"ศูนย์บาท... กับอีกเจ็ดสิบสตางค์"
เสียงหัวเราะเยาะหยันของประธานกรรมการบริหารแห่ง 'อนันต์ชัย เอ็นจิเนียริ่ง' ดังลอดผ่านเครื่องขยายเสียงในห้องประชุมใหญ่ ทว่าสำหรับลินินแล้ว มันเป็นเพียงเสียงรบกวนไร้ค่าจากแมลงวันที่กำลังจะถูกดีดให้หายไปจากสารบบ วิศวกรสาวนั่งไขว่ห้างอยู่เบื้องหลังโต๊ะกระจกนิรภัย แสงไฟนีออนสีขาวนวลสะท้อนบนกรอบแว่นทรงเหลี่ยมที่ซ่อนประกตาดุดันและเฉียบคมเอาไว้ เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เมื่อสัญญาก่อสร้างมูลค่าหลายพันล้านถูกฉีกกระชากต่อหน้าต่อตาโดยกลุ่มทุนผู้ทรงอิทธิพลที่คิดว่าตนเองคือกฎหมาย
"คุณลินิน... คุณคงเข้าใจแล้วสินะคะว่าโลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์ความซื่อตรง แต่มันขับเคลื่อนด้วยเส้นสายและกระดาษพิมพ์ลายธนบัตร" เสียงของพงศธรเต็มไปด้วยความลำพองใจ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสูทราคาแพงให้เข้าที่ พร้อมกับกวาดสายตามองรอบห้องประชุมเพื่อหาแนวร่วมจากเหล่าบอร์ดบริหารที่พร้อมจะสضบให้กับอำนาจเงิน
ลินินเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเย็นชาเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก
"คุณพงศธรคะ... คุณเคยได้ยินคำว่า 'ภาพลวงตา' ไหมคะ" น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่นิ่งสนิทจนน่าขนลุก "คุณคิดว่าการที่คุณซื้อตัวคณะกรรมการตรวจสอบได้ทั้งหมดหคน คือชัยชนะที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้วจริงๆ หรือคะ"
สีหน้าของพงศธรชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเหยียดหยามเช่นเดิม "อย่ามาทำเป็นปากดีหน่อยเลย ยัยวิศวกรตกอับ! ต่อให้เธอมีสมองอัจฉริยะแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีทุน... โปรเจกต์นี้ก็เป็นแค่เศษขยะ!"
ในวินาทีที่บรรยากาศในห้องกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีดำสนิทก้าวเข้ามา ชายหนุ่มผู้มีนัยน์ตาดั่งคมมีดและบรรยากาศรอบตัวที่แผ่รังสีคุกคามอันน่าสะพรึงกลัว—ธันวา
มหาเศรษฐีหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของตลาดหุ้นครึ่งประเทศเดินตรงเข้ามาหยุดยืนข้างหลังลินิน มือหนาวางลงบนพนักเก้าอี้ของเธออย่างแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ และสายตาที่กวาดมองพงศธรก็รากับกำลังมองมดปลวกใต้รองเท้า
"เศษขยะอย่างที่คุณว่า... มีมูลค่ามากพอที่จะซื้อบริษัทของคุณได้ทั้งบริษัทภายในสามวินาทีไหมคะ คุณพงศธร" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนทุกคนในห้องต้องกลั้นหายใจ
พงศธรหน้าถอดสีทันทีเมื่อตระหนักว่าชายหนุ่มผู้นี้คือใคร "คุณ... คุณธันวา! นี่มันเรื่องทางธุรกิจ ทำไมคุณถึงเข้ามาแทรกแซง..."
"แทรกแซง?" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ "คุณใช้เงินสกปรกซื้อข้อมูลลับและสิทธิบัตรของลินิน เพื่อเอาไปยื่นประมูลแข่งโดยอาศัยชื่อเสียงจอมปลอม... พฤติกรรมแบบนี้ ในพจนานุกรมของผม เขาเรียกว่า 'การขโมย' และสำหรับคนขโมยของ ผมมักจะมีวิธีจัดการที่สาสมเสมอ"
ธันวาไม่ได้รอให้พงศธรได้แก้ตัว เขายื่นสมาร์ตโฟนเครื่องหรูให้เลขา Schlumberger ส่วนตัวที่ยืนรออยู่ด้านนอก ส่งสัญญาณมือเพียงครั้งเดียว หน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่กลางห้องประชุมก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับเอกสารบัญชีลับ ไฟล์เสียงสนทนา และหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีนอกระบบของกรรมการทุกคนในที่นี้ ปรากฏหราอยู่บนจออย่างชัดเจน ทุกตัวอักษร ทุกยอดเงิน และทุกชื่อบัญชี ไม่มีตกหล่น
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันที บอร์ดบริหารหลายคนหน้าซีดเผือดราวกับศพเดินได้ เหงื่อกาฬไหลซกเต็มแผ่นหลัง เพราะหลักฐานเหล่านั้นคือ "ใบเสร็จมรณะ" ที่สามารถส่งพวกเขาเข้าคุกตารางโดยไม่มีสิทธิ์ประกันตัว
"คุณ... คุณเอาหลักฐานพวกนี้มาจากไหน!" พงศธรตบโต๊ะเสียงดังลั่น ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดกลัว
ลินินปรายตามองเอกสารเหล่านั้นด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย เธอหันไปสบตากับธันวา เคมีระหว่างคนทั้งสองในยามนี้ช่างน่ากลัวและทรงพลัง เป็นการผสมผสานระหว่างมันสมองอันปราดเปรื่องของวิศวกรผู้ทำลายล้าง กับอำนาจเงินตราอันไร้ขีดจำกัดของมหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ
"คุณคิดจริงๆ เหรอคะว่าข้อมูลระดับความลับของบริษัทเรา จะหาซื้อไม่ได้ด้วยเงิน?" ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "ผมใช้เงินสามสิบล้านซื้อความจริงทั้งหมดนี้จากเลขาคนสนิทของคุณ... อ้อ และตอนนี้ บัญชีธนาคารส่วนตัวทั้งหมดของคุณ รวมถึงทรัพย์สินในนามนอมินี ถูกอายัดโดยคำสั่งศาลตั้งแต่เมื่อหนาที่แล้วแล้วล่ะค่ะ"
พงศธรทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นห้องประชุม สมองตื้อตันจนคิดคำพูดไม่ออก ความมั่งคั่งและอำนาจที่เขาสั่งสมมานานหลายปี พังทลายลงภายในพริบตาเดียวด้วยน้ำมือของชายหนุ่มและหญิงสาวเบื้องหน้า
ธันวาไม่สนใจใยดีร่างที่กำลังหมดสภาพนั้น เขาก้มลงมองลินินที่ยังคงนั่งนิ่งสงบ แววตาของเขากลับอ่อนแสงลงเล็กน้อยเมื่อมองสบตาเธอ "พอใจหรือยังครับ คุณวิศวกรของผม"
ลินินแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุดแต่ก็อันตรายที่สุดในเวลาเดียวกัน "ยังไม่พอหรอกค่ะธันวา... นี่มันเพิ่งเริ่มต้นการชำระบัญชีเท่านั้น"
เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะก้าวเดินผ่านร่างของพงศธรที่กำลังเงยหน้ามองเธอด้วยแววตาอ้อนวอนขอความปราณี ทว่าลินินไม่ได้แม้แต่จะชายตามองเขา
ธันวาหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้วงเงิน (Black Centurion Card) ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างไม่รีบร้อน เขาโยนมันลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าพงศธร เสียงโลหะกระทบกับพื้นผิวกระจกดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุม ก่อนที่นิ้วเรียวยาวจะกดรูดทำธุรกรรมครั้งสุดท้ายผ่านเครื่อง POS ไร้สายที่เลขาเตรียมไว้ เพื่อซื้อหุ้นทั้งหมดของอนันต์ชัย เอ็นจิเนียริ่ง ในราคา "หนึ่งบาทถ้วน"
เสียงเครื่องรูดบัตรดังขึ้นยาวนาน... **ปี๊บบบบ!** — สถานะ: อนุมัติสำเร็จ (Approved)
พงศธรเบิกตากว้างจนแทบถลน เลือดในกายเย็นเฉียบเมื่อตระหนักว่าบริษัทที่บรรพบุรุษสร้างมา บัดนี้ได้เปลี่ยนมือไปเป็นของธันวาด้วยมูลค่าเพียงหนึ่งบาท ทว่าในจังหวะที่ทุกคนคิดว่าเกมนี้จบลงแล้วและความพินาศสมบูรณ์แบบแล้วนั้น—
ประตูห้องประชุมด้านหลังสุดก็เปิดผางออกอีกครั้ง พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นสามครั้งจากความมืด
*แปะ... แปะ... แปะ...*
ร่างระหงในชุดเดรสสีแดงเพลิงก้าวออกมาจากเงาสลัว ใบหน้างดงามหยาดเยิ้มแต่แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัว ดวงตาคู่คมกวาดมองธันวาและลินินด้วยความสนุกสนาน ราวกับกำลังชมละครสัตว์ฉากโปรด
"ทำได้เยี่ยมมากค่ะคุณธันวา... แต่คุณลืมคิดไปหรือเปล่าคะว่า หุ้นอีกสี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือไม่ได้อยู่ที่ตาแก่พวกนี้... แต่อยู่ในมือของฉัน คนที่ถืออำนาจ 'วีטו' (Veto) สูงสุดในกลุ่มทุนต่างหากล่ะคะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดนี้ด้วยความระทึกใจนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง•ตอนที่ 6
อำนาจที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!