กลิ่นอายของกระดาษเก่าคร่ำครึที่ถูกเก็บไว้ในห้องนิรภัยใต้ดินนานแรมปี คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกาแฟดำเข้มข้นบนโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำสนิท ลินินวางแฟ้มเอกสารปกหนังสีเลือดหมูลงตรงหน้าธันวา เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวโต๊ะดังทึบ ทว่าหนักหน่วงราวกับเสียงค้อนพิพากษาในศาลสูง เธอมองชายหนุ่มผู้เป็นทั้งคู่คิดและเจ้าหนี้ชีวิตของเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"คุณมั่นใจแค่ไหนว่าเอกสารพวกนี้จะลากคอมมุนต์ตระกูลวรภัทรลงมาจมดินได้ทั้งหมด" น้ำเสียงของวิศวกรสาวราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยตรงปลายประโยคเมื่อนึกถึงเงื่อนงำความตายของบิดาตนเอง
ธันวาเงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต แววตาคู่คมกริบราวกับใบมีดโกนกวาดมองเอกสารตรงหน้าช้าๆ เขายังไม่แม้แต่จะแตะต้องมันด้วยซ้ำ ราวกับว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงเศษขยะราคาถูกที่เขาสั่งให้คนไปกวาดมาริมถนน "ความมั่นใจเหรอคะลินิน... สำหรับฉัน สิ่งที่เรียกว่าหลักฐาน ไม่ใช่กระดาษพวกนี้หريكหรอก แต่มันคืออำนาจในการกำหนดลมหายใจของพวกเขาต่างหาก"
นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนขอบโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าเสียดแทงประสาทสัมผัส ธันวาเหยียดยิ้มเย็นชาที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่เคยไปถึงดวงตา คืนนี้คือคืนที่เขาจะเปิดฉากการฆาตกรรมทางกฎหมายและการเงินอย่างเต็มรูปแบบ
หลายปีที่ผ่านมา ตระกูลวรภัทรยืนหยัดอยู่บนกองเลือดและคราบน้ำตาของครอบครัวเขา ใช้ชื่อเสียงและบารมีปลอมๆ กลบเกลื่อนความอัปยศอดสูในอดีต แต่วันนี้... เงาจากอดีตที่พวกเขาพยายามฝังกลบกำลังจะตื่นขึ้นมาลากคอพวกเขาลดลงสู่นรกทั้งเป็น
"คุณกำลังเล่นกับไฟกองใหญ่ ธันวา" ลินินโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดลงจนได้ยินเสียงลมหายใจ "ถ้าพวกมันดิ้นเฮือกสุดท้าย แล้วเอาเรื่องที่คุณใช้เส้นสายทางการเงินมาเปิดโปง... คุณเองก็จะเจ็บหนักไม่แพ้กัน"
"เจ็บ?" ธันวาหัวנסในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข "คนอย่างฉัน ไม่เหลือความรู้สึกให้เจ็บมานานแล้วค่ะลินิน ตั้งแต่วันที่แม่ฉันต้องกราบกรานขอร้องพวกมันริมถนน แล้วถูกถีบส่งเหมือนหมูเหมือนหมา... ศักดิ์ศรีของฉันมันตายไปพร้อมกับท่านในวันนั้นแล้ว"
บรรยากาศในห้องอึมครึมลงทันตาเห็น ความกดดันแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก ลินินเม้มปากแน่น เธอรู้ดีว่าปมในใจของชายหนุ่มผู้นี้ลึกซึ้งและมืดมนเพียงใด เขายอมแลกทุกอย่าง แม้กระทั่งวิญญาณของตัวเอง เพื่อให้ได้มาซึ่งการแก้แค้นอันสมบูรณ์แบบ และเธอก็คือคนเดียวที่ยืนอยู่ข้างเขา ท่ามกลางพายุแห่งความโลภและการชำระแค้นนี้
โทรศัพท์มือถือรุ่นพิเศษบนโต๊ะแผดเสียงสั่นครืดคราดทำลายความเงียบ ธันวากดรับสายโดยไม่ละสายตาไปจากใบหน้าของลินิน
"จัดการเรียบร้อยแล้วครับท่านประธาน หุ้นล็อตใหญ่ของตระกูลวรภัทรถูกเทขายออกมาในตลาดมืดแล้ว มูลค่าความเสียหายตอนนี้ทะลุสามพันล้าน และกำลังดิ่งลงเหวแบบเบรกไม่อยู่ครับ" เสียงรายงานจากปลายสายดังลอดออกมาอย่างตื่นตระหนก
ธันวากระตุกยิ้มมุมปาก "ดีมาก... ส่งเอกสารชุดที่สองไปให้สำนักข่าวทุกสำนักพร้อมกันตอนตีสามตรง อย่าให้พวกมันทันตั้งตัว"
เขาววางสายลงช้าๆ ก่อนจะเลื่อนแฟ้มเอกสารสีเลือดหมูไปตรงหน้าลินิน "ทีนี้... ตาคุณแล้วค่ะวิศวกรคนเก่ง ไปจัดการรื้อถอนโครงการอภิมหาโปรเจกต์ของพวกมันให้ราบคาบ เอาให้ไม่เหลือแม้แต่ซากอิฐปูนที่จะให้พวกมันใช้เหยียบยืนได้อีก"
ลินินมองแฟ้มเอกสารนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความแค้น ความถูกต้อง และความหวาดกลัวตีรวนอยู่ในอก เธอยื่นมือออกไปหยิบมันขึ้นมา ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสกับปกหนัง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ตามด้วยร่างของเลขาหนุ่มที่พรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด
"ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ มีแขกไม่ได้รับเชิญมารออยู่ที่ชั้นล่าง..." เลขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "เขาบอกว่าเป็นคนจากอดีต... และถือ "กุญแจสำคัญ" ที่จะทำลายแผนการทั้งหมดของเราครับ"
ธันวายังคงนั่งนิ่ง ดวงตาสนเท่ห์ฉายแวววาววับขึ้นมาวบหนึ่ง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา "ใครกันคะ ที่กล้าเดินเข้ามาในปากเสือเวลานี้"
"คุณหญิงวิภาดา... มารดาแท้ๆ ของคุณเองครับ ที่ท่านคิดว่าเสียชีวิตไปแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อน!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดนี้ด้วยความระทึกใจนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง•ตอนที่ 4
เงาจากอดีต
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!