เอกสารแฟ้มหนังสีดำปึกหนาถูกโยนลงกระทบพื้นกระจกโต๊ะกาแฟเสียงดังสนั่น เศษฝุ่นละอองที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าฟุ้งกระจายขึ้นตามแรงกระแทก เปรียบเสมือนบรรยากาศในห้องรับแขกส่วนตัวของเพนต์เฮาส์หรูที่ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความตึงเครียด จนแทบจะจุดประกายไฟลุกท่วมขึ้นมาได้จริงๆ
"เธอคิดจริงๆ เหรอว่าเรื่องสกปรกพวกนี้จะถูกซุกไว้ใต้พรมได้ตลอดไป รินรดา?"
เสียงหวานหยดย้อยที่เคลือบไว้ด้วยยาพิษของ 'เมษา' ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด อดีตคู่หมั้นสาวในชุดสูทแบรนด์เนมเข้ารูปยืนกอดอกมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ดวงตาคู่คมที่มักจะตีหน้าซื่อตาใสในงานสังคมตอนนี้กลับฉายแววสะใจอย่างปิดไม่มิด
รินรดาตวัดสายตากลับไปมองอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจในอกจะกระตุกวูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นตราประทับลับของสำนักงานกฎหมายบนเอกสารหน้าแรก แต่ริมฝีปากบางเฉียบกลับยกยิ้มหยันขึ้นมาได้ทันที เธอไม่ใช่เด็กสาวอ่อนต่อโลกที่จะยอมให้ใครมาข่มขู่ด้วยกระดาษไม่กี่แผ่น
"ถ้ามันเป็นเรื่องจริงอย่างที่เธอกุขึ้นมาทำไมเธอต้องวิ่งโร่เอามาฟ้องฉันถึงที่นี่ด้วยล่ะ เมษา? ทำไมไม่เอาไปลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ซะเลยล่ะ หรือว่ากลัวว่าถ้าความจริงเปิดเผยจริงๆ คนที่จะซวยที่สุดจะไม่ใช่ฉัน แต่เป็นตระกูลใหญ่ที่เธอพยายามจะเอาตัวเข้ามาเกาะแกะต่างหาก?" รินรดาย้อนถามเสียงเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
เมษาหน้าเสียไปชั่ววินาที รอยยิ้มบนใบหน้ากระตุกเกร็งก่อนจะกลับมาแส I สยะยิ้มกว้างกว่าเดิม "ปากเก่งให้ได้ตลอดเถอะค่ะ... สัญญาฉบับนั้นระบุชัดเจนว่าตระกูลของเธอเคยทำอะไรไว้กับตระกูลคริสตัลบ้างเมื่อสิบปีก่อน ความผิดพลาดระดับทำลายล้างบริษัทจนพ่อแม่เธอต้องหนีหัวซุกหัวซุน คิดว่าคุณหนูคริสตัลผู้แสนเย่อหยิ่งคนนั้น ถ้าเธอรู้ความจริงว่าคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาคือทายาทของคนที่ 'โกง' และ 'ทำลาย' ครอบครัวเธอ... เธอคิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะยังมองเธอด้วยสายตาแบบเดิมอยู่ไหมล่ะคะ?"
คำพูดนั้นทำเอารินรดาชะงักไปจริงๆ ภาพใบหน้าเรียบเฉย เย็นชา แต่แฝงไปด้วยความเปราะบางของคริสตัลผุดขึ้นมาในหัว สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงความน่ากลัวของข้อมูลในแฟ้มนั้น ถ้าคริสตัลรู้... ทุกสิ่งที่พวกเธอสร้างร่วมกันมา ความรู้สึกที่ค่อยๆ ถักทอขึ้นทีละน้อย ท่าทีปากร้ายแต่ใจอ่อนยวบเวลาอยู่ด้วยกัน ทั้งหมดพังทลายลงในพริบตาแน่ๆ
"เธอมันก็แค่..."
"ฉันทำไมคะ?" เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังแทรกขึ้นตัดบทสนทนาที่กำลังดุเดือด
ประตูห้องรับแขกถูกผลักเปิดออกกว้างโดยไม่ต้องเคาะ ร่างระหงของคุณหนูตระกูลมหาเศรษฐีปรากฏขึ้นที่กรอบประตู คริสตัลยืนกอดอกด้วยท่าทีสง่างาม ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นเรียบสนิทจนเดาอารมณ์ไม่ออก ทว่าดวงตาสสีเข้มคู่นั้นกลับกวาดมองเอกสารบนพื้นสลับกับใบหน้าซีดเผือดของเมษาและรินรดาด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิห้องลดฮวบลงทันที
เมษาหันไปมองเจ้าของห้อง ชั่วขณะหนึ่งมีความตื่นตระหนกฉายชัดในแววตา แต่เธอก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาน่าสงสารอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเอ่ยเสียงสั่นเครือ "คุณคริสตัลคะ... คือฉัน... ฉันแค่มือสว่างบังเอิญเจอเอกสารพวกนี้เข้า เห็นว่ามันอันตรายต่อตัวคุณ เลยเอามาเตือนสติ... รินรดากำลังปิดบังตัวตนที่แท้จริงของคุณไว้นะคะ เธอไม่ใช่คนธรรมดาอย่างที่..."
"ฉันไม่ได้ถามว่าเธอเอาอะไรมาส่งเสียงน่ารำคาญในห้องของฉัน" คริสตัลพูดแทรกขึ้นเสียงเรียบ เย็นชาจนคนฟังต้องสะท้าน เธอย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ร่างเพรียวระหงหยุดยืนอยู่ข้างกายรินรดา สายตาคมกริบกวาดมองแฟ้มเอกสารบนพื้นด้วยหางตาก่อนจะแค่น 'หึ' ออกมาเบาๆ
รินรดาหันไปมองเสี้ยวหน้าของคนข้างกาย หัวใจเต้นระรัวด้วยความกังวล เธอพยายามจะเอ่ยปากอธิบาย "คริสตัล... คือฉัน..."
แต่นิ้วเรียวยาวของคริสตัลกลับยกขึ้นแตะริมฝีปากของรินรดาเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม สัมผัสแผ่วเบานั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่ขัดกับแววตาที่เธอกำลังใช้มองเมษาอย่างสิ้นเชิง
คริสตัลหันกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ ใบหน้าสวยเฉิดฉายเชิดขึ้นเล็กน้อยด้วยความถือดี รอยยิ้มเยาะเย้ยผุดขึ้นที่มุมปากอย่างทรงพลัง "เรื่องที่ตระกูลของเธอทำอะไรไว้เมื่อสิบปีก่อน... ฉันรู้ดีกว่าที่เธอคิดซะอีก เมษา"
เมษาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "คุณ... คุณหมายความว่ายังไงคะ?"
"หมายความว่า ต่อให้เอกสารในแฟ้มนี้จะเป็นทองคำแท้หรือขยะเปียก มันก็ไม่มีค่าอะไรเลยในสายตาฉัน" คริสตัลก้าวเข้าไปใกล้เมษาอีกนิด จนอีกฝ่ายต้องถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว "เพราะต่อให้รินรดาจะเคยมีอดีตแบบไหน หรือครอบครัวเธอจะเคยทำอะไรผิดพลาด... คนที่กุมอำนาจและมีสิทธิ์ตัดสินใจทุกอย่างในตระกูลนี้ คือฉัน ไม่ใช่เธอ"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที เม่าหน้าซีดเผือด พูดไม่ออกบอกไม่ถูกเมื่อเจอความเด็ดขาดและท่าทีคลั่งรักแบบไม่สนโลกของคุณหนูใหญ่
คริสตัลปรายตามองเอกสารบนพื้นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันมาคว้าข้อมือเรียวของรินรดาให้ลุกขึ้นยืนเคียงข้างกัน ดวงตาคู่สวยสתอบประกายความรู้สึกลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่ง
"ส่วนเธอ..." คริสตัลหันมาหากรินรดา น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงจนสัมผัสได้ถึงความสั่นไหวเล็กๆ "คืนนี้... เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันยาวแน่ๆ ว่าทำไมเธอถึงกล้ามีความลับกับฉันแบบนี้"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโล่งใจ ซาบซึ้ง และ... หวาดหวั่นกับบทลงโทษที่กำลังจะมาถึงจากคนตรงหน้า
แต่ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคริสตัลก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
คริสตัลขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เธอยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายนิ้วเรียวชะงักกึกทันทีที่เห็นชื่อผู้โทรเข้า สีหน้าที่เคยดุดันและมั่นอกมั่นใจกลับแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดในเสี้ยววินาที
รินรดาสังเกตเห็นความผิดปกติจึงเอ่ยถามเบาๆ "ใครโทรมาเหรอคริสตัล?"
คริสตัลเงยหน้าขึ้นสบตากลับมา แววตาคู่สวยที่เคยแข็งกร้าวตอนนี้กลับสั่นไหวระริกด้วยความตกใจระคนหวาดกลัวอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
"แม่..." คริสตัลพึมพำเสียงแผ่วเบา "แม่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ... และท่านกำลังยืนอยู่หน้าประตูเพนต์เฮาส์ตอนนี้แล้ว"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและซัพพลายความคลั่งรักให้ยัยตัวแสบกับคุณหนูเย็นชามาจนถึงตอนนี้ เจอกันตอนหน้านะคะ!
ยัยตัวแสบของคุณหนูเย็นชา•ตอนที่ 30
วิกฤตความเชื่อใจ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบของคุณหนูเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!