"คำถามคือ คุณมีสิทธิ์อะไรมายืนทำหน้าตรฐานอยู่ที่นี่คะ คุณเมษา"
น้ำเสียงของรินรดาคมกริบราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำตาล สวนกลับเมษาในทันทีที่ประโยคยั่วประสาทสิ้นสุดลง บรรยากาศในห้องชุดหรูหราอวลไปด้วยกลิ่นอายความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบจะจุดไฟติด เมษายังคงแย้มยิ้มด้วยท่าทีเหนือกว่า รอยยิ้มแบบผู้หญิงที่ถูกเลี้ยงมาให้ได้ในสิ่งที่ต้องการเสมอ แม้ว่าแววตาคู่สวยจะไหวระริกด้วยความริษยาที่พยายามซ่อนไว้ไม่มิด
ทว่า ก่อนที่สงครามประสาทน้ำลายจะทันได้เปิดฉากขึ้น เสียงครางอื้ออึงด้วยความทรมานจากเตียงนอนหลังใหญ่ก็ดึงสติของทุกคนให้หันขวับ
คริสตัล... คุณหนูผู้เย่อหยิ่ง เย็นชา และไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น กำลังนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าขาวซีดจนน่าตกใจ ริมฝีปากที่ปกติมักจะเหยียดยิ้มเยาะใส่คนอื่น บัดนี้แห้งผากและสั่นระริก ลมหายใจที่หอบกระชั้นบ่งบอกถึงพิษไข้ที่กำลังเล่นงานร่างบางอย่างหนักหน่วง
"คริสตัล?" รินรดาชะงัก สีหน้ากวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา ความตระหนกเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว
"อุ๊ย... ดูท่าทางคุณหนูคนสวยของเราจะสำออยเก่งเป็นพิเศษนะคะ สงสัยทนพิษความจริงไม่ไหว ถึงได้ล้มพับไปซะดื้อๆ" เมษาหัวเราะคิกคักในลำคอพยายามลดทอนความสำคัญ แต่รินรดาไม่ได้สนใจเสียงนกเสียงกาอีกต่อไปแล้ว หญิงสาวก้าวฉับๆ ไปยังเตียงนอนทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตากลมั้ยเมษา
"ออกไปค่ะคุณเมษา" รินรดาออกคำสั่งเสียงเฉียบ ขยับตัวบังร่างของคริสตัลไว้ด้วยสัญชาตญาณ "ถ้ายังมีมารยาทหลงเหลืออยู่บ้าง ช่วยกรุณาไสมือออกไปจากห้องนี้ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วโยกคุณออกไปเอง"
เมษาหน้าเสียไปวูบหนึ่ง ขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจ "ฝากไว้ก่อนเถอะค่ะแม่คนเก่ง ระวังเถอะ... ดูแลคนปากร้ายแบบนั้นไป สุดท้ายอาจจะโดนแว้งกัดเข้าสักวัน"
ประโยคสุดท้ายทิ้งท้ายพร้อมเสียงปิดประตูดังปังสนั่น รินรดาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันกลับมามองคนบนเตียงที่ตอนนี้ลมหายใจเริ่มติดขัด คริสตัลส่งเสียงครางประท้วงในลำคอ ร่างกายสั่นเทาด้วยพิษไข้สูงจนน่าตกใจ
"ยัยตัวแสบเอ๊ย... ทำไมต้องมาป่วยเวลาแบบนี้ด้วยเนี่ย" รินรดาบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดปนกังวล มือเรียวเอื้อมไปแตะหน้าผากมนอย่างถือวิสาสะ ความร้อนที่แผดเผาผ่านปลายนิ้วทำให้เธอต้องอุทานเบาๆ "ให้ตายสิ ตัวร้อนจี๋เลยนี่นา"
ร่างสูงระหงก้าวเดินไปหยิบอ่างน้ำและผ้าขนหนูในห้องน้ำอย่างคล่องแคล่ว แม้ปากจะบ่นอุบอิบตลอดทางถึงความเอาแต่ใจของคนป่วย แต่แววตาที่มองร่างที่นอนซมบนเตียงกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่เจ้าตัวก็ไม่อยากจะยอมรับ รินรดานั่งลงข้างเตียง บิดผ้าหมาดๆ แล้วบรรจงเช็ดตามกรอบหน้า ลำคอระหง และฝ่ามือเย็นเฉียบอย่างเบามือที่สุด
สัมผัสเย็นสบายทำให้คริสตัลส่งเสียงครางฮือในลำคออย่างพอใจ ร่างกายที่ขดเกร็งเริ่มคลายตัวลงเล็กน้อย ดวงตากลมโตที่เคยดุดันและฉายแววหยิ่งทะนงค่อยๆ ปรือขึ้นช้าๆ แพขนตางอนหนาเปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อ
"ริน..." เสียงหวานแห้งผากเรียกชื่ออีกฝ่ายแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ คริสตัลพยายามจะขยับตัวหนี แต่ไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะยกแขนขึ้นมา "เธอ... มาทำอะไรตรงนี้ ไกลฉันไปเลยนะ..."
ปากก็ไล่แต่แววตานี่สisิต้องบอกว่าอ้อนวอนชัดๆ รินรดาลอบยิ้มขบขันในความปากไม่ตรงกับใจของคนเจ็บ แม้ในยามที่ไข้ขึ้นสูงจนสมองเบลอ เจ้าหล่อนก็ยังไม่ทิ้งฟอร์มคุณหนูจอมซึน
"พูดมากน่าคุณหนู นอนเฉยๆ ไปเถอะค่ะ ถ้าฉันไม่มาเช็ดตัวให้ ป่านนี้คุณคงช็อกตายคาเตียงไปแล้วมั้งคะ" รินรดาเอ็ดเบาๆ น้ำเจือความอ่อนโยนที่เจ้าตัวก็ไม่ทันสังเกตเห็น "กินน้ำหน่อยไหมคะ หน้าซีดเป็นไก่ต้มแล้วเนี่ย"
คริสตัลเม้มริมฝีปากแน่น ดื้อดึงไม่ยอมอ้าปากรับน้ำตามประสงค์ รินรดาถอนหายใจพรืดใหญ่อย่างหมั่นไส้ "ถ้าไม่กินดีๆ ฉันจะป้อนด้วยวิธีอื่นนะคะ... อยากลองไหมล่ะ?"
คำขู่หน้าไม่อายนั้นได้ผลชะงัด คริสตัลเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ รีบอ้าปากรับแก้วน้ำที่อีกฝ่ายจ่อให้ทันทีอย่างจำยอม แม้จะสำลักนิดหน่อยจนรินรดาต้องคอยใช้มือเรียวลูบหลังให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นๆ จากฝ่ามือของรินรดาที่ทาบอยู่บนแผ่นหลัง ทำให้กำแพงความเยชาที่คริสตัลสร้างไว้พังทลายลงทีละน้อย
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องนอนกว้างชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของคนป่วย รินรดานั่งมองใบหน้ายามหลับใหลของคริสตัลอย่างไร้การป้องกันตัว ปราศจากรอยยิ้มเยาะเย้ย ปราศจากคำพูดเชือดเฉือน เหลือเพียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูเปราะบางและโดดเดี่ยวจนน่าใจหาย
*บางที... เธอก็ไม่ได้ใจร้ายอย่างที่แสดงออกสินะ* รินรดาลอบคิดในใจ นิ้วเรียวเผลอยื่นไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกลงมาข้างแก้มใสของอีกฝ่ายอย่างลืมตัว ผิวเนียนนุ่มละมุนมือทำให้หัวใจของคนมองเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง
ทันใดนั้นเอง... เปลือกตาของคริสตัลก็ขยับไหว ดวงตาสีเข้มคู่สวยลืมขึ้นสบตาเข้ากับรินรดาพอดิบพอดี ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันเสียจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะกัน รินรดาสะดุ้งสุดตัว ชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก หัวใจกระหน่ำเต้นรัวแรงด้วยความตกใจ
"เธอ..." คริสตัลเอ่ยเสียงแหบพร่า สายตาที่มองมาไม่ได้มีความเยชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความไหวระริกและประกายความคลั่งรักบางอย่างที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของดวงตา "ทำไม... ถึงใจดีกับฉันล่ะ?"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามตั้งสกำแพงความมั่นของตัวเองกลับคืนมา "ใครใจดีกันคะ ฉันแค่ไม่อยากให้คุณมาตายในห้องนี้ให้เป็นภาระฉันต่างหากเล่า"
คริสตัลยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่อ่อนล้าแต่ทรงพลังเสียจนคนมองต้องกักเก็บลมหายใจ ร่างบางขยับเข้ามาใกล้รินรดาอีกนิด เอื้อมมือเรียวที่ยังไร้เรี่ยวแรงมาคว้าชายเสื้อของรินรดาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายวับไปกับตา
"ปากแข็ง..." คริสตัลกระซิบแผ่วเบາ ลมหายใจร้อนผ่าวรดอยู่ใกล้ริมฝีปากของรินรดา "แต่ตัวจริง... ใจอ่อนเป็นบ้าเลยนะ รินรดา"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้หาคำคมๆ มาเถียงกลับเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังตีรวนขึ้นมาบนใบหน้า เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังลั่นห้อง
ปัง!
ประตูกว้างถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างสูงโปรดของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก สายตาสองคู่กวาดมองภาพบนเตียงด้วยประกายตาวาววับเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่ตรงนั้น หัวใจที่เต้นรัวอยู่แล้วแทบจะหยุดเต้นลงในเสี้ยววินาที...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ แล้วมาลุ้นตอนต่อไปด้วยกันค่ะ บลัดดี้แมรี่
ยัยตัวแสบของคุณหนูเย็นชา•ตอนที่ 5
รอยร้าวในความเย็นชา
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบของคุณหนูเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!