น ทำให้คุณหนูผู้เย็นชาดูน่ารักเสียจนรินรดาแทบจะอดใจไม่ไหว รินรดาก้มมองกล่องในมือด้วยความประหลาดใจ เธอค่อยๆ เปิดฝากล่องออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นสร้อยคอทองคำขาวประดับเพชรเม็ดงามที่ส่องประกายระยิบระยับล้อกับแสงไฟในห้อง ดีไซน์เรียบหรูแต่แฝงความดุดันและงดงามในเวลาเดียวกัน ราวกับถอดแบบมาจากตัวตนของคริสตัลไม่มีผิดเพี้ยน “ชอบไหมล่ะ...” คริสตัลเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามทำเสียงให้เรียบที่สุดเพื่อรักษาฟอร์ม “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะซื้อให้เธอหรอกนะ... แค่บังเอิญเดินผ่านร้านแล้วมันทุเรศลูกตาดี ก็เลยซื้อๆ มาให้มันจบๆ ไปเท่านั้นแหละ อย่าสำคัญตัวผิดล่ะ” รินรดาเงยหน้าขึ้นมองคนปากแข็งที่ยืนกอดอกเมินหน้าหนี แต่หูทั้งสองข้างกลับแดงแจ๋ เธอยิ้มกริ่ม รู้สึกหมั่นเขี้ยวจนอยากจะแกล้งให้รู้แล้วรู้รอด “ปากร้ายจังนะคะ ทั้งๆ ที่ข้างในใจสั่นจนฉันได้ยินเสียงเต้นแล้วเนี่ย” รินรดาแกล้งแซو ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบชิดใบหูขาวสะอาด “ขอบคุณสำหรับของขวัญนะคะ... คุณหนูขี้เก๊ก” “รินรดา! หยุดพูดมากแล้วเอาไปใส่ซะสิ!” คริสตัลหันมาแหวใส่ด้วยความเขินจัดจนใบหน้าแดงก่ำไปหมด ร่างสูงทำท่าจะหันหลังหนีเพื่อหลบซ่อนรอยยิ้มที่เผลอหลุดออกมาบนใบหน้า แต่ทว่า... ในจังหวะที่คริสตัลกำลังจะก้าวขาหนีความเขินอายนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งอย่างกระชั้นชิด ตามด้วยการเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ ประตูกลอนถูกผลักเปิดออกกว้าง... และร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบกริบผู้เป็น ‘เจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด’ ก็ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก “ขอโทษที่ขัดจังหวะสวีทหวานนะคะคุณคริสตัล... แต่พอดีว่า ‘กำหนดเส้นตาย’ ของผม มันเร็วกว่าที่คุณคิดไว้ตั้งสามชั่วโมงเต็มๆ ครับ” ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "บลัดดี้แมรี่" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบของคุณหนูเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%