แก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงลิบลิ่วร่วงหล่นกระทบพื้นหินอ่อนจนแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เศษแก้วสีขาวสะอาดกระจัดกระจายราวกับดวงดาวที่ดับสลาย เช่นเดียวกับลมหายใจของธันวาที่กำลังติดขัดและสั่นเทาอยู่เบื้องหน้าของลินิน
ในยามปกติ มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลคนนี้คือเครื่องจักรสังหารทางธุรกิจที่ไร้หัวใจ เขาคือนักล่าผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร ผู้ซึ่งใช้เงินตราและอำนาจเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของใครต่อใครให้จมดินได้อย่างเลือดเย็นด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าในยามวิกาลที่ความเงียบงันกัดกินคฤหาสน์หลังโต ธันวากลับเป็นเพียงมนุษย์ผู้พ่ายแพ้ต่ออดีตอันดำมืด
ลินินยืนนิ่งอยู่ที่มุมห้องทำงานของเขา แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบใบหน้าคมคายที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ ดวงตาคู่คมที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและคมกริบราวกับใบมีด บัดนี้กลับแดงก่ำและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็น มือกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนเข้าหาฝ่ามือจนผิวเนื้อขาวซีดสั่นระริก
ภาพที่วิศวกรสาวเห็นตรงหน้าไม่ใช่ภาพของชายผู้กุมชะตากรรมของคนนับพัน แต่เป็นเด็กชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งในวัยเด็กที่กำลังติดอยู่ในกองเพลิงแห่งความทรงจำ ภาพครอบครัวที่ล่มสลายและเสียงกรีดร้องที่ดังก้องอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่ากำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของเขาจนไม่เหลือชิ้นดี
“ออกไป...” เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงพลังและน่าเกรงขาม บัดนี้แหบพร่าและสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ธันวาพยายามตะคอกไล่เธอด้วยศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด แต่มือทั้งสองข้างกลับยกขึ้นกุมขมับแน่นราวกับพยายามกดกะโหลกศีรษะที่ไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งของตัวเอง
ลินินไม่ขยับเขยื้อน เธอมองลึกลงไปในความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้สูทราคาแพงและเกราะป้องกันอันหนาทึบ หัวใจของหญิงสาวไหววูบอย่างประหลาด ความโกรธแค้นและความชิงชังที่เธอเคยมีต่อความเย่อหยิ่งของเขา ถูกแทนที่ด้วยความเวทนาและแรงดึงดูดบางอย่างที่อธิบายไม่ได้
“คุณธันวาคะ ตั้งสติหน่อยค่ะ” ลินินก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อยอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังเข้าใกล้สัตว์ร้ายที่กำลังบาดเจ็บและพร้อมจะแว้งกัดได้ทุกเมื่อ
“บอกให้ออกไปไง!” ธันวาตวาดลั่นพร้อมกับกวาดมือปัดข้าวของบนโต๊ะทำงานกระจายเกลื่อน ร่างสูงใหญ่เซถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือด้านหลัง ลมหายใจหอบถี่จนหน้าอกกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง อาการแพนิคขั้นรุนแรงกำลังเล่นงานเขาจนสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง ในสายตาของคนนอกเขาคือปีศาจ แต่ในสายตาของลินินตอนนี้ เขากลับเป็นเพียงเศษซากมนุษย์คนหนึ่งที่ถูกอดีตแผดเผaจนไม่เหลือเค้าเดิม
วิศวกรสาวตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครกล้าทำ เธอสาวเท้าเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะคว้าข้อมือหนาที่กำลังสั่นเทานั้นไว้แน่น แรงบีบจากเธอไม่ได้มีไว้เพื่อทำร้าย แต่เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและดึงเขากลับมาจากห้วงนรกในจินตนาการ
“มองฉันค่ะ คุณธันวา” ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาที่กำลังตื่นตระหนกคู่นั้น “ไม่มีไฟไหม้ที่นี่ ไม่มีใครทำอะไรคุณแล้วค่ะ คุณปลอดภัยแล้ว”
ธันวานิ่งงันไปชั่วขณะ ลมหายใจที่ติดขัดค่อยๆ ผ่อนคลายลงทีละน้อยเมื่อสัมผัสอุ่นจากมือของหญิงสาวแทรกซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือด กลิ่นหอมอ่อนๆ จางๆ จากตัวเธอช่วยขับไล่ควันไฟและกลิ่นอายความตายในความทรงจำออกไปได้ชั่วขณะ ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความสับสนและระแวดระวังตามสัญชาตญาณของนักล่าที่เกือบเผยจุดอ่อนให้เหยื่อเห็น
ทว่า ก่อนที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองจะทันได้ลึกซึ้งไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยร่างของเลขาคนสนิทที่ผลผลุนเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ท่านประธานครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ทางฝั่งตระกูลศัตรูส่งคนบุกเข้ามาที่ไซต์งานหลักของเราแล้วครับ!”
ธันวาสบถออกมาเบาๆ ในลำคอ ความอ่อนแอเมื่อครู่วันนี้ถูกเก็บกวาดลงหลุมพรางในจิตใจอย่างรวดเร็วราวกับไม่เคยเกิดขึ้นจริง แววตาเย็นชาและไร้ความปราณีกลับมาฉายชัดอีกครั้งในเสี้ยววินาที ร่างสูงผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ปัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทีสง่างามดังเดิม ราวกับหน้ากากของปีศาจถูกสวมกลับคืนอย่างสมบูรณ์แบบ
เขากวาดสายตามองลินินที่ยังคงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ริมฝีปากหยักยกยิ้มเยาะหยันตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก
“เกมสนุกเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเองค่ะคุณลินิน... หวังว่าคุณจะยังไม่รีบช็อกตายไปเสียก่อนล่ะ”
ธันวาหมุนตัวก้าวเดินออกไปจากห้องทำงานอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ลินินยืนอยู่ท่ามกลางเศษแก้วแตกและกลิ่นอายความลับที่เพิ่งถูกเปิดเผย วิศวกรสาวสูดลมหายใจเข้าลึก and กัดริมฝีปากแน่นอย่างใช้ความคิด ความเปราะบางที่เธอเพิ่งได้เห็นเมื่อครู่ทำให้เธอรู้ว่า มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจคนนี้ไม่ได้คงกระพันอย่างที่ใครๆ คิด และนั่นคือจุดอ่อนชิ้นเอกที่เธอสามารถใช้ทำลายล้างเขาได้... หรือไม่ก็อาจจะเป็นตัวเธอเองที่จะต้องพังทลายลงไปพร้อมกับเขา
ทว่า ในขณะที่ลินินกำลังจะก้าวเดินตามออกไปเพื่อดูสถานการณ์ที่กำลังลุกเป็นไฟ หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของธันวาที่คว่ำอยู่ก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบธนาคารระดับโลกที่แสดงยอดเงินโอนเข้าจำนวนมหาศาล พร้อมกับชื่อผู้ส่งปริศนาที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ... ชื่อของคนใกล้ตัวที่เธอคาดไม่ถึงที่สุด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดนี้ด้วยความระทึกใจนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง•ตอนที่ 5
ความเปราะบางที่ซ่อนไว้
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!